นางอาลีอา กาเนม มารดาของนายอุสมา บินลาเด็น อดีตผู้นำกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก กับมาร์ติน ชูลอฟ จากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ ที่คฤหาสน์ของครอบครัวในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย 

 

                    โดยเธออธิบายว่า เหตุใดบินลาเด็นจึงกลายมาเป็นผู้นำเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาบงการก่อวินาศกรรมช็อกโลกโจมตีสหรัฐเมื่อกันยายน 2544

                    นางกาเนม ยืนยันว่า เด็กชายบินลาเด็นเป็นเด็กดี อยู่ในศีลในธรรม และรักแม่มาก กระทั่งได้พบกับคนบางคนที่ล้างสมองเขาตอนที่ลูกชายอายุ 20 ต้นๆ  ระหว่างเรียนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคิง อับดุลลาซิส ในเมืองเจดดาห์ อาจกล่าวได้ว่า คนเหล่านั้นเป็นพวกคลั่งลัทธิก็ได้ เธอบอกลูกให้อยู่ห่างคนเหล่านั้น แต่บินลาเด็นไม่เคยบอกว่ากำลังทำอะไรอยู่   เมื่อเธอรู้ว่าลูกชายกลายเป็นนักรบญีฮาด เธอเสียใจและผิดหวังอย่างที่สุด 

                    แต่พี่น้องร่วมสายโลหิตคนหนึ่งของบินลาเด็น กล่าวว่า ล่วงเลยมา 17 ปี นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 9/11 เธอยังคงไม่ยอมรับ เพราะรักลูกมาก ปฏิเสธที่จะโทษว่าเป็นความผิดของลูก แต่เลือกโทษคนรอบตัวเขา แม่รู้จักแต่ด้านดีของลูกชาย แต่ไม่รู้จักอีกด้านเลย

                    ปีเตอร์ เบอร์เกน นักวิเคราะห์ความมั่นคงของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับบินลาเด็นและอัลกออิดะห์ 4 เล่ม เขียนถึงบทสัมภาษณ์ของแม่บินลาเด็น ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะทั้งสองใกล้ชิดกันมาก เรื่องราวบินลาเด็นแต่หนหลังยังเป็นที่รับรู้น้อย

                    นางกาเนม หย่าจากโมฮัมเหม็ด บิน ลาเด็น จากตระกูลร่ำรวยในซาอุดิอาระเบีย เมื่อตอนที่เด็กชายอุสมา  อายุ 3 ขวบ  พ่อของอุสมา บิน ลาเด็น มีลูก 53 คน กับภรรยา 20 คน เขาเสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตกขณะอุสมาอายุ 10 ขวบ หลังแยกทางกัน นายโมฮัมเหม็ด อัล-อัสตาส สามีคนที่สองของแม่คือคนที่เลี้ยงดูเด็กชายอุสมา 

                     นางกาเนมให้สัมภาษณ์ครั้งแรกได้ เพราะรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ภายใต้มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชทานอนุญาต เบอร์เกน ชี้ว่าเพราะซาอุฯต้องการแย้งว่าบินลาเด็นไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆจากทางการซาอุฯ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ญาติเหยื่อเหตุ 9/11 ฟ้องร้องรัฐบาลริยาดห์อยู่

 

 


                    แม่ของบินลาเด็น โทษคนนอก อาทิ อับดุลเลาะฮ์ อัสซาม ชาวปาเลสไตน์ ที่มักถูกยกเป็นบิดาแห่งญีฮาดโลก ว่าล้างสมองลูกชายของเธอ จนหันไปทำสงครามศาสนาตอนอายุ 20 ปี  บินลาเด็นไปร่วมรบในสงครามศักดิ์สิทธิในอัฟกานิสถาน เพื่อต่อต้านการยึดครองของสหภาพโซเวียตช่วงกลางคริสต์ทศวรรษที่ 1980

                    อัสซาม ซึ่งถูกลอบสังหารในปากีสถานเมื่อปี 2532 แต่ถึงจะเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่บินลาเด็น แต่บุคคลผู้นี้ไม่เคยพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐ

                    มารดาของบินลาเด็น ยืนยันว่า เธอเป็นชาวอาลาวียะห์ จากซีเรีย นิกายอาลาวียะห์แยกย่อยจากอิสลามนิกายชีอะฮ์ ข้อมูลส่วนนี้ช่วยเติมเต็มปูมหลังของบินลาเด็นได้ด้านหนึ่งว่า เหตุใด อดีตผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายรายนี้ ไม่สนับสนุนหรือทำสงครามกับชีอะฮ์ เหมือนกับกลุ่มสุดโต่งสายสุหนี่ทั้งหลาย เช่น ไอเอส

                    นางกาเนม กล่าวว่า เมื่อรู้ว่าลูกชายถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลัง 9/11 เธอรู้สึกช็อก "เรารู้สึกละอายใจ เราทุกคนรู้ว่าจะต้องเจอผลตามมาอย่างน่ากลัว" 

                    ทางการซาอุฯสอบปากคำคนในครอบครัวบินลาเด็น และพวกเขาไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ระยะหนึ่ง 

                    นางกาเนม ติดต่อกับภรรยาม่าย 3 คนของบินลาเด็นเป็นประจำ ทั้งสามคนอยู่ในซาอุดีอาระเบีย หลังสหรัฐส่งหน่วยซีล ปฏบัติการปลิดชีพสามีของพวกเธอที่กบดานในเมืองอับบอตตาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อปี 2554 

                    หลังสุดที่นางกาเนมได้พบกับลูกชาย คือตอนที่อยู่ในเมืองคันดาฮาร์ ทางใต้อัฟกานิสถานในปี 2542 หนึ่งปีหลังจากอัลกอดิดะห์โจมตีสถานทูต 2 แห่งในแอฟริกา คร่าชีวิตเหยื่อกว่า 200 คน 

                    เบอร์เกน นักวิเคราะห์ซีเอ็นเอ็นระบุว่า เรื่องที่ไม่ได้อยู่ในบทสัมภาษณ์ของการ์เดียน คือมารดาของเขาเดินทางไปยังคันดาฮาร์ ตามคำขอของรัฐบาลซาอุฯ เพื่อพยายามโน้มน้าวให้ลูกชายวางมือจากก่อการร้าย เรื่องนี้มาจากคำบอกเล่าของ อาบู จันดัล หัวหน้าบอดีการ์ด ซึ่งเขาบอกด้วยว่าบินลาเด็นเคารพรักแม่อย่างสูง แต่บอกกับแม่ว่าไม่อาจยุติการต่อสู้ได้ เพราะเป็นหลักการที่เก็บไว้ในหัวใจ และสัญญากับพระเจ้าไว้ว่าจะไม่ล้มเลิก