ความตึงเครียดระหว่างสองยักษ์เศรษฐกิจโลกจีน-สหรัฐ ไม่มีทีท่าจะบรรเทาลง ล่าสุดมีข่าวว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาจำกัดความสามารถของ ฮิกวิชัน ดิจิทัล เทคโนโลยี ( Hikvision )  และ เจ้อเจียง ต้าฮัว เทคโนโลยี (  Zhejiang Dahua Technology สองบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ของจีน ในการเข้าซื้อเทคโนโลยีของสหรัฐ



โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ อาจกำหนดเงื่อนไขว่าบริษัทอเมริกันจะต้องได้รับอนุมัติก่อนจัดหาอุปกรณ์ให้กับบริษัทจีนเหล่านี้ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงตลาดและซับพลายเออร์ในสหรัฐ   


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวซึ่งนิวยอร์คไทมส์ รายงานเป็นเจ้าแรก มีแนวโน้มจะยิ่งทำให้กรณีพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับปักกิ่งขยายวงกว้าง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งบริษัทสหรัฐตัดสัมพันธ์ หัวเว่ย ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสื่อสารของจีน ทำธุรกิจใจสหรัฐ ก่อนผ่อนผันให้ 90 วัน 

 


ราคาหุ้นของ ฮิกวิชัน ดิ่งลง 5.5 % และ ต้าฮัว ปรับลงเกือบ 6% ที่ตลาดเสิ่นเจิ้น หลังมีข่าวว่าสหรัฐกำลังเล็งเป้าไปที่สองบริษัทนี้ 


ฮิกวิชัน เป็นผู้ขายเทคโนโลยีความปลอดภัยและสอดแนมรายใหญ่ที่สุดของโลก มีพนักงานราว 3.4 หมื่นคนทั่วโลก การเติบโตอย่างรวดเร็วมีขึ้นขณะรัฐบาลปักกิ่งเพิ่มการสอดแนมประชากรของตนเอง โดยเฉพาะในเขตปกครองตนเองซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ดินแดนที่ชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ มีสัดส่วนเกือบครึ่งของประชากร 23 ล้านคน อาศัยอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น หลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในปี 2557  

หนึ่งในมาตรการนั้นก็คือการสอดส่องความเคลื่อนไหว ผ่านเครือข่ายกล้องวงจรปิดทรงประสิทธิภาพผลิตโดย ฮิกวิชัน  ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเอไอ 

ปีที่แล้ว ส.ส.สหรัฐจำนวนหนึ่ง ส่งหนังสือถึงนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศและสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลัง เรียกร้องให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนที่รับผิดชอบเขตปกครองซินเจียงและผู้ผลิตอุปกรณ์สอดแนมสองราย คือ ฮิกวิชัน กับ ต้าฮัว 

ผู้ถือหุ้นใหญ่ของฮิกวิชัน คือ ไชนา อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี เอชไอเค กรุ๊ป ของทางการจีน  


ฮิกวิชัน ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของตน ช่วยให้ลูกค้าแกะรอยคนได้ทั่วประเทศด้วยโปรแกรมจดจำใบหน้า บุคลิกลักษณะ หรือท่าเดิน กิจกรรมที่ส่อผิดปกติ เช่น จู่ๆก็วิ่ง หรือการชุมนุมของฝูงชน