ผลสอบสวนสาเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารแบบแอร์บัส เอ320 ของปากีสถาน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลนส์ ประสบเหตุตก ขณะพยายามลงจอดที่สนามบิน จินนาห์ ในเมืองการาจี ทางภาคใต้  เมื่อ 22 พ.ค. สรุปว่านักบินและเจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐาน เป็นสาเหตุเครื่องบินตก คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ97 ราย รอดชีวิตเพียง  2 ราย


การสอบสวนซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานการบินพลเรือนปากีสถาน กับผู้เชี่ยวชาญฝรั่งศสจากแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบิน ไม่พบว่าเครื่องบินมีปัญหาทางเทคนิค  นายกุลัม ซาร์วาร์ ข่าน รัฐมนตรีการบินปากีสถาน เผยผลสอบในรัฐสภา วันนี้ ว่าเครื่องบินมีความพร้อมทำการบิน 100% 


นายข่าน กล่าวว่า กัปตันและนักบินผู้ช่วย ขาดสมาธิและ “มั่นใจมากเกินไป” ระหว่างลงจอดครั้งแรก ทั้งสองคุยกันแต่เรื่องไวรัสโคโรน่า เพราะมีคนในบ้านติดเชื้อ  นักบินไม่ได้กางฐานล้ออย่างถูกต้อง และอยู่สูงกว่าเพดานบินปกติ 2 เท่าขณะเตรียมลงจอดครั้งแรก เมื่อเครื่องบินครูดรันเวย์ จึงยกเลิกลงจอดและเชิดขึ้นใหม่ จากนั้นใช้เวลา 17 นาทีก่อนพยายามลงจอดครั้งที่สอง โดยนักบินไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่บังคับการบินว่าแลนดิงเกียร์มีปัญหา ขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้แจ้งนักบินว่า เครื่องยนต์ทั้งสองเสียหายหนัก ที่สุด เครื่องบินตกลงในย่านชุมชน ห่างจากสนามบินราว 8 กม. ทำให้อาคารเบื้องล่างเสียหาย 29 หลัง 

 


เหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ เป็นอุบัติภัยทางอากาศที่สูญเสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 8 ปีในปากีสถาน และมีขึ้นไม่กี่วันหลังจากอนุญาตให้เที่ยวบินในประเทศกลับมาดำเนินการได้หลังล็อกดาวน์ 2 เดือน ผู้โดยสารจำนวนมากกำลังเดินทางไปรวมตัวกับญาติพี่น้องในเทศกาลอีดิลฟิตรี  


มูฮัมหมัด ซูบาอีร์ หนึ่งในสองผู้โดยสารที่รอด กล่าวว่า ช่วงเวลาระหว่างพยายามจอดครั้งแรกกับตอนเครื่องบินตก นานราว 10-15 นาที ไม่มีใครรู้เลยว่าเครื่องบินกำลังจะตก เพราะการบินราบรื่นมาก เขาหมดสติขณะเครื่องบินดิ่งวูบกะทันหัน มารู้สึกตัวอีกทีท่ามกลางควันและเสียงกรีดร้องระงม