เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. เดอะวอชิงตันโพสต์ รายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ กว่า 130 ราย อยู่ระหว่างการกักกันตัว หรือแยกกักโรค สืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19)

 

 

รายงานข่าวอ้างอิง 3 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยอารักขาฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มข้างต้นทั้งหมดมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก หรือมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้มีผลตรวจโรคเป็นบวก

 

การระบาดในกลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาฯ เชื่อมโยงกับการจัดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งตรงกับ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

 

"ปัจจุบันหน่วยอารักขาฯปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กักกันตัวอันเป็นที่ยอมรับ ซึ่งรวมถึงการตรวจโรค การติดตามผู้ติดต่อใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันผลและต้องสงสัย รวมถึงแยกกักโรคพนักงานที่มีผลตรวจโรคเป็นบวกทันที" ซึ่งหน่วยอารักขาฯ ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงหนังสือพิมพ์เดอะฮิลล์ ทว่าไม่ได้เปิดเผยจำนวนพนักงานที่มีผลตรวจโรคเป็นบวกหรืออยู่ระหว่างกักกันตัว

 

มาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว, เบน คาร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง, ไบรอัน แจ็ก ผู้อำนวยการด้านการเมืองประจำทำเนียบขาว และคอรี เลแวนโดสกี ที่ปรึกษาฝ่ายรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก หลังร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในคืนวันเลือกตั้งที่ทำเนียบขาว

 

ขณะที่ทรัมป์และเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มีผลตรวจโรคเป็นบวกเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม