รายงานที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ นำส่งทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสรุปว่า การรายงานสถานการณ์ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของรัฐบาลจีน ไม่ได้สะท้อนตามความเป็นจริง และโดยเจตนา  

 

 

                           สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องนี้โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง แต่ไม่ได้เปิดรายละเอียด นอกจากสาระสำคัญเรื่องการปกปิด 

                           ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ต่อมามีชื่อทางการ Sars-CoV2 เริ่มแพร่ในมณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ปัจจุบัน จีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อราว 8.2 หมื่นคน เสียชีวิต 3,300 รายเศษ ขณะที่สหรัฐในวันนี้ ยอดติดเชื้อทะลุ 2 แสน สูงที่สุดในโลก เสียชีวิตทะลุ 4,000 

                          รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ บอกสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เมื่อวานว่า ความเป็นจริงก็คือ เราน่าจะรับมือได้ดีกว่านี้ หากจีนเปิดข้อมูลมากกว่านี้ หลักฐานที่ปรากฎคือ กว่าที่โลกจะรู้เรื่องการระบาดเมื่อเดือนธันวาคม จีนกำลังรับมือกับสถานการณ์ระบาดตั้งแต่ราวหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้นแล้ว 

 

หน่วยข่าวมะกันฟันธง จีนหมกเม็ดตัวเลขโควิด-19

ภาพ Caixin 

 

                          ข้อสงสัยเรื่องการรายงานตัวเลข มีขึ้นตั้งแต่ช่วงที่จีนประกาศใช้มาตรการปิดเมืองแบบเข้มงวด  เมื่อรัฐบาลปรับเปลี่ยนระเบียบวิธีนับจำนวนผู้ติดเชื้อ เช่น ไม่นับรวมคนติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ และเพิ่งจะมาเริ่มเปิดตัวเลขนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่ามีกว่า 1,500 คน ขณะที่จำนวนโกศบรรจุอัฐิเหยื่อโควิด-19 ที่ลำเลียงไปยังสถานบริการทำศพหลายแห่งในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางระบาดในหูเป่ย สูงกว่ายอดที่รายงานหลายเท่า ยิ่งทำให้สังคมจีนเองคลางแคลงใจ 

 

 

                          ส.ส.รีพับลิกัน มุ่งถล่มบทบาทของจีนในสถานการณ์ระบาดอย่างหนัก   ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเพื่อช่วยรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกวิจารณ์หนักกรณีรับมือโควิด-19 อย่างอืดอาด ปล่อยเวลาเนิ่นนานจนกลายเป็นประเทศติดเชื้ออันดับหนึ่งของโลก 

 

 

 

                          เดบอราห์ บริกซ์ นักภูมิคุ้มกันวิทยา ผู้ประสานงานรับมือโควิด-19 ของทำเนียบขาว ก็อ้างเช่นกันว่า การรายงานสถานการณ์ของจีน มีผลต่อการประเมินความร้ายแรงของไวรัส ของประเทศอื่นๆทั่วโลก  “ดิฉันคิดว่าเราอาจพลาดข้อมูลสำคัญไป ตอนนี้เราจึงได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอิตาลี และสเปน” 

                          จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ตะวันตกสงสัยปกปิดตัวเลข ก่อนหน้านี้ อิหร่าน รัสเซีย อินโดนีเซียและเกาหลีเหนือ ก็อยู่ในข่ายอาจไม่ได้รายงานตามจริงหรือเพราะไม่ได้ตรวจ

 

                          ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องจีนและทุกประเทศ รายงานสถานการณ์ระบาดอย่างโปร่งใส ขณะกล่าวหาจีนหลายครั้งว่าปกปิดและแชร์ข้อมูลช้าโดยเฉพาะในช่วงแรกๆหลังพบไวรัส และปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน 

                          ปอมเปโอ กล่าวว่า ข้อมูลพวกนี้มีความสำคัญมาก การพัฒนาวิธีการรักษาและมาตรการสาธารณสุขควบคุมไวรัส เพื่อรักษาชีวิต ขึ้นอยู่กับความมั่นใจและข้อมูลจริง จึงขอให้ทุกประเทศรวบรวมสถิติให้ดีที่สุดและแชร์ข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกากำลังทำอยู่