ที​มบันเทิง คมชัดลึก -   เปิดศักราชใหม่พระเอกหนุ่ม “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ ก็คิวแน่นทำงาน 7 วันเลยทีเดียว แถมตอนนี้ยังมีละครเรื่อง “ฟ้าฝากรัก” ประกบคู่ “มิ้นต์” ชาลิดา บนหน้าจอช่อง 3 และกำลังถ่ายละคร “ความทรงจำสีจาง” อีกด้วย มีโอกาสได้เจอตัว “บันเทิง คม ชัด ลึก” เลยต้องรีบเกี่ยวแขน หนุ่มเต้ย มานั่งคุยทุกเรื่องแบบเป็นกันเองซะหน่อย

    @@ ผลงานที่ถูกจับตามอง
    เล่าถึงละครเรื่อง ฟ้าฝากรัก เป็นอย่างไรบ้าง
    “เรื่องนี้เป็นละครโรแมนติกคอมเมดี้ ผมรับบทเป็นนักออกแบบของเล่น เป็นคนที่มีปมภายในแต่ว่าซ่อนเอาไว้ คือแม่ไม่ยอมบอกว่าแม่ที่แท้จริงเป็นใคร เพราะเราโดนไล่ออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก หลังจากรู้ความจริงว่าเราไม่ใช่ลูกเขา ตอนนั้นเราก็เติบโตมาด้วยตัวเอง แล้วแม่ก็ถูกรถชนโดยคนในครอบครัว แล้วเรื่องก็ถูกปิดเงียบ เราเลยแค้นมากๆ กับครอบครัวนี้ คาแรกเตอร์เราเลยกลายเป็นคนแข็งกร้าว มีอีโก้หน่อยๆ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะเราเติบโตมาด้วยตัวเอง มีความเห็นแก่ตัวด้วย เรื่องนี้พลิกบทบาท เพราะเป็นการเล่นคอมเมดี้แทบจะเต็มตัวเลย น่าจะประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์จะเป็นเรื่องของดราม่าในพาสครอบครัว ไม่ไกลและไม่ใกล้ตัวมาก การเล่นเรื่องนี้มันอยู่ที่จังหวะ เพราะว่ามันเป็นคอมเมดี้ ถ้าจังหวะไม่ได้โป๊ะเป๊ะก็จะยุ่งอยากเหมือนกัน เรื่องค่อนข้างออกไปทางการ์ตูนบางฉากความรู้สึกมันจะรู้สึกมากกว่าปกติ ช่วงแรกยากมากเวิร์กช็อปหลายครั้งมากกับ มิ้นต์ ชาลิดา กว่าจะเข้ากันได้เยอะเหมือนกันประมาณ 3-4 ครั้งได้ แรกๆ ต้องยอมรับว่ามีความเครียดเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องแรกที่คอมเมดี้เยอะมากๆ แต่ว่าเราก็เต็มที่แล้วกัน บอกมิ้นต์ว่าสู้ๆ ไปด้วยกัน มิ้นต์จะเก่งดราม่ามากๆ เปิดก๊อกมาน้ำตาไหลปุ๊บ เฮ้ยอะไร (หัวเราะ) แล้วมิ้นต์จะมีความเข้าใจเรื่องคนท้อง ถ่ายทอดอารมณ์ของคนท้องออกมาได้ดีมากๆ เพราะคุยกับผมอยู่ในเรื่อง แต่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนอารมณ์ร้องไห้โวยวาย เพราะว่าฮอร์โมนคนท้องก็จะขึ้นๆ ลงๆ ในส่วนนี้ผมก็เซอร์ไพรส์เหมือนกัน”


    ร่วมงานกับ “มิ้นต์” ชาลิดา
    “มิ้นต์มีภูมิต้านทานเยอะ จะแกล้งอะไรนางไม่ค่อยได้ เพราะโดนพวกพี่บอย (ปกรณ์) แกล้งมาก่อน ผมไปแกล้งเขาไม่สะทกสะท้านอะไรหรอก เขารู้เล่ห์เหลี่ยมทันหมด เล่นละครด้วยกันก็สนุกดีครับ ถามว่าเล่นเรื่องนี้กับมิ้นต์ คาดหวังไหม เราไม่ได้คาดหวังมาก เรียกว่าไม่ได้ตั้งเป้าไว้สูงดีกว่า เพราะพี่หน่อง (อรุโณชา) บอกว่าถ้าเราไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง เราก็ทำทุกอย่างให้มันเต็มที่พอ หลังจากนี้ก็อยู่ที่คนดูว่าเขาจะชื่นชอบเราไหม บางทีละครที่ทำดีแค่ไหน แต่มันอยู่ในช่วงเวลาที่จังหวะไม่ดีก็ไม่ดี อยากให้แฟนๆ ละครทุกคนติดตามเรื่อง ฟ้าฝากรัก ด้วยนะครับ เป็นละครที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกๆ ครอบครัวแน่นอน ในเรื่องของความรักครอบครัว ความอบอุ่นในครอบครัว การให้อภัย การเห็นแก่ส่วนรวม และจะได้เห็นพัฒนาการตั้งแต่การยังไม่ปฏิสนธิ จนตั้งครรภ์ และคลอดออกมาเลย หวังว่าจะสนุกไปด้วยกันในเรื่องนี้”

 

    อีกเรื่องคือ “ความทรงจำสีจาง” ถ่ายไปถึงไหนแล้ว
    “ตอนนี้น่าจะถ่ายไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว ก็ถ่ายกับ “เต้ย” จรินทร์พร สนุกดีครับ เรื่องนี้เป็นแบบเกาหลีหน่อย โรแมนติกดราม่า ช่วงหลังจะเข้าสู่พาสดราม่าแล้ว ก็ต้องรอดูว่าบทจะออกมาเป็นอย่างไร จะดราม่าขนาดไหน เรื่องนี้จะเป็นผู้ชายที่ความจำเสื่อมในช่วงเวลาเด็กเพราะว่าได้รับอุบัติเหตุเลยพยายามสืบหาว่าเรามีความทรงจำอะไรในวัยเด็ก มันมีความอยากรู้อยู่ แต่จริงๆ แล้วปมที่เราหายไปมันมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นอะไรที่คาดไม่ถึง เรื่องนี้ไม่หนักและไม่กดดัน แต่เราต้องสู้ไปด้วยกันในเรื่องของบทครับ บทที่มันจะไต่ไปเรื่อยๆ ค่อนข้างยากขึ้นเรื่อยๆ มันจะมีความพีคและลึกขึ้นมากๆ ในช่วงหลังๆ น่าจะได้ชมกันประมาณกลางปีนี้”

 

    เรื่องนี้ “เต้ย” พงศกร-“เต้ย” จรินทร์พร มาเจอกัน
    “เต้ย เต้ย มาเจอกันก็วุ่นดิครับ (ยิ้ม) เขาเรียกว่า เต้ย ทีก็หันไปทั้งคู่เลย จนต้องบอกกองว่าเรียกชื่อตัวละครนะ เพราะถ้าเรียก เต้ย อีกก็จะหันไปทั้งคู่ เต้ย (จรินทร์พร) เป็นคนขี้เล่นขี้แกล้ง แต่สำหรับผมคนนี้แกล้งได้ (หัวเราะ) เพราะเขาจะไม่ทันเราในบางที อยู่ในกองคือเฮฮาครับ มีพี่เอมตามใจตุ๊ดอย่างนี้ ก็สนุกสนานกันในกอง”

 

    จริงๆ ถนัดเล่นละครแนวไหน
    “ถ้าสนุกๆ อย่างนี้ไม่ซีเรียสมาก ก็จะเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ จริงๆ ทุกเรื่องมันท้าทายฝีมือหมดแหละ อยู่ที่ว่าบทจะออกมาในรูปแบบไหน ตัวละครจะออกมาในรูปแบบไหนมากกว่า ส่วนงานละครเรื่องอื่นน่าจะได้รู้หลังเมษายนไปเลยว่าจะได้เล่นอะไรยังไง มีการทาบทามมาแล้ว ปีนี้ละคร 2 เรื่องติดกันเลย (ยิ้ม) ทำงาน 7 วันอีกแล้วไม่ได้ออกอีเวนท์เจอพวกพี่ๆ เลย เพราะต้องถ่ายละครให้แฟนๆ ละครได้ติดตามกัน จริงๆ อยากเล่นหนังเหมือนกัน ล่าสุดไปกราบท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) ท่านมุ้ยก็บอกว่าถ้ามีบทหนังดีๆ ก็จะเรียกมานะ ที่ไม่ได้รับหนังเลยเพราะไม่ว่างเลย เพราะต้องหาช่วงว่างจากการถ่ายละคร สำหรับหนังก็มีเข้ามาประมาณเรื่อง 2 เรื่อง ส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธไป เสียดายเหมือนกัน การรับหนังต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับจังหวะจริงๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเล่น เพราะก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งด้านการแสดง แล้วก็ได้ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ”

 

    บทบาทไหนที่อยากเล่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
    “อยากได้บทบาทที่แหวกแนว คนดูคาดไม่ถึง เหมือนบทซีรีส์เกาหลีอย่างนี้ คนอาจจะคิดว่าเป็นตัวร้าย แต่จริงๆ แล้วเป็นตัวดี คนอาจจะคิดว่าดีมาอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายพลิกเป็นตัวร้ายเฉยเลยที่แบบไม่มีการสปอยล์ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าตัวละครนี้ร้าย”

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส

 

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส

 

 

 

    @@ มุมมองชีวิต
    ครอบครัวยังเป็นห่วงอะไร
    “ส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องการเดินทาง เวลาไปกองละครอย่างนี้จะนอนหลับพักผ่อนพอไหม เวลาขับรถจะง่วงนอนหรือเปล่า เรื่องการดูแลสุขภาพถ้ามีเวลาช่วงไหนงีบได้ก็จะงีบเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ดื่มน้ำเยอะๆ แต่ถ้าช่วงไหนมีเวลาว่างออกกำลังกายเราก็ใช้เวลาออกกำลังกาย เพราะว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน อย่างที่เห็นว่าผมรักการวิ่งมาก ปีนี้ก็มีเป้าหมายจะไปวิ่งเหมือนกัน (ยิ้ม) แต่เร็วๆ นี้ก็วิ่งกับทางช่อง 3 ไปวิ่งอยู่สุพรรณบุรี ก็ไปวิ่งมาแล้วตอนต้นปีที่โตเกียว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ผมชอบคือการดำน้ำ ผมว่าการดำน้ำทำให้ผมได้อยู่กับตัวเอง ผมว่ามันสำคัญนะกับการที่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นในทุกๆ วัน เพราะว่าบางคนอาจจะหลงลืมตัวเองไปบ้าง"

 


    ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหนจากวันแรกที่เข้าวงการ
    “ก็เปลี่ยนไปเยอะนะ ผมว่าทุกๆ ช่วงเวลามันสอนอะไรเราหลายๆ อย่าง มันไม่ใช่แค่ที่เราเข้าวงการเท่านั้น มันยังมีเรื่องของการใช้ชีวิต การได้เจอกับผู้คน เรียนรู้คนที่เราได้เจอ สำหรับผมมองว่าการที่ผมได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ มันเป็นเรื่องของโอกาส การที่เรามาอยู่ตรงนี้ หลายคนมองว่ามันสวยงาม โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผมว่าไม่นะ สำหรับผมโอกาสมันไม่ได้มีมาเสมอ บางคนท้อก่อนที่จะได้โอกาส เหนื่อยจนอยากจะถอย แต่ผมอยากบอกว่า ถ้าเราท้อ หรือถอยก่อนที่โอกาสมันจะมาถึง เราจะเสียใจและเสียดายมาก แต่ถ้าเราสู้และอดทนรอ พอโอกาสมาถึง แล้วเราคว้ามันไว้ได้ เราจะภูมิใจกับมันที่สุด”

 


    ถ้าให้พูดถึงชีวิตตัวเองในวันนี้จะบอกว่ายังไง
    “ผมว่าผมเป็นคนโชคดีในชีวิตนะ ผมมีครอบครัวที่ดี มีคนรอบข้างที่ดี มีคนที่คอยให้กำลังใจดีๆ ในวันที่ผมอาจจะรู้สึกท้อ หรือเจอปัญหาอะไรก็ตาม แต่ผมโชคดีที่จะมีมือของคนหลายๆ คนที่รักผม ที่พร้อมจะดึงผมให้ลุกขึ้นมา อีกหนึ่งความโชคดีของผมคือ ผมได้ทำอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการ ได้ทำในสิ่งที่รัก ได้รู้จักตัวเองจริงๆ ว่าเราต้องการอะไร ทุกวันนี้ผมไม่ได้มองว่าอนาคตจะต้องเป็นยังไง แต่สิ่งที่ผมคิดตลอดคือผมจะทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด”

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส

 

 


 
 
    @@ รักในแบบ ‘เต้ย’
    ความรักตอนนี้เป็นยังไง เป็นสีชมพูไหม
    “ความรักก็มีคนคุยเหมือนกัน ความรักครั้งนี้ไม่ได้คาดหวัง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้คาดหวัง ตัวเราเองงานเยอะก็ต้องหาเวลาเจอให้ได้ เขาเป็นคนนอกวงการ เขาเข้าใจการทำงานของเรานะครับ ผมมีแนวคิดที่ว่า ความรักที่ดีต้องควบคู่ไปกับการงานที่ดีด้วย"

 


    เขากลัวเรื่องการถูกขุดคุ้ยไหม
    “มันเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าตัวผมเองเป็นบุคคลสาธารณะ แต่เรื่องแบบนี้เราก็ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเขาอึดอัด บอกเขาไปเหมือนกันว่าจะเป็นยังไงนะ ถ้าเปิดไปจะเป็นอย่างนี้นะ แต่เรายังอยู่ในช่วงเป็นเพื่อนกันคุยกันไปในแบบที่สบายใจไม่ต้องมีปัญหา”

 

    ตอนนี้ถือการเริ่มต้นคุยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
    “ก็ดีนะ มีความสุขดี ตรงสเปกไหม (ยิ้ม) คนทุกคนอาจจะไม่ตรงสเปก อาจจะไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่มันเป็นอะไรที่สุขที่สุดก็พอ คุณพ่อคุณแม่ก็รับรู้เรื่องความรัก อย่างว่าแหละครับเราไม่ได้เปิดและก็ไม่ได้ปิด เพราะว่าแฟนคลับบางส่วนเขาก็รู้กัน แฟนคลับก็โอเค”

 

    มุมมองรักในแบบฉบับ “เต้ย” พงศกร
    “ผมว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี มาเติมเต็มสีสันให้แก่ชีวิต ทำให้เราได้เรียนรู้และตื่นเต้นตลอดเวลา ความรักเป็นสิ่งที่เคยเจอ เคยเห็น แต่อธิบายไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร”
    เรื่องราวชีวิตของพระเอกชื่อ “เต้ย” พงศกร

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส

 

 

'เต้ย' มีวันนี้เพราะไขว่คว้าโอกาส