คดีน่าสนใจจากสิงคโปร์ที่อาจจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่ตั้งรหัสเอทีเอ็มแบบขี้เกียจจำเลยใช้เลขซ้ำเป็นชุด ดังกรณีของ Goh Heng Yongชายสิงคโปร์ วัย 46 ปีคนหนึ่ง ถูกฉกบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินเกือบ 2 แสนบาทในคืนเดียว 

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา Goh  ใช้บัตรเอทีเอ็ม โอนเงินเวลา 20.00 น.  แล้วลืมบัตรเอาไว้ที่ตู้   Yap Yi San พนักงานโกดังสินค้าวัย 39 ปี เดินผ่านได้ยินเสียงร้องเตือนจากเครื่องเอทีเอ็ม เห็นบัตรคาอยู่ที่เครื่องจึงเก็บใส่กระเป๋า นำไปใช้กดเงินที่ตู้เอทีเอ็มอีกสาขาหนึ่ง โดยพยายามคาดเดารหัส 6 ตัว และประสบความสำเร็จในการคาดเดาครั้งที่ 3 นั่นคือเลข 888888 หลังจากลอง 000000  และ  999999  แล้วไม่ผ่าน  

 

 

หลังเข้าถึงบัญชีได้พบมีเงินอยู่ 1.8 หมื่นดอลลาร์สิงคโปร์  เขาชิมลางกดเงินออกมาก่อน  2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์  แต่คนต่อแถวยาว จึงนำไปกดที่ตู้เอทีเอ็มเครื่องอื่นในย่านเดียวกัน รวมแล้วเป็นเงิน 8,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.8 แสนบาท ) ในเวลา 10 นาที 

หลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 3 เม.ย. เหยื่อเพิ่งรู้ตัวว่า ลืมบัตรเอทีเอ็มและตรวจสอบรายการเดินบัญชีทางออนไลน์พบเงินที่เขาตั้งใจนำไปใช้หนี้ถูกถอนออกไป จึงเข้าแจ้งความ 

ทนายของ Yap พยายามผ่อนหนักเป็นเบา โดยระบุว่า การเข้าถึงบัตรเอทีเอ็มเป็นความบังเอิญ และลูกความก็ไม่ได้ถอนเงินต่อทั้งที่ยังมีเงินเหลืออยู่  แต่ทนายโจทก์แย้งว่า Yap  เจาะรหัสถึง 3 ครั้ง ไม่ใช่ครั้งเดียว สะท้อนความพยายามที่จะเขาถึงบัญชีให้ได้ 

Yap ใช้เงินคืนเหยื่อครบจำนวนแล้ว แต่ความผิดทางอาญายังต้องชดใช้ต่อไป โดยข้อหาลักทรัพย์  มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับ ส่วนข้อหาใช้บัตรเอทีเอ็มผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสม มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปีและปรับ  สุดท้าย ผู้พิพากษาตัดสินจำคุก  9 สัปดาห์ หลังจำเลยสารภาพความผิดลักทรัพย์ 2 กระทง ผู้พิพากษากล่าวว่า เนื่องจากทุกคนใช้เอทีเอ็ม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องลงโทษผู้กระทำผิดเพื่อการองปรามอย่างเพียงพอ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนที่พยายามจะลองทำอย่างเดียวกัน  ผู้พิพากษากล่าวด้วยว่า รหัสเอทีเอ็มของเหยื่อ เป็นชุดเลข 8 จำนวน 6 ตัว จึงถูกเจาะได้ง่ายมาก บางทีหากเหยื่อตั้งรหัสให้คาดเดาได้ยากกว่านี้ ก็น่าจะดีกว่า