ทีมบันเทิง คมชัดลึก-โดนจับตาว่าเลิกกันแน่นอนหลัง “ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ โพสต์ข้อความแซบก่อนจะอัลฟอลโล อองตวน ปินโต ได้พูดคุยกับนักมวยหนุ่มในงานเปิดตัว “oppo Reno Series” ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ได้ความว่า

ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ชิปปี้โพสต์ข้อความ?
   "จริงๆ ตอนที่โพสต์รูป เอาตรงๆ ผมได้คิดอะไร ผมไม่ได้รู้สึกว่าแคปชั่นมันไม่ได้หมายถึงตัวเอง จนกระทั่งมาเห็นข่าว จนรู้สึกว่าคิดว่าเป็นเราทำอะไรมารึเปล่า"

ข้อความที่เขาโพสต์น่ากลัวมากเลย ที่บอกว่าอยากได้เอาไปเลย ข้อความนั้นมันมีเหตุการณ์อะไรไหม?
   "ไม่ครับ ไม่มี ไม่ได้คิดอะไร มันเป็นแค่แคปชั่น คือเราไม่ได้รู้สึกว่า มันเข้าตัวเอง ก็เลยไม่ได้คิดอะไร เหมือนแค่ผ่านๆ รูปสวย รู้สึกว่าการลงรูปในไอจีมันแบบเราก็จะมีการไปเสิร์ชแคปชั่นตามทวิตเตอร์หรือว่ากูเกิ้ลบ้าง ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็ทำแบบนี้ ก็เข้าไปดู รูปสวยดี"

มันมีสถานการณ์อะไรก่อนหน้านั้นไหม?
   "ถ้าเหตุการณ์ที่เหมือนแคปชั่นนี้ไม่มีใคร"

ช่วงที่เขาโพสต์ ความสัมพันธ์เรายังเป็นแฟนกันอยู่ไหม?
   "ตอนนี้เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่าแฟน เราอาจจะเปลี่ยนสถานะจากแฟนมาเป็นเพื่อนหรือว่าพี่น้อง"

ก็คือเลิกกันแล้ว?
   "ผมคิดว่า คำว่าเลิกกันมันไม่ใช่คำที่ถูก คำว่าเลิกกันอาจจะทำให้นึกถึงคนที่ไม่คุยกัน ตัดกันเด็ดขาด ซึ่งมันไม่ใช่เรา เราไม่ได้เลิกกัน เราใช้คำว่าเปลี่ยนสถานะดีกว่า"

เพราะอะไรถึงเปลี่ยนสถานะ?
   "จริงๆ มันเป็นการคุยกันระหว่างเราสองคนมาสักพักใหญ่ๆ คนอาจจะเพิ่งเห็น หรือว่ามีแฟนคลับบางกลุ่มสงสัยมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ว่าเราสองคนมีการพูดคุยกันมาตลอด ว่าเราควรจะไปยังไงต่อหรือว่าจะเป็นยังไง เข้าใจว่าจนถึงวันนี้ คนอาจจะงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในวันที่ทุกอย่างมันดี เราเลือกจะเอาสิ่งดีๆ ด้านบวกมาให้คนดู เราคิดตลอดว่าเราอยากจะเอาที่มันเป็นรอยยิ้มหรือแง่บวกให้คนดูตลอด แต่ว่าในวันที่มันเป็นด้านลบ เราเลือกที่จะไม่พูดกับคนอื่นดีกว่า มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะแชร์"

เรื่องที่จะต้องปรับหรือต้องคุย มันคือเรื่องอะไร?
   "มันไม่ได้มีเรื่องไหนหรือเรื่องหนึ่งหรือเหตุการณ์ไหนเหตุการณ์หนึ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว รู้สึกว่าต้องคุยแล้ว มันไม่ใช่แล้ว เราคุยกันมาตลอด เพราะว่าทุกคู่เวลาคบกัน ต้องปรับกันตลอดเวลา อย่างที่บอกมันเป็นการตัดสินใจของเราทั้งสองคน ว่าเราเปลี่ยนสถานะมาเป็นแบบนี้ดีกว่า"

หลักๆมันคือเรื่องอะไรเรื่องเวลาปัญหาส่วนตัว? 
   “อย่างที่บอกว่าเราเลือกเอาสิ่งดีๆมาแชร์ให้คนดูเรื่องที่เป็นแง่ลบเราคิดว่าไม่จำเป็นให้คนรู้” 

อย่างแคปชั่นที่ชิปปี้โพสต์คนมองว่ามีมือที่สามเข้ามา? 
   “ก็อย่างที่ผมบอกว่าผมผ่านแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคือผม ไม่มีอะไรอย่างนั้น”

ชิปปี้อาจจะเข้าใจผิดรึเปล่า? 
   “อันนี้ผมไม่ทราบ เดี๋ยวให้พี่ไปถามเขา ผมมีความเชื่อว่าแคปชั่นในอินสตาแกรมบางครั้งเราอาจจะแค่เขียนๆ หรืออาจจะเป็น ณ โมเมนต์นั้นๆ แต่ว่าจริงๆเชื่อว่าลึกๆแล้วไม่มีอะไร” 

ณ ตอนนี้ยังคุยกับชิปปี้มากน้อยแค่ไหน? 
   "เราก็คุยกันตามปกติ เราก็ยังมีไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็ยังคุยกันได้ปกติ เราไม่ได้มีการทะเลาะกัน เกลียดกัน เรายังปกติก็ยังเป็นห่วงยังรักน้องเหมือนเดิมแต่ว่าสถานะแค่เปลี่ยนไป"

ทางเค้าอันฟอลโลวอินสตาแกรมเรา? 
   “ครับ” 

เราเสียใจมั้ย? 
   “อย่างที่บอก ผมเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้มันไม่มีใครไม่เสียใจอยู่แล้ว แต่เราก็โตแล้วทั้งคู่ในระดับหนึ่งเชื่อว่าเราคุยกันแล้วตัดสินใจกันแล้วว่าณ ตอนนี้เป็นแบบนี้น่าจะดีกว่า” 

แต่เราไม่ได้ทำอะไรผิดใช่ไหม? 
   “ผมเชื่อว่าในการลดสถานะมันมีการทำผิดกันทั้งสองฝ่ายจะมากน้อยแค่ไหนเรื่องเล็กเรื่องใหญ่จะใช้คำว่าไม่ผิดเลยไม่ได้มันเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่มีใครผิดทุกอย่างก็ยังคงปกติเหมือนเดิม” 

ลดสถานะมานานรึยัง? 
   “ก็ซักพักใหญ่หลายเดือน ไม่แน่ใจว่ากี่เดือน” 

วันนี้น้องเขาออกงานเราทราบรึเปล่า? 
   “เรารู้อยู่แล้ว” 

เรากลัวมั้ยว่าเขาจะพูดอะไร? 
   “เป็นห่วงเค้าฝากพี่ๆนักข่าวดูแลเขาด้วย” 

อย่างคู่เราคนจะจำภาพว่าเป็นผู้ที่รักกันมากเสียดายมั้ย? 
   “ก็จริงๆน้องก็เป็นคนหวาน เวลาเราเจอกันเราก็ยังรู้สึกว่าเขาก็ยังหวานปกติ” 

มีโอกาสมีความสัมพันธ์เหมือนเดิมมั้ย? 
   “ก็ไม่แน่ ผมพูดไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงรู้แค่ที่ผ่านมาเวลาเราคบกันเราพยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที” 

ทุกวันนี้ต่างคนต่างยังไม่เปิดใจให้ใคร? 
   “ตอนนี้ยัง” 

ยังมีโอกาสเจอกับน้อง? 
   “เจอๆๆ ก็ได้คุยกัน ก็ยังไปกินข้าวก็ยังไปดูหนังกันบ้าง ตามปกติ อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้เกลียดกันไม่ได้มีเหตุการที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติดมันไม่ใช่อย่างนั้นมันเป็นการตกลงกัน”