royal coronation
7 ธันวาคม 2562
ต่างประเทศ

สหรัฐเลิกยึดจุดยืน 41 ปี นิคมชาวยิวในแดนยึดครอง ไม่ผิดกฎหมาย

19 พฤศจิกายน 2562 - 08:24 น.
นิคมชาวยิว,ดินแดนยึดครอง,สหรัฐเลิกจุดยืน,ไม่ผิดกฎหมาย
Shares :
เปิดอ่าน 939 ครั้ง

ทำเนียบขาวยุคทรัมป์ แหวกกฎหมายระหว่างประเทศและฉันทามติกระทรวงต่างประเทศที่ยึดมานาน 41 ปี ในประเด็นนิคมชาวยิวในดินแดนยึดครอง 

 


ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แถลงวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ( 18 พ.ย.) ว่าสหรัฐจะไม่ยึดความเห็นทางกฎหมายของกระทรวงต่างประเทศในปี 2521 ที่ว่า นิคมชาวยิวในดินแดนยึดครองปาเลสไตน์ ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกต่อไป 

 


นิคมชาวยิว คือชุมชนที่อิสราเอลก่อสร้างบนดินแดนยึดครองในสงครามตะวันออกกลางปี 2510 เป็นประเด็นพิพาทยาวนานระหว่างอิสราเอลกับประชาคมโลกและปาเลสไตน์ ปัจจุบัน ชาวยิวราว 6 แสนคน อาศัยในนิคมราว 140 แห่งนับตั้งแต่อิสราเอลยึดครองดินแดนในเวสต์แบงค์และเยรูซาเลม 


แต่ปอมเปโอ กล่าวว่า หลังจากศึกษาประเด็นถกเถียงทางกฎหมายอย่างรอบด้านแล้ว พบว่า การตั้งนิคมพลเรือนชาวยิวในเวสต์แบงค์  ไม่ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ” โดยยกการประเมินในปี 2524 ยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนที่สรุปว่านิยมชาวยิวไม่ผิดกฎหมายเช่นกัน 

 


สำหรับจุดยืนของสหรัฐ ณ เวลานี้ ก็คือ “สหรัฐไม่มีความเห็นต่อสถานภาพทางกฎหมายของนิคมชาวยิวแห่งใดแห่งหนึ่ง ต่อการจัดการ หรือ การตัดสินล่วงหน้า ถึงสถานภาพสุดท้ายของเวสต์แบงค์”  


รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ อ้างว่าการสรุปตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงอันเป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์และพฤติการณ์แวดล้อมของการก่อตั้งนิคมชาวยิวในเวสต์แบงค์

 

การประกาศท่าทีใหม่ ด้วยการเลิกนโยบายเดิมที่ยึดถือมานาน 41 ปี   เป็นความเคลื่อนไหวเข้าข้างอิสราเอลล่าสุด ที่ส่อจะจุดชนวนตึงเครียดระหว่างรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กับปาเลสไตน์ และถ่างความเห็นต่างกับพัธมิตรสหรัฐในยุโรปมากขึ้นอีก หลังจากที่ทรัมป์ย้ายสถานทูตจากเทลาวีฟมาเยรูซาเลม 

 

กฎหมายระหว่างประเทศ ถือว่าอำนาจยึดครอง ไม่อาจนำมาใช้สร้างนิคมพลเรือนในดินแดนยึดครองได้ และตามกฎหมายระหว่างประเทศ เวสต์แบงค์คือดินแดนยึดครอง แต่อิสราเอลไม่เคยยอมรับข้อสรุปนี้ 


ปอมเปโอพยายามนำเสนอว่า รัฐบาลทรัมป์แค่เห็นด้วยและสะท้อนจุดยืนของรัฐบาลโรนัดล์ เรแกน  ขณะซีเอ็นเอ็น ระบุว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์เป็นต้นมา ไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใด ระบุว่านิคมชาวยิว “ผิดกฎหมาย”ก็จริง โดยเลือกเอ่ยถึงว่าเป็น “อุปสรรคต่อสันติภาพ” หรือ “ไม่ชอบธรรม”  แต่ก็ไม่มีผู้นำสหรัฐคนใด รวมถึงเรแกน ที่ล้มล้างความเห็นกระทรวงต่างประเทศที่ออกมาตั้งแต่ปี 2521 

 


สหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์ทันทีย้ำว่า จุดยืนต่อนิคมชาวยิวในดินแดนยึดครองปาเลสไตน์ ชัดเจน และไม่เปลี่ยนแปลง  นิคมชาวยิว ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ กัดกร่อนความเป็นไปได้ของเป้าหมายสองรัฐ และแนวโน้มสันติภาพถาวร อียูเรียกร้องอิสราเอลยุติกิจกรรมเกี่ยวกับนิคมทั้งหมด ตามพันธกรณีของอำนาจยึดครอง 

 


สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น อ้างความเห็นนักการทูตยุโรปสองคนในภูมิภาค ที่มองว่าเป็นการตัดสินใจอัปยศ และเชื่อว่าเป็นความพยายามดึงคะแนนจากชาวอเมริกันคริสเตียน อีแวนเจลิคอล ในสหรัฐ ที่สนับสนุนสิทธิชาวอิสราเอล 

 

 


การตัดสินใจของทรัมป์ สร้างความยินดีแก่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ว่าเป็นการแก้ความผิดทางประวัติศาสตร์ ให้ถูกต้อง ประเทศอื่นก็ควรดำเนินรอยตาม ขณะที่ ซาเอบ เอเรคัต หัวหน้าฝ่ายเจรจาปาเลสไตน์ ระบุว่า การตัดสินใจของสหรัฐ เสี่ยงเขย่าสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพของโลก 

 


หลังการแถลง กระทรวงต่างประเทศออกประกาศเตือนทันที เรื่องการเดินทางในเยรูซาเลม กาซา และเวสต์แบงค์ เนื่องจากกลุ่มที่ต่อต้านการประกาศของปอมเปโอ อาจพุ่งเป้าสถานที่ทำการรัฐบาลสหรัฐ ผลประโยชน์เอกชน และพลเมืองสหรัฐ เป้าหมายเสี่ยงรวมถึงกิจกรรมสาธารณะ อย่างการชุมนุม งานเฉลิมฉลอง โรแงรม คลับ และร้านอาหารแหล่งยอดนิยมของพลเมืองสหรัฐ  ศาสนสถาน โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานีขนส่งสาธารณะและสนามบิน 
 

Shares :