คมชัดลึกออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
บันเทิง

'เหม' เตรียมขึ้นศาลฟ้องหมิ่นประมาท 23 ก.ค.นี้

9 กรกฎาคม 2562 - 17:37 น.
เหมช่อง7,บันเทิงคมชัดลึก
บันเทิง

Shares :
เปิดอ่าน 2,406 ครั้ง

"เหม" ภูมิภาฑิต นิตยารส ฟ้องหมิ่นประมาทคู่กรณีเจ้าของห้องเช่าเรียกว่าเสียหาย 1 ล้านบาท เตรียมขึ้นศาล 23 ก.ค.นี้


       ทีมบันเทิง  คมชัดลึก  -   จากกรณีที่ดาราหนุ่ม "เหม" ภูมิภาฑิต ถูกเจ้าของห้องเช่าออกมาแฉยับว่า เบี้ยวค่าห้อง พังประตู ขโมยโทรทัศน์ จนล่าสุดเรื่องราวได้ดำเนินการมาถึงชั้นศาลแล้ว ผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจ หนุ่มเหม ในงานเปิดโครงการ วิ่งสู่ชัย(พัฒนา) ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ จึงถามถึงเรื่องนี้

          เรื่องคดีความตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว
          "จริงๆ ก็อยู่ในขั้นตอนของศาล เพราะในส่วนของผม ผมทำอะไรผิดไปผมไม่เคยแก้ตัวว่าผมทำถูก แต่ว่าเรื่องของการตกลงมันเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันให้ชัดเจน แต่ในเมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ ก็คุยกันที่ศาล ใครที่ละเมิดสิทธิ์ของเราก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม"

 

           มีการเคลียร์กันก่อนที่จะไปถึงศาลไหม
           "เคยมีการนัดคุยกันที่สถานีตำรวจครับ ก็แจ้งว่าวันพุธหน้าจะมีการเอาตัวเลขมาตกลงกัน แต่วันอังคารเขาไปแถลงข่าว ซึ่งตรงนั้นผมมองว่าเขาจะเอาเราให้จมเกินไป เพราะฉะนั้นก็เลยยังไม่มีการตกลงทั้งๆ ที่พร้อมที่จะตกลงมากๆ ในเมื่อใช้วิธีการนี้เลนคิดว่าถ้างั้นเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็เลยเดี๋ยวไปคุยกันที่ศาลแล้วกัน"

 

 

            มีการฟ้องกลับด้วยใช่ไหม
            "ใช่ครับ ข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องด้วยมันเป็นเรื่องของครอบครัวด้วย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นความจริงมันก็มี แต่ความที่ไม่จริงเนี่ยมันทำให้เราเสียหายมาก"
            เรื่องที่ไม่จริงคืออะไรบ้าง
            "เรื่องจริงคือผมมีการติดค่าเช่าบ้านจริง ในส่วนที่ผมผิดผมยอมรับ แต่ในส่วนที่มันไม่จริง เช่น เป็นคนตอแหล ขโมยทีวี ซึ่งมันไม่ใช่เราก็เลยเดี๋ยวไปให้ดุลยพินิธของผู้พิพากษาก็แล้วกัน"

 

           คดีในศาลเริ่มต้นที่เหมฟ้องหมิ่นประมาทใช่ไหม

           "ใช่ครับในเรื่องของค่าเสียหายเขาคงไม่อยากคุยกับผมแล้ว เพราะว่ามันตกลงกันไม่ได้ เขาคงจะต้องพึ่งศาลเหมือนกัน"

 

             ค่าเสียหายที่เขาเรียกร้องในตอนต้นเท่าไหร่
             "ถ้าผมพูดผิด เอาเป็นว่าประมาณ 5 หมื่นกว่าๆ (รวมค่าเสียหายที่เขาบอกว่าเราทำลายประตู) อันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการทำลายประตู มันทำให้คนเข้าใจผิดว่าผมไม่พอใจเขาแล้วไปทำลายประตู ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เลย  จริงๆ คือผมทำประตูพังก่อนหน้านั้น และผมก็แจ้งเขาแล้ว และบอกเขาแล้วว่่าเดี๋ยวผมจะชำระค่าเสียหายให้ แต่ในเมื่อมันตกลงกันไม่ได้ ผมก็ไม่รู้ว่ายังไง"
   

 

        สาเหตุที่เราไม่จ่ายค่าเช่าบ้านเขาคืออะไร
          "ตรงนี้จริงๆ ผมจะทำเป็นบริษัท แต่พอดีมีปัญหากันกับเพื่อน เคลียร์กันไม่ลงตัว ผมเป็นคนรับหน้า บางทีผมก็อยากจะชำระให้ก่อน แต่ถ้าเกิดมันไม่มีเรื่องนี้ขึ้นมา ในเรื่องของที่บริษัทมันก็ไม่สามารถมีเรื่องที่จะใช้ในการไปประชุม ผมก็เลยขอเลื่อนการจ่ายค่าเช่า เพื่อให้เพื่อนๆ ผมได้มารับผิดชอบด้วยกัน ซึ่งเรามีการแจ้งกับทางเขาตลอด ผมก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะใช้วิธีนี้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นคนดีมาก ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็คุยกันได้ แต่พอสุดท้ายพอมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ผมก็ไม่เข้าใจเขาเท่าไหร่ว่าทำไมเขาทำแบบนี้
     เอาจริงๆ ตั้งแต่ตอนแรกเลยคือตัวเลขที่เขาเรียกมาคือ 5 หมื่นบาท แต่ตัวเลขของผมคือ 3 หมื่นบาท มันมีว่วนต่างตรงนี้ ซึ่งจริงๆ เราพร้อมที่จะตกลงนะ ไม่ว่าตัวเลขมันจะเท่าไหร่ เราพร้อมมาก ถึงให้ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจ แต่ในเมื่อเรานัดกันแล้ว แต่เขาไปแถลงข่าวก่อน เลยคิดว่าเจตนามันไม่ใช่"

 

 

 

 

           ตั้งคำถามไหมว่าเขามีเจตนาอะไร
           "ไม่มีคำถามเลย แค่รู้สึกว่าคนเรามีจุดที่ต้องรักษาไว้ จริๆ ผมไม่ได้แคร์อะไรเลยนะ ผมเป็นคนที่ทำอะไรผิดก็ยอมรับ วงการนี้สอนให้ผมยอมรับผิด แต่ในเมื่อเรายอมรับแล้ว เขาไม่มีความอะลุ่มอะลวย ไม่มีคำขอโทษ คำพูดดีๆ สักคำก็ไม่มี เพราะฉะนั้นปล่อยให้เป็นไปตามดุลยพินิจของศาล"

 


            ศาลนัดอีกครั้งเมื่อไหร่
             "23 กรกฎาคมนี้"
           เรียกค่าหมิ่นประมาทไปเท่่าไหร่
           "เรียกไป 1 ล้านบาท เรื่องของการไกล่เกลี่ย เอาจริงๆ ผมนะผมแค่ขอความจริงใจที่จะยอมรับ ทุกคนทำผิดก็ต้องรับผลของมัน ผมทำผิดก็ได้รับผลของผม ซึ่งผมก็ได้รับผลของมันไปแล้ว ฉะนั้นในส่วนที่้เขาละเมิดผม ก็ต้องดูต่อไปว่าผลจะออกมายังไง"

 

            สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ภาพเราถูกมองว่าเบี้ยวค่าเช่า
            "จริงๆ ผมไม่แคร์นะ เพราะว่าผมทำผิดจริง แล้วเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ผมก็ต้องบอกทุกคนว่าอะไรที่ผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แล้วผมก็มีเรื่องดีๆ หลายๆ เรื่องที่ผมเคยทำ ถ้าคุณอยากจะมองใครสักคนหนึ่ง มองในด้านลบของเขาเสร็จแล้ว คุณก็คิดว่าอย่าไปทำตามเขา แล้วจากนั้นมองด้านที่ดี เห็นด้านที่ดีแล้วอยากไปทำตามก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ เรื่องนี้สำหรับผมถ้าพร้อมที่จะคุยกันดีๆ ไม่ใช่อารมณ์ ผมพร้อมที่จะคุยเสมอ"

 

           การที่ฟ้องเขา ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อารมณ์
           "มันเป็นเรื่องของอารมณ์ครอบครัวผมด้วย คุณพ่อผมบอกว่า ถ้าผมไม่ฟ้องตรงนี้ ผมจะฟ้องเอง เพราะว่าคุณพ่อผมบอกว่าอีกสิบปีข้างหน้าข่าวนี้ก็ยังอยู่ เวลาที่ลูกชายผมหรือว่าลูกสาวผมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปโรงเรียน เพื่อนของลูกชายลูกสาวผมจะล้อเรื่องนี้ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่จริงเลย มีเรื่องที่จริงเรื่องเดียวเลย คือเรื่องที่ผมค้างค่าเช่า แต่เรื่องอื่นที่เขาพูดออกมามันเกินไปมาก มันทีเรื่องของอารมณ์ อารมณ์ตอนแรกผมเข้าใจได้ ผมไม่โกรธ ผมไม่เคยบอกสื่อว่าผมไม่ผิด ผมยอมรับเสมอในสิ่งที่ผมทำก็คือผิด แต่ในสิ่งที่เขาละเมิดผม เขาก็ต้องรับผลนั้นเหมือนกัน"

 

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ