royal coronation
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562
ต่างประเทศ

เมื่อเจ้าชายแฮร์รียอมรับทรงเดินคนละทางกับพระเชษฐา

วันที่ 27 ตุลาคม 2562 - 00:05 น.
เจ้าชายแฮร์รี,พระเชษฐา,เดินคนละทาง
Shares :
เปิดอ่าน 18,736 ครั้ง

โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

 

                             เป็นเรื่องธรรมดา ที่ทุกครอบครัวไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกย่อมมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันเองในหมู่พี่น้องเหมือนลิ้นกับฟัน แม้กระทั่งในราชสำนักอังกฤษก็ไม่มีข้อยกเว้น จะต่างออกไปตรงที่ว่าการทะเลาะในหมู่เชื้อพระวงศ์นั้นจะไม่ปรากฏให้คนภายนอกรับรู้อย่างเป็นทางการเท่านั้น ส่วนจะลือกันหึ่งขนาดไหนแม้จะมีความจริงแฝงอยู่ จะไม่มีการแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการเด็ดขาด

 

 

                             แต่ตอนนี้ เจ้าชายแฮร์รีกลับกล้าแหกคอก นำปัญหาครอบครัวมาเป็นปัญหาสาธารณะให้โลกได้รับรู้จนฮือฮาไปทั่ว เมื่อทรงยอมรับเป็นนัยว่ามีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา ผู้ซึ่งเคยเป็นพี่น้องที่รักใคร่สนิทสนมกันมากที่สุด จากการต้องทรงสูญเสียเจ้าหญิงไดอานาพระมารดาตั้งแต่เล็กๆ นับเป็นครั้งแรกที่มีการยอมรับจากโอษฐ์ของเจ้าชายแฮร์รีเองหลังจากมีข่าวลือมานานนับปี

 

 

                             รายการสารคดีทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษได้นำเสนอเทปสารคดีความยาว 1 ชั่วโมง เรื่อง “Harry & Meghan: An African Journey“ หรือ ”แฮร์รีและเมแกน : การเดินทางในแอฟริกา” เมื่อค่ำวันที่ 20 ตุลาคม ทันทีทันใดก็เหมือนกับระเบิดลูกใหญ่ลงที่พระราชวังบักกิงแฮม ไม่ผิดกับคราวที่เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาได้ประทานสัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์ยอมรับว่าทรงมีความสัมพันธ์กับชายอื่น

 

 

                             การประทานสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก ทอม แบรดบี พิธีกรไอทีวี ได้ตามเสด็จเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน พระชายา พร้อมด้วยอาร์ชี พระโอรส ระหว่างเสด็จเยือนแอฟริกาใต้เมื่อเดือนกันยายน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการให้สัมภาษณ์สื่อก็คือเจ้าชายแฮร์รีมีพระอารมณ์บ่งบอกว่า "เหนื่อยจนแทบหมดแรง" รวมไปถึงพระอารมณ์ "สุดเซ็ง” สีพระพักตร์ทั้งเครียด ขรึม ส่อถึงความเครียดในพระทัยจากเดิมที่เคยเป็นเจ้าชายที่พระอารมณ์ดี รื่นเริงแจ่มใส

 

 

                             ประเด็นใหญ่ของการสัมภาษณ์ครั้งนี้มีแค่ 2-3 ประเด็นเท่านั้น เริ่มจากเจ้าชายแฮร์รี พระชันษา 35 ปี ทรงตอบคำถามของ ทอม แบรดบี ว่า พระองค์ทรงเป็นกังวลหรือไม่ที่พระชายาอาจต้องเผชิญแรงกดดันแบบเดียวกับเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของพระองค์ ที่สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ภายในอุโมงค์ที่กรุงปารีสเมื่อปี 2540 หลังถูกบรรดาปาปารัสซีขับขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่ล่าถ่ายภาพ

 

 

                             เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่ารู้สึกกดดันที่จะต้องปกป้องครอบครัวตลอดไปจากการรุกรานอันไม่พึงประสงค์ของสื่อมวลชน “ข้าพเจ้าจะปกป้องครอบครัวของข้าพเจ้าตลอดไป และตอนนี้ข้าพเจ้าก็มีครอบครัวที่ต้องปกป้อง---ดังนั้นสิ่งที่พระมารดาต้องเผชิญ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์ท่าน คือสิ่งสำคัญในทุกวัน ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าหวาดระแวง ข้าพเจ้าแค่ไม่อยากให้เรื่องในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีก”

 

 

 

 

                             นอกจากนี้ ยังตรัสว่า “การปฏิบัติภารกิจของเราก็เหมือนกับทุกๆ คน เราต่างต้องแสดงสีหน้าที่กล้าหาญ ยิ้มรับอะไรมากมาย สำหรับข้าพเจ้าและชายา เราเจอเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ โดยเฉพาะส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องไม่จริง แต่สิ่งที่เราทำได้ คือสนใจกับเฉพาะที่เป็นเรื่องจริง เป็นคนอย่างที่เราเป็นจริงๆ และยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ” ก่อนจะตบท้ายด้วยถ้อยคำดุดันว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ยอมถูกรุมรังแกในเกมที่เคยฆ่าแม่ของข้าพเจ้ามาก่อน”

 

 

                             เจ้าชายแฮร์รียังทรงตอบคำถามว่าการวิจารณ์ของสื่อมีผลต่อพระองค์และพระชายาหรือไม่ว่า มีผลมาก ทรงรู้สึกเจ็บปวดมากกับคำวิจารณ์ เพราะส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นความจริง แต่ทรงพยายามควบคุมหรือที่ทรงใช้คำว่า "บริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง” ไม่ให้ระเบิดออกมายามต้องต่อสู้กับสื่อที่นำเสนอข่าวที่ไม่จริง

 

 

 

                             แต่ประเด็นที่กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ก็คือทรงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าทรงขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา “จากการรับบทบาท การรับภารกิจ และการเป็นครอบครัวที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า เรื่องทำนองนี้จะเกิดขึ้น แต่การที่เราเป็นพี่น้องกัน เราก็จะเป็นพี่น้องกันตลอดไป บางทีเราอาจจะมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันบ้างในบางจังหวะ แต่ข้าพเจ้าพร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่เสมอ และรู้ว่า พี่จะอยู่เคียงข้างข้าพเจ้าเสมอเช่นกัน เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ล้วนมาจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

 

 

                             “เราไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่เราก็ชินแล้ว เพราะเราต่างยุ่งมาก แต่ข้าพเจ้ารักพี่สุดหัวใจ ในฐานะพี่น้อง เราก็มีทั้งวันชื่นคืนสุข และก็มีวันที่ขุ่นข้องหมองใจเป็นธรรมดา”

 

 

 

 

                           ด้าน เมแกน ดัชเชส แห่งซัสเซ็ก พระชันษา 38 ปี ทรงเผยว่า การปรับตัวเข้ากับชีวิตในราชสำนักเป็น “เรื่องยาก” เพราะแม้ว่าเธอจะพยายามปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของราชสำนักที่ให้ปิดปากแน่น แต่เป็นเพราะเธอไม่ได้เตรียมรับมือกับการถูกขุดคุ้ยอย่างหนักจากบรรดาสื่อแท็บลอยด์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บรรดาพระสหายชาวอังกฤษหลายคนได้เตือนว่าอย่าแต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี เพราะจะถูกสื่อแท็บลอยด์จับจ้องและทำลายชีวิตเธอได้ สุดท้ายก็เกิดข่าวลือข่าวร้ายที่สร้างความเสียหายต่างๆ นานา

 

 

                             ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าชายแฮร์รีทรงตำหนิสื่อแท็บลอยด์ที่ออกข่าวในเชิงลบโจมตีพระชายาอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นเดือนตุลาคม เมแกนได้ทรงฟ้องหนังสือพิมพ์เมล ออนซันเดย์ ฐานเผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์ที่ส่งถึงโธมัส มาร์เคิล บิดา โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการตัดต่อ ดัดแปลงจดหมายจนสร้างความเข้าใจผิด หลังจากนั้น 2 วัน เจ้าชายแฮร์รีทรงออกแถลงการณ์พิเศษตำหนิหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ว่าพระองค์และพระชายาจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้ต่อ “การโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่หยุดหย่อน” พร้อมกับย้ำว่า “ข้าพเจ้าเคยเสียแม่ไป และตอนนี้กำลังเห็นภรรยาตกเป็นเหยื่อของอิทธิพลแบบเดียวกัน”

 

 

 

 


 

                             เว็บไซต์ เดอะ ซัน และเดลีเมล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในราชวงศ์ว่า เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ได้ทอดพระเนตรการให้สัมภาษณ์ของพระอนุชาและเมแกน ทั้งๆ ที่พระองค์และพระชายาเพิ่งเสด็จกลับจากการเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ และประสบความสำเร็จด้วยดี โดยได้ทรงแสดงความเป็นห่วงอย่างแท้จริงต่อเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนว่า อยู่ใน ‘จุดที่เปราะบาง’ เมื่อนักข่าวได้ถามพระองค์ถึงเรื่องสุขภาพจิตของเจ้าชายแฮร์รี เจ้าชายวิลเลียมทรงตอบว่าคิดว่าสภาพจิตใจของพระอนุชาและพระชายาคงจะดีขึ้นแล้ว

 

 

                             ขณะที่ ฟิล ดัมเพียร์ ที่ติดตามและเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษมา 3 ทศวรรษ รวมถึงเรื่อง Royally Suited ว่าด้วยเส้นทางความรักระหว่างเจ้าชายหนุ่มกับดาราสาวอเมริกัน ให้ความเห็นว่าได้ข่าวว่าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกราชวงศ์ ต่างวิตกอย่างยิ่งกับท่าทีของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในเรื่องนี้ ดัมเพียร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่เจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับว่าขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม นั่นเป็นบทพิสูจน์ว่าสื่อแท็บลอยด์ไม่ได้กุข่าวขึ้นมาเอง เพราะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง

 

 

                             ด้านจอนนี ไดมอนด์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำข่าวราชสำนักให้ความเห็นว่า บรรดาสมาชิกราชวงศ์คงจะตื่นตระหนกกับคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ หนึ่งเพราะสื่อคงจะไม่เปลี่ยนไป ในเมื่อสื่อไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดกับการรายงานไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกประการหนึ่งสะท้อนถึงความแตกแยกภายในราชวงศ์ซึ่งควรจะผนึกพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดว่าไม่ใช่ โดยเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนแยกตัวออกไป และทำในสิ่งที่ไปคนละทิศทางกับสิ่งที่ราชวงศ์ทำ

 

 

                             ขณะที่ริชาร์ด ฟิตซ์วิลเลี่ยมส์ นักวิจารณ์เรื่องราชสำนักให้ความเห็นว่า สะท้อนชัดว่าเชื้อพระวงศ์บางพระองค์ทรงไม่มีความสุขในฐานะสมาชิกราชวงศ์ ในคำสัมภาษณ์นี้มีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบ ทั้งมีช่องโหว่และหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเทียบกับคำสัมภาษณ์ของเจ้าหญิงไดอานา อาทิ จะเกิดอะไรขึ้นตามมา พระองค์คิดว่าจะทรงแบกรับต่อได้อีกนานแค่ไหน และราชสำนักคิดอย่างไรกับคำสัมภาษณ์นี้ เชื่อว่า 2 คำถามแรกคงจะเป็นคำตอบในเร็ววัน เมื่อมีข่าวที่ค่อนข้างยืนยันว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนจะทรงหยุดการปฏิบัติพระราชภารกิจเป็นการชั่วคราวอาจจะจนถึงสิ้นปีนี้ หลังจากเริ่มใช้ “เวลาอยู่กับครอบครัว” ซึ่งปรกติจะเริ่มในราวกลางเดือนพฤศจิกายน

 

 

                             ความเห็นนี้ตรงกับที่มีข่าวลือหลายกระแสว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนคงจะทรงตระหนักว่าการทำตัวเป็นกบฏเล็กๆ ภายในครอบครัว จะทำให้ชีวิตที่เพียบพร้อมรวมทั้งอภิสิทธิ์บางอย่างอาจจะหายไป และได้ทรงวางแผนล่วงหน้าว่าอาจจะเสด็จเดินทางท่องโลกไปตามล่าหาฝันร่วมกัน อย่างที่เมแกนเคยกล่าวว่า "หญ้านั้นเขียวขจีเสมอ”

ภาพ AFP 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

-เจ้าชายวิลเลียม-แฮร์รีเสียพระทัยคุยพระมารดาครั้งสุดท้าย
-ซินเดอเรลลากลางใจเจ้าชายแฮร์รี
-รวมคลิปน่ารักเจ้าชายแฮร์รีและพระชายาเยือนออสเตรเลีย
-วัยรุ่นขวาจัดผิดข้อหาก่อการร้ายปมขู่-ตัดต่อรูปเจ้าชายแฮร์รี
-เจ้าชายแฮร์รีตามรอยพระมารดาเสด็จย่ำแดนกับระเบิดอังโกลา 
-เผยภาพพระสหายวัยเยาว์ร่วมงานเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ