คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
บันเทิง

ขึ้นแท่นหนุ่มโสดในฝัน กับอนาคตวันนี้ของ 'มีน-พีรวิชญ์'

22 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:10 น.
ขึ้นแท่นหนุ่มโสดในฝัน กับอนาคตวันนี้ของ มีน พีรวิชญ์,พูดคุยกับ มีน พีรวิชญ์,มีน พีรวิชญ์,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
บันเทิง

Shares :
เปิดอ่าน 1,041 ครั้ง

เปิดใจหนุ่มโสดสุดฮอต "มีน" พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ทุกมุม และอนาคตในวงการบันเทิง


   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เป็นอีกหนึ่งหนุ่มสะกดทุกสายตาของสาวๆ หลายคน แค่เห็นหน้าตาทำเอาหัวใจละลายกันเป็นแถว สำหรับ “มีน” พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร นักแสดงที่แจ้งเกิดจากซีรี่ส์วาย ‘บังเอิญรัก’ และมีผลงานออกมาให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโดดมารับเล่นภาพยนตร์เรื่องแรกกับ “พี่นาค 2” ค่ายหนัง 5 ดาว ไฟว์สตาร์ ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้ เจอตัวทั้งที บันเทิง คม ชัด ลึก เลยต้องคว้าต้องตัวมาพูดคุยเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว กันซะหน่อย

 

@@ ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

ภาพยนตร์เรื่อง พี่นาค 2 เป็นอย่างไรบ้าง

   “พี่นาค 2 เป็นการสานต่อตำนานจากภาคแรก ต้องบอกว่าภาคแรกทำรายได้ไว้ดีมาก แล้วก็เรื่องราวตำนานต่างๆ ที่ทิ้งปมไว้ตอนท้ายภาคแรกว่าห้ามบวชใช่ไหม แต่ภาคนี้คือห้ามสึก เป็นการสานต่อความเฮี้ยนความฮาความสยองในภาคนี้ครับ สำหรับ พี่นาค 2 ผมรับบทเป็นโทมินจุน เป็นตัวใหม่ในภาค 2 เป็นไอดอลไทยที่มีโอกาสได้ไปเดบิวต์ที่เกาหลี พอได้เดบิวต์ก็มีเรื่องไม่ดีนู่นนั่นนี่เกิดขึ้น เราก็รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่แม่บนไว้ว่าถ้าลูกได้เดบิวต์ ต้องมาบวชที่นี่ ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาบวช มาทำไม มาอยู่ไม่ได้หรอกวัดนี้ แต่เพื่อความสบายใจของแม่ก็เลยมา ระหว่างทางก็จะมีเรื่องราวของโทมินจุน ที่ต้องมาลุ้นกันว่าจะได้บวชไหม เรื่องนี้ก็มีความสนุกในรูปแบบของหนังตลกสยองขวัญของไทย มีสอดแทรกเนื้อหาสาระด้วย สอนเรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา บางคนพูดว่าพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องยาก ตัวมีนเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอมาเล่นพี่นาค 2 ก็ถูกปรับมาให้เข้าใจมากขึ้น แล้วนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำแล้วเป็นยังไง ก็เป็นอีกเส้นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ใหญ่ และเด็กวัยรุ่นยุคใหม่”

ยากไหมกับการเป็นไอดอลเกาหลี

   “ยากนะ ตอนแรกผมยอมรับว่าเรื่องเป็นที่ท้าทาย เพราะต้องพูดทั้งไทย ทั้งอังกฤษ เกาหลี แล้วยังต้องท่องบทสวดได้อีก เรียกว่าจบเรื่องคือบวชได้เลยแหละ ชอบอะไรในความเป็น โทมินจุน คือผมกับโทมินจุน อยู่ในวงการเหมือนกัน เราก็อยากจะนำเสนออีกมุมหนึ่งของวงการบันเทิง โทมินจุน เป็นป๊อปปูลาร์มาก แต่พอมาอยู่ในวัดก็เป็นคนธรรมดาที่ต้องแบกรับความกดดัน มีหลายๆ เรื่องที่คล้ายตัวเราเหมือนกัน (ยิ้ม)”

การเล่นภาพยนตร์ กับ ซีรีส์ ต่างกันขนาดไหน

   “จบเร็วกว่า (หัวเราะ) หนังไม่เกินประมาณ 2 เดือน ถ่ายไม่บ่อย ถ่ายแต่ละทีคือหนัก เพราะว่าเราต้องไปลุยป่าลุยวัดไกลๆ ของกินก็หายาก ถ่ายซีรีส์ในกรุงเทพฯ ยังสั่งอาหารมากินได้ สะดวกสบายน้อยลงแต่ก็อยู่ได้”

คาดหวังกับ พี่นาค 2 แค่ไหน เพราะรายได้ภาคแรกทำไว้ดี

   “ก็ต้องคาดหวังนะ อย่างน้อยก็ต้องเอาให้สูสีกับภาคแรก ภาค 2 มีนเข้ามาแย่กว่าเดิมก็เขินเลยนะ เราก็ต้องมาช่วยพัฒนาให้ดีขึ้นนะ คาดหวัง 2 อย่างแล้วกันคือเรื่องรายได้ก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำภาพยนตร์อยู่แล้วแหละ อีกอย่างที่เราคาดหวังก็คือคนจะได้เข้าใจในพระพุทธศาสนา และเข้าใจในธรรมเนียมแบบไทยๆ มากขึ้น ผู้ใหญ่ก็เข้าใจเด็ก เด็กก็เข้าใจผู้ใหญ่ ก็ฝากติดตามชม พี่นาค 2 กันด้วยนะครับ ทุกโรงภาพยนตร์”

@@ ความฮอต

ปีนี้งานเราเยอะเหมือนกัน

   “ก็แน่นอยู่ มีทั้งซีรีส์ที่คอนเฟิร์มมาแล้วมาเรื่อง 2 เรื่อง มีโปรเจกต์ต่างๆ ทั้งถ่ายไปแล้ว ทั้งยังไม่ได้ถ่าย แต่พอเราไม่มีเรียนก็อาจจะมีเวลาว่างมาพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น ช่วงนี้ยังไม่เปิดกล้องก็เลยเน้นเรียนการแสดง ทำงานกับบทมากขึ้น รู้สึกว่าเราเรียนจบแล้วก็อยากจะลุยงานการแสดงเต็มตัว อะไรที่อยากจะทำแต่ไม่เคยทำก็มาลองทำดู เรียนการแสดงในศาสตร์ใหม่ๆ”

กับ “บังเอิญรัก 2” ล่ะ

   "ตอนนี้หลายคนก็ถามตั้งแต่ประกาศไปว่าจะเริ่มถ่ายทำกันหรือยัง คือจะเริ่มกันประมาณกลางปี ตอนนี้อยู่ในช่วงทำบทกันอยู่ น่าจะได้ดูกันประมาณปีนี้ บทของ ติณณ์ ในเล่ม 2 ก็จะมุมอ่อนมากขึ้น คือภาคแรกจะเห็นว่า ติณณ์เข้มแข็ง นิ่ง แข็งกร้าว แต่ภาคนี้จะได้เห็นติณณ์อ่อนลงเพื่อความรัก หรือเพื่ออะไรบางอย่าง แต่ว่าในทางกลับกันก็จะเห็นเส้นของพี่ชาย ว่าทำไมติณณ์ต้องเป็นแบบนั้น เกิดอะไรขึ้นกับติณณ์ มันจะถูกเล่ามากขึ้นในภาคนี้ แต่เรื่องราวความรักของติณณ์-แคน จะแฮปปี้เอนดิ้งไหม จะจบลงยังไงอยู่ที่พี่เมย์เขียนบทและพี่นิวผู้กำกับที่ไปคุยกันอยู่ เขาไม่ยอมบอกผมด้วย (หัวเราะ) เขาบอกให้ผมรอลุ้นพร้อมทุกคน”

กดดันแค่ไหน เพราะคนคาดหวังเยอะเหมือนกัน

   “แอบกลัวนิดหนึ่ง เพราะว่าภาคแรกคนติดภาพเราจากติณณ์ ที่เป็นคาแร็กเตอร์นั้น ตัวตนของเราจริงๆ ไม่ได้ใกล้เคียงมากเท่าไร มันก็มุมที่ใกล้ แต่ก็มีมุมที่แตกต่าง เรากลัวถ้าเราห่างหายจากติณณ์ไปเป็นเหมือนกันนะ พอเรากลับมาคนก็เห็นภาพตัวตนเราจริงๆ เราก็กลัวว่าเราจะกลับมาเป็นติณณ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม ด้วยภาค 2 เส้นเรื่องของติณณ์ ค่อนข้างจะเยอะขึ้นชัดขึ้น มีหลายมิติมากขึ้น จะเป็นติณณ์ ที่ทุกคนคาดหวังได้ไหม แต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุด กลับมาร่วมงานพี่แปลนก็ไม่มีอะไร เพราะเราเจอกันบ่อย ปีที่แล้วก็มีทัวร์ทั้งไทยและต่างประเทศ เหมือนอยู่ด้วยกันไม่ได้แยกกันทำงาน”

@@ ชีวิตเด็กหลอดแก้ว

ถามถึงเรื่อง “มีน” เป็นเด็กหลอดแก้ว มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือเปล่า

   “ส่วนตัวผมว่าไม่มีนะ คือหลายคนอาจจะมองว่าชื่อมันดูน่ากลัว โตในหลอดทดลองเหรอ มันไม่ใช่แบบนั้น ผมก็โตในท้องแม่เหมือนกัน เราก็เหมือนกับเด็กทั่วไปนี่แหละ ฉีดวัคซีนครบตามปกติ ร่างกายแข็งแรง แต่ผมเป็นภูมิแพ้ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับการเป็นเด็กหลอดแก้ว เพราะเด็กปกติก็อาจจะเป็นได้ เหมือนกัน ใช้ชีวิตยากไหมผมว่าก็ไม่ยาก ด้วยความที่ผมไม่ได้เป็นคนที่ลุยมากอยู่แล้ว ไม่ได้แบบว่าคลุกดินคลุกทราย เราก็ใช้ชีวิตปกติของเรา”

สุขภาพเป็นปัญหาเยอะแค่ไหน

   “ก็มีบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เอฟเฟกต์มากมาย ผมเป็นคนใต้ตาดำง่าย เป็นภูมิแพ้ไง นอนครบ 8 ชั่วโมงทุกวันก็ดำ พวกผดผื่นโดนนิดหน่อยก็แพ้เยอะแพ้หลายอย่าง เพราะเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวหน้าและร่างกายเรา ผมก็ดูแลสุขภาพตัวเองเยอะเหมือนกันช่วงที่ผมเป็นหนักๆ จะซื้อสกินแคร์ หรือซื้อครีมอะไรสักอย่าง ต้องมานั่งไล่อ่านส่วนประกอบเลยนะ จะมีลิสต์ของคุณหมอมาเลยผมแพ้ประมาณ 30-40 อย่าง เทียบกันเลยว่ามีไหม ถ้ามีนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เอาดีกว่า แพ้หนักสุดก็คงเป็นช่วงโหมรับ บังเอิญรัก ร่างกายปรับตัวไม่ทัน มีผดขึ้นตามตัว มีรอยแดง ช่วงนั้นต้องเช็กสเตียรอยด์ ทายา ต้องไปหาหมอทุกอาทิตย์ นานด้วยกว่าจะหาย”

ตอนนี้ครอบครัวยังห่วงเรื่องการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือเปล่า

   “ไม่ห่วง ครอบครัวปล่อยแล้ว แต่ก็คือเป็นห่วงบ้างแต่ก็ไม่แบบว่าห้ามนู่น ห้ามนี่ โทรมาคุยว่าอยากจะให้พักบ้าง อยากให้กลับบ้านบ้าง แม่คิดถึง บางทีแม่ก็โทรมาบ่นไม่กลับบ้านเลย”

เรียนจบแล้วด้วย

   “สบายใจมาก เพราะว่าไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียนแล้ว ถึงเราจะเรียนการศึกษาในระบบจบแล้ว เราก็ยังอยากจะเรียนรู้อื่นๆ ที่เราอยากรู้เพิ่มเติม ตอนนี้กำลังทำธีสิสอยู่ครับ ทำหนัง มีทีมเพื่อนๆ มาช่วยกันทำ น่าจะถ่ายเสร็จประมาณเมษายน รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ตอนเข้ามหาวิทยาลัยตอนแรกทำงานไปด้วยก็เคยคิดตลอดเวลาว่าจะมีวันที่เรียนไม่ไหว ทำงานไม่ไหว ต้องเลือกอะไรสักอย่างหนึ่งไหม แต่เราก็ฝืนอยากจะรู้ อยากทำทั้ง 2 อย่าง พยายามจะจัดตารางเรียนให้เหมาะสม พอผ่านไปได้ด้วยดี จบในความต้องการของเราด้วย ก็เลยสบายใจ”

เป้าหมายชีวิตต่อไปในวงการบันเทิง

   “อยากหาบทบาทที่ท้าทายขึ้น แปลกใหม่ขึ้น ได้ลองเล่นอะไรใหม่ๆ ลองอะไรที่ยังไม่เคยลอง ส่วนเป้าหมายระยะยาวนั่งดูละคร นั่งดูหนัง รู้สึกว่าอยากจะเล่นบทพ่อ (หัวเราะ) นอนคิดอยู่ว่าวันหนึ่งเราจะได้เล่นบทพ่อไหม คิดอยู่ว่าแก่ไปคงจะดูดี ดูแลตัวเอง ยังสามารถแสดงได้อยู่ไหม แต่ยังไม่ต้องรีบชวนตอนนี้นะครับ เพราะเราก็อยากอยู่ในวงการบันเทิงไปนานๆ แหละ”

@@ ความรักของ “มีน”

ความรักเป็นยังไง

   “จบไปพร้อมกับการศึกษาเลยครับ (หัวเราะ) ไม่มีเลย ตอนนี้คือนิ่งมาก ไม่มีคนมาคุยด้วย ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร พอเรียนจบเรียกว่าเหงาเลยดีกว่า ไม่มีคนคุยด้วยมานานแล้วเหมือนกันนะ ตอนนี้เท่าที่รู้สึกได้คือหลายเดือนแล้ว นิ่งมาก โทรศัพท์ตอนนี้แบตเต็ม ทำไมความรักถึงหายไปอาจจะเป็นเพราะว่าความต้องการที่ไม่เท่ากัน หมายถึงว่าเราคิดเท่านี้สำหรับเราพอแล้ว เขาคิดว่าสำหรับเขาเท่านี้คือพอ เราอยากจะเรียกร้องอะไรจากเขา แต่เขาบอกว่าเขาให้เราเต็มที่แล้ว หรือเราก็ให้เขาเต็มที่แล้ว มันก็ไม่เท่ากัน เราก็รู้สึกว่ายิ่งทำก็เหนื่อยกันเปล่าๆ เราก็อยากจะอยู่กับตัวเองด้วยเลยไม่ได้คิดจะมีใคร ตอนนี้คือเบรก ก็สบายใจดี”

มุมมองความรักของเราเป็นยังไง

   “ผมมองว่าผมมีมุมมองความรักแบบนี้อยู่แล้ว คือเราจะทำให้ตัวเองสบายใจที่สุดในการที่จะรักใครสักคนหนึ่ง ถ้าเราได้รักใครเราก็ต้องสบายใจที่เราได้รักเขา แล้วเขาก็ต้องสบายใจในแบบที่เขารักเราด้วย”

นี่แหละ...ตัวตนนี้ที่รักในแบบ “มีน” พีรวิชญ์

เรื่อง : เมธาวี ดีมี

ภาพ : ประเสริฐ เทพศรี



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ