19 พฤษภาคม 2563 แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยฝ่ายการทูตโปรตุเกส ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจาก 11 ประเทศในยุโรป เห็นพ้องต้องกันในข้อตกลงว่าด้วยการกลับมาเปิดด่านพรมแดนและฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทางของพลเมืองยุโรป แม้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) จะยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

 

แถลงการณ์ ระบุว่า ผู้แทนจากเยอรมนี ออสเตรีย บัลแกเรีย ไซปรัส โครเอเชีย สเปน กรีซ อิตาลี มอลตา โปรตุเกส และสโลวีเนีย ได้ประชุมร่วมกันผ่านทางวิดีโอเพื่อวางแผนฟื้นคืน “เสรีภาพในการเดินทางและการหมุนเวียนโดยอิสระในสหภาพยุโรป (EU)”

คณะรัฐมนตรีฯ เห็นพ้องว่า แม้ไวรัสโรคโควิด-19 จะยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง แต่ยุโรปจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปบนพื้นฐานของหลักความได้สัดส่วนและการไม่เลือกปฏิบัติ

การประชุมข้างต้นกำหนดขอบเขต “การสำรวจมาตรการควบคุมพรมแดน การกลับมาดำเนินการขนส่ง และการบริการเชื่อมโยงต่างๆ รวมถึงการเริ่มต้นใหม่ของการบริการการท่องเที่ยวและระเบียบด้านสุขภาพในสถานประกอบการโรงแรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป”

 

แถลงการณ์ เสริมว่า การเปิดด่านพรมแดนครั้งนี้จะดำเนินการอย่างเป็นลำดับขั้นตอนผ่านการประสานงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอียู เพื่อ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้”

กลุ่มประเทศยุโรปทั้ง 11 แห่ง ต่างรวมตัวกันเพื่อ “ทำความเข้าใจมาตรฐานและกระบวนการด้านสุขภาพในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไปร่วมกัน”

“เราเรียกร้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและผู้มีส่วนร่วมภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องปรับใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมในช่วง 2 - 3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ เพื่อสามารถปกป้องนักเดินทางได้ทันทีที่การฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทางและท่องเที่ยวบรรลุผลสำเร็จ”

 

 

แม้ โควิด-19 ระบาด 11 ประเทศยุโรป หารือเปิดพรมแดน - ฟื้นท่องเที่ยว

 

“แม้สถานการณ์โรคระบาดใหญ่จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่เป้าหมายของเราคือการประสานงานร่วมกันเพื่อฟื้นคืนเสรีภาพในการเดินทาง ทำให้ทุกคนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย”

 

 

แม้ โควิด-19 ระบาด 11 ประเทศยุโรป หารือเปิดพรมแดน - ฟื้นท่องเที่ยว