royal coronation
วันที่ 15 ตุลาคม 2562
บันเทิง

บทบาทใหม่ในสังคมของ 'นุสบา ปุณณกันต์'

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 - 12:22 น.
บทบาทใหม่ในสังคมของ นุสบา ปุณณกันต์,นุสบา ปุณณกันต์,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 175 ครั้ง

"นุสบา" ปุณณกันต์ กับบทบาทภริยารมต. บอกชีวิตไม่เปลี่ยน ปัดลดงานในวงการบันเทิง รับนั่งร้องไห้น้อยใจ "น้องปุณณ์" เย็นชาใส่ ไม่ให้หอมและกอดเหมือนแต่ก่อน

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-ถือเป็นบทบาทใหม่ของนักแสดงรุ่นใหญ่ "นุสบา" ปุณณกันต์ ในฐานะภริยารัฐมนตรีเกียรติยศ (Minister-in-Attendance) ของรัฐบาลไทย หลัง "บี" พุทธิพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้รับหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่ง นักแสดงรุ่นใหญ่ มาร่วมงาน “ปิยมหาราชานุสรณ์ 2562” ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ถามถึงเรื่องนี้

   “จริงๆ ก็เป็นคนเหมือนเดิมอะเนอะ อาจจะมีงานที่ต้องทำเพิ่มขึ้นในส่วนของกิจกรรมและงานพระราชพิธีอะไรบางอย่าง ที่เราต้องไปร่วม ในฐานะคู่สมรส แต่ถ้าจะไปต้องมีหมายออกมา ว่าครม.และคู่สมรส เราก็ไปกันทั้งหมด ก็แล้วแต่ว่าเราต้องไปปฎิบัติหน้าที่อะไรอย่างไรค่ะ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนะ ยังถ่ายละครเหมือนเดิม ไปไหนคนเดียวหัวฟูเหมือนเดิม ไม่มีเลขา ไม่มีผู้ติดตาม กินข้าวง่ายๆ กินข้าวกองถ่าย แล้วก็ยังดูแลลูกทั้งสองเหมือนเดิม แต่ถามว่าเนี้ยบมากขึ้นไหมจริงๆ ก็พยายามเหมือนเดิมแหละ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราอยู่ในหน้าที่การงาน ในพิธีการเราก็ต้องรอบคอบ ต้องระวังตัว ทำให้ถูกต้อง อย่าทำผิด อย่ายืนผิดที่อะไรแบบนี้ ทุกอย่างมันมีขั้นมีตอน ครั้งแรกก็ระวังตัว ตื่นเต้น เข้าทำเนียบวันแรกก็ตื่นเต้น เป็นเรื่องปกติแหละ เราเคยแต่เล่นละครว่าเป็นคุณหญิงนอกทำเนียบ ตั้งแต่สมัยเล่นละครอายุ 18 แต่ก็มีความรู้สึกว่าอันนี้เป็นบทบาทหน้าที่ที่ถ้าได้มีโอกาสทำแล้ว ก็อยากทำให้ดีที่สุด จริงๆ หน้าที่ไม่มีอะไรมากเลย ก็ดูแลพี่บีให้ทำงานออกไปให้ส่วนรวมแล้วก็สังคม อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็คอยซัปพอร์ตในเรื่องของการให้กำลังใจ เรื่องอาหารการกิน เรื่องบุคลิกภาพ เรื่องการแต่งตัว คือเป็นมุมมองของแม่บ้าน ที่มองออกไป แล้วก็คอยเตือน คือเวลาคุยกัน เราก็จะพยายามเป็นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเขา แล้วจะพยายามบอกเขาว่าถ้าเป็นคนที่ไม่ได้คิดเหมือนเขา เขาจะคิดต่าง เขาจะคิดยังไง ต้องแก้ตรงนี้ให้เขาได้นะ คือเราต้องเป็นแบบนั้น”

คนชมเรื่องการแต่งตัวว่าสวย
   “ก็ขอบพระคุณมากนะคะ ที่เป็นกำลังใจกัน เพราะว่ามือใหม่ ก็อาจจะมีผิดพลาดตกหล่นไปบ้าง แต่ครั้งแรกทุกคนก็ต้องมีอุปสรรค มีข้อผิดพลาด แต่ว่าข้อผิดพลาดบางอย่างก็ทำให้เราเรียนรู้ แล้วก็แก้ไข ทำให้ดีขึ้น ก็เรียบง่าย เน้นเป็นของไทยมากขึ้น พอเราได้อยู่ตรงนี้แล้ว จะเป็นของไทยแบบเก่า แบบโบราณ หรือร่วมสมัย ที่พัฒนาฝีมือแบบไทยๆ เราจะชอบมาก แล้วก็มีโอกาสได้อยู่ตรงนี้ ก็เหมือนกับเราได้ข้อมูล ว่าคนนี้มีประสิทธิภาพทางด้านนี้นะ เราก็สนับสนุนแล้วก็อยากให้เขาเติบโตเท่าที่เราจะทำได้ อย่างในงานบางงาน ก็พยายามใช้แต่สินค้าไทย กระเป๋าถ้าเป็นงานพิธีก็จะเมดอินไทยแลนด์เลย แล้วก็ช่วยขายให้เขาด้วย ถ้าเขาขาย ถ้าอยู่ต่างจังหวัดเราก็เอามาถือให้ โดนที่จะบอกเองว่าของจังหวัดนี้ เหมาะกับชุดไหน เหมือนกับสนับสนุนคนที่อยู่ต่างจังหวัด ที่มีฝีมือหัตถกรรม ศิลปะกรรมที่ดี เราก็อยากเผยแพร่ให้เด็กรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นบ้าง”

ต้องตัดชุดใหม่ทั้งหมดไหม
“(หัวเราะ) ไม่ๆ มีตัดบ้าง มีซื้อบ้าง มียืมบ้าง ผสมผสานกันไป คือจริงๆแล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนลุค แต่ว่าเราทำให้เหมาะสมกับพิธีการ ยกตัวอย่างว่าทำไมเราถึงใส่สีฟ้าหรือสีเหลือง เป็นหมายที่กำหนดออกมา ว่าต้องใส่ชุดไทยประเภทไหน แบบไทยสากล ไทยจิตรลดา ไทยอมรินทร์ หรือไทยเรือนต้น สีอะไรก็จะมีกำหนด แล้วคู่สมรสก็จะใส่สีเดียวกันหมด ติดอะไรต่างๆแบบเดียวกันหมดค่ะ เราไปผิดแบบ ไปคิดเองไม่ได้”

ถูกจับตามองในบทบาทนี้
“ก็อาจจะเขาเห็นเรามาคุ้นเคย แล้วก็มีแฟนละครติดตามดูว่าไม่เคยเห็น อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ ก็รู้เท่าที่ดูในไอจีตัวเองนะ แต่ที่อื่นก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ นอกจากเจอกัน เขาว่ายังไงกันบ้าง ก็ขอบคุณมากนะคะ ที่เราดูดีเพราะมันเป็นผ้าไหมไทย ที่ครั้งแรกที่ใส่เราก็ใส่ในงานต่างๆ แต่พอได้ใส่ในโอกาสงานสำคัญ เรารู้สึกว่าต่างชาติเขารู้สึกว่ามันน่าทึ่งมาก อย่างล่าสุดที่ไปรับท่านประธานาธิบดีเกาหลี แล้วก็ท่านภริยา ที่เป็นรัฐมนตรีเกียรติยศ แล้วใส่ผ้าไหมไป เขาชื่นชอบชื่นชมมาก แล้วก็ไปหาซื้อผ้าแล้วแบบสีเดียวกัน แล้วเขาก็บอกว่าเขาจะลองกลับไปตัดแบบสากลที่เขาใส่ได้ ในงานพิธีประเทศเขา เราก็ดีใจ ว่าอย่างน้อยเราได้นำเสนอออกมาว่าผ้าไหมไทยมีคุณค่า แล้วก็ผู้นำระดับประเทศเขาชื่นชอบ ซื้อเป็นพับๆ กลับไป”

รับงานในวงการบันเทิงเหมือนเดิมใช่ไหม
   “น้ำหนักก็ลดลงมาเกือบ 5 แล้วตอนนี้ ผอมแล้วผอมอีก ก็แบ่งเวลา อย่างเรามีคิวละครอาทิตย์ละ 3 วัน ส่วนใหญ่ถ้างานพิธี ก็ต้องขอบคุณทีมงานกองถ่ายนะคะ แล้วก็ผู้จัด เขาเข้าใจมากๆ เลย บางอย่างเข้ามากะทันหัน เขาก็จะเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้บ่อย มันจะถูกกำหนดไว้ล่วงหน้านาน เราก็สามารถที่จะบริหารจัดการได้ ไม่ได้ไปรบกวนอะไรมากมาย”

ทำงานตรงนี้ต้องเลือกบทให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ไหม
   “ก็ยังไม่เคยคิดจุดนั้น แต่ว่าตอนนี้ก็ต้องคิดบ้าง ว่ามันจะบันเทิงมากไป ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วพี่เขาก็ไม่เคยห้ามนะคะ แต่เราก็คิดว่าเอาเท่าที่เวลาเราทำได้แล้วก็ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วเราก็ได้มีผลงานอยู่ การแสดงมันเป็นเรื่องของพรสวรรค์ที่มีมากับตัวเรา เรามีแฟนที่ติดตามอยู่จำนวนหนึ่ง เขาก็อยากเห็นและรอคอย ที่เล่นทุกวันนี้ทั้งๆ ที่อายุก็เยอะแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะว่าแฟนๆ ละคร ที่เขาเห็นเรามา แล้วบางกลุ่มก็เป็นแฟนเด็กๆ กลุ่มใหม่ๆ ที่เขาก็อาจจะเพิ่งมาดู นั่นคือเราเล่นเพื่อพวกเขามากกว่า ไม่ได้คิดถึงตัวเองเท่าไหร่ แต่ว่าเหมือนกับเขาถามอยู่ทุกวันๆ ออกไปเจอคนก็จะถามเมื่อไหร่เล่นอีก เราก็รู้สึกว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจ แล้วเราก็อยากตอบแทนกลับ เราอาจจะไม่สามารถไปเยี่ยมเขาที่บ้านได้ แล้วก็ไม่รู้จะไปเจอเขาตรงไหน แต่การที่เขาเห็นเราทางทีวี มันรู้สึกว่าเราใกล้ชิดกันมาก เราก็ส่งจิตวิญญาณของเราไปถึงเขาด้วย คือเลิฟซีนก็ไม่ได้เล่นมานานแล้ว คงไม่มีใครจ้างให้เล่นอยู่แล้ว แล้วร้ายๆ แรงๆ หลังๆก็ไม่ค่อยมีนะคะ ล่าสุดก็จะเป็นเศร้าน่าสงสาร แต่จริงๆ ก็อยากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะ สลับไปมา แต่ว่าเดี๋ยวนี้คนดูแยกแยะได้นะ คนดูไม่ได้ยึดติด เขาชอบดูฝีมือการแสดงมากกว่าจะไปยึดติดว่าร้ายแล้วฉันไม่ชอบ ดีแล้วฉันชอบ คนดูเขาพัฒนาไปตามยุค ดูที่ฝีมือแล้วก็คุณภาพมากกว่า”

ต้องปรับตัวตัวเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยไหม
   “ก็ต้องปรับตัวเองหลายอย่างนะคะ ลูกเขาเป็นวัยรุ่นแล้ว เราจะไปคิดว่าเขาเป็นเด็กไม่ได้ บางทีก็โดนลูกต่อว่ามา ว่าโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก จะกอดจะหอมเมื่อไหร่ก็ทำได้ เราก็ต้องเกรงใจเขานิดหนึ่ง เขาโตแล้ว เริ่มอาย เริ่มมีพื้นที่ส่วนตัว เราก็ต้องถอยกลับมา แล้วก็แบบ เออใช่ เราลืมไป ว่าเขาอายุเท่านี้แล้ว คือก็ยังกอดหอมได้ แต่ต้องขอก่อน(หัวเราะ) เราก็ต้องปรับตัวเยอะ มันก็สะเทือนใจในบางครั้งเหมือนกัน เมื่อก่อนเรียกก็มาให้หอม หรือว่าเข้ามาหอมเราก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้เย็นชากับแม่ ก็มีน้อยใจ นั่งเศร้าร้องไห้ แอบร้องไห้ เขาก็ต้องมาอธิบาย ว่าไม่ใช่ 8 ขวบนะแม่ 18 แล้ว (หัวเราะ) เราก็ต้องปรับตัว ส่วนคนเล็กยังเล่นได้ ฟัดได้ เรียกมาก็มา ตอนนี้เราก็โอเคแล้วแหละ เราก็ต่อว่าเขาไปเรื่อยๆ เขาก็เข้าใจ ดีที่เขาเป็นคนใจเย็น แล้วก็มองเป็นเรื่องสนุกไป”

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ