คมชัดลึกออนไลน์ 29 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
บันเทิง

'แอนนี่ บรู๊ค' เล่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต

5 ธันวาคม 2562 - 17:40 น.
แอนนี่ บรู๊ค เล่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต,แอนนี่ บรู๊ค,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
บันเทิง

Shares :
เปิดอ่าน 1,259 ครั้ง

"แอนนี่ บรู๊ค" ควง "น้องฑีฆายุ" เผยจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต หลังเจอมรสุมชีวิต


   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-อดีตนางเอกสาวชื่อดัง "แอนนี่ บรู๊ค" ที่เคยฝากผลงานไว้มากมายแต่ต้องเฟดตัวออกจากวงการเพื่อเลี้ยงดูลูกชายวัย 9 ขวบ อย่าง “น้องฑีฆายุ” เผยชีวิตต้องเจอมรสุมชีวิตมากมาย แม่ล้มป่วยติดเตียง ผ่านรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง One31 พร้อมอัพเดตสถานะหัวใจ

ตอนที่เริ่มตั้งท้องก็เฟดออกจากวงการเลย ทำไมเลือกหันหลังให้วงการบันเทิง ?

   แอนนี่ : เค้ามีแค่เราคนเดียวเราก็ต้องดูแลเค้าอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกอย่างนึงเราก็แก่ตัวลงด้วยเด็กรุ่นใหม่ก็เยอะด้วย เราก็หันไปทำอย่างอื่นเพราะเราก็อยากหาเงินให้ลูกได้เรียนหนังสือสูงๆ แล้วเราหาเงินคนเดียวก็ต้องดูแลทั้งครอบครัว มีอยู่ช่วงนึงไปทำงานต่างประเทศไปร้องเพลงก็ฝากน้องเอาไว้เลี้ยง เพราะเราคิดว่าเรายังสาวอยู่ต้องรีบหาเงิน ถ้ายังหาตรงนี้ไม่ได้ก็หาที่อื่

พอกลับมาดูแลลูกเต็มตัวก็ทำหน้าที่เป็นทั้งแม่และพ่อ ในฐานะพ่อก็หนักเหมือนกันเพราะลูกชายชอบเล่นอะไรแรงๆ ?

   แอนนี่ : นางก็จะโถมทั้งตัวใส่เรา เค้าไม่รู้เค้ากะแรงไม่ถูก เค้าไปคุยกับเพื่อนที่โรงเรียนเพื่อนเค้าก็บอกว่าเค้าเล่นกับพ่อเค้าขี่หลัง ขี่คอ พอเค้ากลับมาบ้านก็มาทำกับเรา เราก็ยอม

ถ้ามีงานในวงการบันเทิงติดต่อมารับมั้ย ?

   แอนนี่ : รับค่ะ

อีกเรื่องที่สอนลูกดีมากคือเรื่องประหยัดเงิน สอนลูกยังไง ?

   แอนนี่ : เค้าเห็นเราอยู่แล้วว่ากว่าจะได้มาแต่ละบาทแต่ละสตางค์ อย่างตอนนี้เค้าเห็นพี่ทำร้านบิงซูอยู่เค้าก็จะรู้ว่ากว่าแม่จะขายน้ำได้แก้ว สองแก้วมันเท่าไหร่กว่าจะได้มาร้อยนึงมันลำบากมากเลยนะฑี อย่างเพื่อนๆเค้าจะเอาตังค์ไปโรงเรียน เค้าก็ไม่เอาเค้าก็บอกว่าแม่ว่าผมไม่ต้องกินหรอกขนม เราก็ถามเค้าว่าแล้วตอนเที่ยงน้องไม่ต้องกินขนมหรอ เค้าก็บอกว่าไม่เอาแม่เก็บไว้กินข้าวกลางวันเถอะ

ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่เป็นยังไงเห็นว่าเพิ่งย้ายบ้านหลังใหม่ ?

   แอนนี่ : มันต้องประหยัดแล้วอ่ะค่ะ เพราะว่าคุณยายล้ม ตอนคุณยายล้มแรกๆไปทำงานลำบากมากเพราะว่าคุณยายติดเตียง

คุณแม่อายุเท่าไหร่ ?

   แอนนี่ : อายุ 60 กว่า แต่แกจะดูแก่กว่าอายุไปอีกประมาณสิบปีเพราะแกคนทำไร่ ทำสวน ทำนา ทีนี้พอติดเตียงเราไปไหนไม่ได้เพราะต้องคอยเปลี่ยนแพมเพิร์สแล้วคนแก่ที่เค้าเพิ่งป่วยเค้าจะหงุดหงิด เค้าจะมีอารมณ์ทุกสิ่งอย่าง กลัว พะวง แค่แอนหันหลังไปซักผ้าแป๊ปเดียวแกก็จะเรียกอยู่นั่นแหละ คือทำงานค่อนข้างลำบากมากช่วงนั้

ตอนที่บอกว่าต้องประหยัดคือเราย้ายบ้านจากไหนไปไหน ?

   แอนนี่ : พอเราหาเงินยากแล้วทีนี้มันก็เหลืออยู่อีกแค่วิธีเดียวก็คือต้องประหยัด ต้องจมให้ลง เราก็เลยต้องย้ายบ้านทีนี้ย้ายยังไงให้ยิงกระสุนทีเดียวได้นกสองตัว ย้ายบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วต้องประหยัดค่าน้ำมันในการเดินทางไปโรงเรียนของลูกด้วยก็เลยไปหาที่ใกล้โรงเรียนลูกที่สุด ซึ่งก็มาได้บ้านหลังนี้ซึ่งเป็นหลักพันแล้วก็เดินไปโรงเรียนได้โดยที่ไม่ต้องขับรถ

เห็นว่าที่ต้องประหยัดเพราะเรามีปัญหาภาวะเรื่องการเงิน เราติดแบล็คลิสต์ด้วย เกิดอะไรขึ้น ?

   แอนนี่ : ก็ผ่อนไม่ไหวก็ต้องปล่อยให้ธนาคารยึด รอให้ธนาคารขายแล้วก็ที่เหลือถ้าเรามีเราก็ใช้เค้าไป

ตอนนี้หลายอย่างมากทำอะไรอยู่บ้าง ?

   แอนนี่ : ตอนแรกเลยพอคุณแม่ล้มแล้วทำงานไม่ได้ ออกไปข้างนอกไม่ได้ รับงานไม่ได้ มันมีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ พอดีว่าไปทำบุญบ่อยแล้วเจอครูที่เค้ามาทำโรงทานแล้วเราไปชิมหมูฝอยของเค้า ของเค้าอร่อยเราก็เลยโทรไปขอสูตรเค้าดื้อๆเลย เค้าก็สอนให้ เอามาทำที่บ้านก็ลองขายดูก็พอขายได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ขายแล้ว

น้ำพริกก็ขาย ?

   แอนนี่ : น้ำพริกก็ขาย แต่ตอนนี้หยุดไว้ก่อนเพราะว่าช่วงแรกยังไม่ได้เปิดร้านยังไม่ได้ย้ายมาบ้านหลังนี้แล้วมันไม่มีอะไรทำ เราก็ทำคนเดียวด้วยไม่ได้จ้างใคร หมูฝอยพอสั่งเยอะๆขึ้นก็ทำไม่ทัน พอจ้างคนก็มามั่ง ไม่มามั่ง หมูฝอยมันขั้นตอนยุ่งยากเอาไว้ก่อน ทีนี้ก็ลองทำน้ำพริกปลาร้าก็มีฑีคอยช่วย

ขายถั่วก็ทำมาแล้ว ?

   แอนนี่ : ก็ทุกอย่าง พวกพริกกรอบทำตามออเดอร์แล้วก็ส่งไปรษณีย์อย่างเดียวไม่มีหน้าร้าน

ค่าใช้จ่ายในครอบครัวต่อเดือนเท่าไหร่ ?

   แอนนี่ : อาศัยอยู่ในเมืองกรุงไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ไปตลาดตอนนี้ผักแพงกว่าหมูอีกนะ ค่าใช้จ่ายตกต่อเดือนรวมทั้งค่าเช่าบ้านแล้วถ้าเป็นก่อนหน้านี้ประหยัดแล้วอยู่ที่ 50,000 ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ากิจกรรม ค่าเรียนพิเศษทุกอย่างอยู่ในนี้หมดแล้ว แอนเคยพูดออกรายการไปบางคนก็บอกว่าใช้เงินเดือนละ50,000 เลยหรอใช้วันละ 200-300 ก็พอ มันก็พอหรอกนะถ้าเรากินข้าวไข่เจียวทุกวัน แต่ว่าบางวันแม่ก็ต้องซื้อยาแก้ปวดเพิ่ม บางวันลูกไม่สบาย บางวันต้องซื้อหนังสืออีก มันจะมีจุกจิกแบบนี้เข้ามาตลอด

 

ต้องดูแลคุณแม่ทุกอย่างเลยเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ พลิกตัว ?

   แอนนี่ : มันไม่ใช่แค่ดูแลร่างกายเค้าอย่างเดียวต้องดูแลจิตใจเค้าด้วยอันนี้หนักหนาสาหัสมาก

การดูแลจิตใจคนป่วยนี่คือขั้นที่ 1 แต่ของแอนนี่มีมากกว่านั้นอีก แอนนี่ตอนเด็กๆเหมือนห่างกับคุณแม่มีปมหรือมีความเข้าใจอะไรในใจที่แตกต่างยังไง ?

   แอนนี่ : เราก็ไม่รู้ว่าตอนที่คุณแม่เค้าอยู่กับคุณพ่อเรา เค้าเกิดอะไรในชีวิตมากมายขนาดไหน เพราะว่าเจเนอเรชั่นของเค้ามันเป็นเจเนอเรชั่นของผู้ใหญ่สมัยก่อน มีความเป็นละครค่อนข้างเยอะ เราไม่รู้ว่าในใจเค้าคิดอะไร พอเค้ามีอะไร พอแอนจบ ป.6 เค้าก็บอกว่าไม่ต้องเรียนต่อแล้วไปเป็นแม่บ้านทำงานเดี๋ยวส่งไปกรุงเทพฯ เราชอบเรียนหนังสือเราก็ไปบอกคุณครูว่าให้ช่วยกับแม่หน่อยได้มั้ยว่าเราอยากเรียนหนังสือแต่เราไม่มีตังค์ คุณครูก็กล่อมแม่จนได้แล้วก็บอกว่าถ้าลูกสอบชิงทุนได้จะให้ลูกไปเรียนมั้ย สุกท้ายแม่ก็ยอม แอนก็สอบชิงทุนได้ไปเรียนที่เชียงใหม่ไปเรียนฟรี ตั้งแต่นั้นก็ห่างแม่เพราะว่าเป็นโรงเรียนประจำ

ด้วยความห่างกันพอกลับมาดูแลกันก็มีช่องว่างเค้าก็คิดว่าเราไม่รักไม่ดูแล เห็นว่าตอนกลางคืนเค้าตื่นมากรี๊ดด้วยใช่มั้ย ?

   แอนนี่ : ใช่ค่ะ คือช่วงตอนเด็กๆเรามีความรู้สึกว่าเค้าตีเราหนักไปมั้ย เค้าตีเราไม่มีเหตุผล เค้าโกรธใครมาหรือเค้ามีภาระทางใจในเรื่องของใครหรือเปล่าทำไมเค้าถึงมาลงที่เรา หลายๆครั้งเรารู้สึกว่าเค้าไม่ได้รักเรา บางทีเค้าก็พูดขึ้นมาด้วยอารมณ์ด้วยตอนเราเล็กๆแบบฟาดเราไปก็พูดว่าเค้าไม่ได้รักเรานะแต่จำเป็นอะไรอย่างนี้

มันก็ฝังในใจเรา ?

   แอนนี่ : มันก็ฝังในใจเราแต่ถ้าถามว่าโกรธเค้ามั้ยไม่เคยเลยแล้วก็เป็นลูกที่ดีเสมอมา พอเราหาเงินได้เราก็สร้างบ้านให้แม่เลย ส่งเงินให้แม่ทุกเดือน แม่อยากได้ทองก็ซื้อให้ แม่อยากได้อะไรเราก็ซื้อให้ทุกอย่าง

ตอนที่เรารุ่งเรืองปลูกบ้านให้แม่ ดูแลแม่เค้าเคยพูดชมเรามั้ย ?

   แอนนี่ : ไม่ค่ะ

ช่วงที่มีน้องฑีฆายุเห็นว่าบางช่วงก็เป็นกาวใจด้วย ?

   แอนนี่ : ใช่ค่ะ อย่างตอนที่เค้ามาอยู่กับเราเค้าก็กรี๊ดนั่นนี่ เราก็พยายามอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจว่าเค้าป่วยไม่สบาย

ที่แม่กรี๊ดนี่คือเค้าฝันหรือว่าอะไร ?

   แอนนี่ : ไม่ค่ะ เหมือนเค้าแค่อยากทำ คือเราก็หลับๆอยู่แล้วเค้าก็กรี๊ดขึ้นมาดังลั่นบ้านเลย เราก็ตกใจรีบวิ่งมาดูว่าแม่เป็นไร ไม่มีอะไรแค่ร้อน มันก็รู้สึกนะแต่จะรู้สึกยังไงก็แม่เรา แอนถึงแม้จะห่างห่างแต่กายปีนึงกลับบ้านบ่อยมากส่งเงินส่งทองโทรหาตลอดเวลา

น้องฑีช่วยเป็นกาวใจอย่างไรบ้าง ?

   แอนนี่ : ก็มีอยู่ครั้งนึงเราทะเลาะกันกับแม่แรงเหมือนกันแล้วเค้าไม่เย็นซักที แอนทำได้ก็คือต้องเดินออกไปข้างนอกบ้านแล้วก็ไปนั่ง ไม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่แม่ น้องฑีนั่งเล่นเกมส์อยู่ดีๆก็เดินมาพูดกับเราว่า

   ฑีฆายุ : แม่ครับผมไม่รู้ว่าวันนึงยายจะตายหรือไม่ ต้องอยู่กับยายให้ดีที่สุดให้เยอะที่สุดนะครับ

   แอนนี่ : พอพูดกับแอนนี่เสร็จแล้ว ก็เดินไปพูดกับยายประโยคเดียวกั

พอฟังเรื่องทั้งหมดแล้วรู้สึกเหมือนว่าคุณยายเค้าคิดว่าเหมือนแอนนี่ไม่รักเค้า ?

   แอนนี่ :  คนรอบตัวแม่เค้ารู้เค้าเห็นการกระทำของแอนหมดทุกอย่าง แต่มันเหมือนกับว่าลูกที่ไม่ได้รัก คือเค้ามีปมในใจเค้าคิดว่าเราไม่รักเค้า รอบตัวเห็นหมดว่าเรารักเราทุ่มเทเราทำทุกอย่างด้วยใจมาตลอดคือแอนเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 18 ตอนนี่แอนอายุ 39  คือ 20 ปีไม่เคยที่จะทอดทิ้งหรือว่าบกพร่องในหน้าที่ ไม่มีเลย

 

ชีวิตครอบครัวเหมือนไม่ได้ปรับความเข้าใจมีแผลมาจน 30 กว่าปี วันนึงมีจุดเปลี่ยนแม่รู้ว่าแอนนี่รักแม่ เกิดอะไรขึ้น ?

   แอนนี่ : เราก็เช็ดอึ เช็ดฉี่ให้เค้า ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรก เค้าป่วยแบบนี้ประมาณครั้งนี้ครั้งที่สามแต่ครั้งนี้หนักสุด เราก็ทำหน้าที่เต็มที่ถึงเค้าจะอารมณ์ร้อน เราก็รองรับทุกสิ่งทกอย่างที่เค้าเป็น จนมาวันนึงมันเหมือนกับสิ่งเหล่านี้มันซึมเข้าในใจเค้า เราอยู่ด้วยกันช่วงนี้เป็นช่วงที่นานที่สุดก็คือปีนึง เพราะว่าอยู่ด้วยกันปกติเต็มที่ก็อาทิตย์นึง สองอาทิตย์ เดือนนึงไม่เกินนี้ แต่นี่อยู่ด้วยกันปีนึงเค้าได้เห็นตลอดว่าเราไม่ทิ้งขว้าง

ใช้ระยะเวลาเป็นปีนะกว่าที่คุณแม่จะพูดกับคุณว่า ?

   แอนนี่ : รักแม่เหมือนกันหรอก็นึกว่าไม่รัก

ประโยคนี้ออกมาเห็นว่าน้ำตาร่วงเลย ?

   แอนนี่ : ร่วงทั้งตัวเลยแหละ

มันเป็นเพราะอะไร คำพูดของแม่แค่ “เราก็รักแม่เหมือนกัน” ?

   แอนนี่ : มันตั้ง 20 ปี เราไม่เคยบอกพร่องในหน้าที่ลูกเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเราทุ่มเทให้เค้าหมด เพราะว่าในชีวิตของเรามีเค้าแค่คนเดียว เราพยายามทุ่มเทแล้วเรามีความรู้สึกว่าเมื่อไหร่เค้าจะเห็นความรักจากเรา เมื่อไหร่หนอ เราถามตัวเราเองแบบนี้มา 20 ปี เมื่อไหร่หนอเค้าจะรักเราซักที เมื่อไหร่หนอเค้าจะเห็นความรักของเรา

คุณก็ไม่เคยรู้สึกว่าเค้ารักด้วยเหมือนกัน ?

   แอนนี่ : ใช่ค่ะ เพราะว่าเราเค้าไม่เคยแสดงหรือแม้แต่พูด

ไม่เคยขอบคุณ ?

   แอนนี่ : ไม่ แล้วก็ไม่เคยถามแอนด้วยว่า เหนื่อยมั้ยกินข้าวหรือยัง มันท้อนะพี่ มันอยู่ยังไงมาได้โดยที่แม่ไม่เคยถามคุณเลยว่าคุณเหนื่อยมั้ย คุณกินข้าวหรือยัง ตอนเป็นข่าวหนักๆลูกไหวมั้ย เค้าไม่เคยมี

เค้าอาจจะเป็นคนแข็งแล้วก็ไม่ได้มีกำลังใจให้เรา ?

   แอนนี่ : มันไม่มีเลย อย่างที่แอนเคยบอกว่ามีก็เหมือนไม่มี

ถ้าคุณแม่ดูอยู่อยากบอกอะไรคุณแม่บ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ?

   แอนนี่ : คืออยากให้เค้ารู้ว่าตลอดเวลา คือเค้าให้กำเนิดแอนมาไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นคือแอนรักเค้ามาก รักที่สุดในชีวิต ทุ่มเททุกอย่างที่ทำงานเก็บเงินสร้างบ้านให้หรือว่าดูแลกันมาจนถึงวินาทีนี้ รักมากๆค่ะ

เรื่องความรักมีคนมาจีบแต่ปฏิเสธความรักนั้นไปคืออะไร ?

   แอนนี่ : ก็อย่างบางคนมีครอบครัวแล้ว ถึงแม้ว่าเค้าจะพยายามทำให้เรารู้สึกว่าเค้ารักเรา แต่แอนก็จะบอกเค้าว่าคือถ้าพี่มีครอบครัวแล้วแอนขอนะ คือไม่เป็นอย่างนั้นดีกว่า

มีแต่ผู้ชายที่มีครอบครัวเข้ามาจีบ ?

   แอนนี่ : ก็เกือบจะเป็นอย่างนั้น เกือบจะทั้งหมด


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ