​    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  ก่อนหน้านี้เรียกว่านางเอกอิสระป้ายแดง “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ ทำให้แฟนๆ คิดถึงไม่น้อย เพราะไม่มีผลงานออกมาให้ได้ติดตาม จนล่าสุดละคร “ไฟหิมะ” ทางช่อง 7HD ได้ออนแอร์ก็ทำให้หลายคนยิ้มกว้างกันเลย และได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีอีกด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ “บันเทิง คมชัดลึก” มีโอกาสได้นั่งคุยกับ สาวขวัญ ทุกเรื่อง ทั้งการเป็นนักแสดงอิสระ ธุรกิจ และความรักกับ “ไฮโซแพทริค” ที่ทำให้หลายคนอิจฉามาฝากกันด้วย

    @@ ผลงานล่าสุด
    ละคร ไฟหิมะ เป็นยังไงบ้าง
    “ไฟหิมะ ตอนถ่ายก็สนุก คือ ขวัญเป็นคนที่ชอบดูละครตัวเองเล่นด้วย ตอนเวลาที่เราดูละครหน้ามอนิเตอร์ กับเราดูตอนตัดมาออนแอร์จะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็อยากดูว่าละครออกไปจริงๆ เป็นยังไง มันสามารถทำให้งานของเราดีขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน แล้วทำให้งานเราดร็อปได้ด้วยเหมือนกัน เรื่องนี้ตอนเล่นก็ว่าสนุกแล้วนะ แต่พอตอนออนแอร์ออกไปมันตลก จังหวะจะโคนในการตัดต่อ ใส่ซาวนด์ ใส่เอฟเฟกต์ ใส่ทุกสิ่งทุกอย่าง องค์ประกอบดีหมด คาแรกเตอร์ก็จะเป็นคุณหนูไฮโซ แล้วมีคุณพ่อคอยดูแลคอยปกป้อง แต่ว่าเป็นคนติดดิน เป็นคนทำงานเพื่อสังคม เป็นคนจิตใจดีเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น”

 

    กระแสตอบรับเป็นยังไง
    “ดีใจมาก เพราะมันเป็นความสุขของคนทำงานแล้วก็ละครของ ขวัญ ทุกเรื่องตั้งใจเล่น แล้วมันจะมาสู่จุดหนึ่งที่ว่าเราจะเล่นยังไงให้มันเป็นธรรมชาติ เราจะเล่นละครยังไงให้คนไม่รู้สึกว่าเราเล่นละคร เพราะเหมือนว่าเวลาเราดูละคร เราจะดูได้สองอย่างคือหนึ่งเรารู้สึกว่าเราเล่นละคร อีกอย่างหนึ่งรู้สึกว่าเป็นตัวเขา เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องพยายามทำมันให้ได้ เขาจะได้ไม่รู้สึกว่ามันบีบคั้น มันไม่ใช่ ถ้าดูแล้วรู้สึกอึดอัดจะไม่อยากดูต่อ มันไม่มีความเป็นธรรมชาติ พอเราเริ่มปรับเปลี่ยนในการทำงาน เริ่มเอ็นจอยโดยที่เขาไม่รู้ตัวอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ใช่เราอย่างเดียว ทีมเวิร์ก ทั้งตัดต่อ พี่ตากล้อง เรื่องนี้มันยากโดยที่เราไม่รู้ตัวเหมือนกัน เพราะว่าบทละครมันดีมากเลย ถ้าเราไม่ได้อ่าน เราคาดเหตุการณ์ข้างหน้าไม่ได้ว่าตัวละครจะเกิดอะไรขึ้น อย่างละครทั่วไปความสำคัญจะอยู่ที่ตัวพระเอก นางเอก แต่เรื่องนี้ทุกคนสำคัญหมดเพราะเขามีผลกระทบซึ่งกันและกัน”

 

    การเล่นละครสอนอะไรขวัญบ้าง
    “คือที่เราจะหยิบจับจุดไหนมาอยู่ในชีวิตเราเท่านั้นเอง อย่างบทละคร บางทีมันไม่ใช่บทที่เราพูดหรอก อาจจะเป็นบทคนอื่นเขาพูดเป็นแบบกินใจ ซึ้ง หรืออันนี้มันสอนในช่วงจังหวะชีวิตเรา เราก็สามารถเก็บมาได้ ประโยชน์สำคัญที่สุดก็คือบทละครเพียงแต่ว่าเราจะหยิบช่วงจังหวะไหนมาใช้ในชีวิต อีกอย่างก็คือคน เราเจอคนเยอะ เจอผู้ใหญ่เยอะ เขาก็ผ่านอะไรมาเยอะ รู้อะไรที่มากกว่าเรา เวลาบางอย่างอาจจะสอนเราโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่วันหนึ่งเรานำมาปรับใช้รู้เลยว่าสิ่งนี้พี่เขาเคยสอนเราเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิต”

 

 

 


    @@ สถานะ “นักแสดงอิสระ” 
    ในฐานะนักแสดงอิสระ ตอนนี้วางแผนการทำงานอย่างไร

    “ตอนนี้กำลังจะรับเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวรอเปิดกล้อง แล้วก็จะพยายามหาเวลาแบ่งให้ธุรกิจของขวัญด้วย ขวัญออกมาจากช่อง 7 ด้วยความเข้าใจกัน ที่ช่องก็ให้โอกาส ขวัญ ผู้ใหญ่ทุกคนวนกันไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้ว่าชีวิตขวัญเติบโตมาแต่ละสเต็ปยังไง จนกระทั่งวันหนึ่งเราเริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เขาก็เห็นว่าเราเริ่มโต ตอนนี้ออกไปข้างนอกก็เหมือนขวัญอยู่บ้านนะคะ เพราะว่าผู้ใหญ่แต่ละท่านก็เป็นคนเก่าๆ ในชีวิตขวัญ เพราะว่าขวัญก็เติบโตมาจากช่อง 3 ช่อง 7 เพราะฉะนั้นเราจะไปไหน คนในวงการก็จะมีคนเก่าๆ ทั้งนั้น ขวัญก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นที่แปลกใหม่สำหรับขวัญ เพราะทุกที่คือบ้านขวัญหมด แต่คนข้างนอกอาจจะติดกับคำว่าโลโก้เป็นตัวเลขแค่นั้นเอง เราอย่ามองการทำงานที่เป็นกำแพงหรือตัวเลข”


    มีช่องอื่นติดต่อขวัญไปร่วมงานเยอะไหม
    
“มีตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่ขวัญมีข่าวออกจากช่องใหม่ๆ แต่นี่เพิ่งได้ตกลงกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เดี๋ยวรอเปิดกล้อง (ใช่ช่องฝั่งวิภาวดีไหม ที่มีข่าว) (หัวเราะ) เดี๋ยวรอเปิดกล้อง อันนี้ต้องให้เขาเป็นคนพูด”
    การเป็นนักแสดงอิสระสำหรับขวัญ ต้องเลือกมากขึ้นไหม
    
“เลือกเรื่องจังหวะเวลาอย่างเดียวเลย ยังไงขวัญก็ยังเคารพในความคิดของผู้ใหญ่ว่าเขามั่นใจที่อยากให้เราเล่นเรื่องไหน มีความศรัทธาในตัวเรา มีความเคารพในตัวเรา ขวัญก็ยังเคารพในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทุกท่านเหมือนเดิม แต่ขวัญต้องแบ่งเวลาไปใช้ชีวิตกับครอบครัวด้วย ทั้งคุณแม่และพี่สาวเราต้องไปหาหลาน ไปใช้ชีวิต ซื้อบ้านมาเราก็ต้องได้อยู่บ้านบ้าง เราจะใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนคือออกจากบ้านแต่เช้ากลับบ้านตอนดึก มีบ้านไว้นอนอย่างเดียวไม่ได้ ชีวิตตอนนี้เราต้องใช้ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา”

    

    แสดงว่าตอนนี้ก็มีลิมิตการรับงานละคร
    
“ใช่ค่ะ ปีหนึ่งเรื่องหนึ่ง เพราะว่าขวัญทำงานหนักมาเยอะแล้ว ช่วงนี้มันก็เป็นพาสที่มีอีกส่วนหนึ่งในชีวิตเข้ามา (เสียดายไหมกับโอกาสที่จะเข้ามา) ขวัญว่าถ้าเราต้องการทุกอย่างเลยมันเป็นไปไม่ได้ ชีวิตคนเรามันต้องเลือก เพียงแต่ว่าจะเลือกทางไหนที่ดีที่สุด ต่อไปอาจจะเห็นหลากหลายมากขึ้นบนหน้าจอ หรือแบบหายไป คือ ขวัญไม่ทราบ เพราะระยะวลาคนเรามันก็ตอบไม่ได้ แล้วยิ่งในอนาคตเรา แล้วสิ่งที่เราต้องแบกภาระไว้อีก ณ จุดนี้เราวางโมเมนต์ของเราทำงานแบบนี้ เอาไว้อย่างนี้ดีกว่า”
    

    วางอนาคตในวงการจะหยุดอยู่แค่ไหน
    
“เมื่อถึงเวลา มีครอบครัว อย่างที่ขวัญบอกทุกครั้ง ก็ไม่ได้เป็นนักแสดงแหละ ต้องไปเป็นแม่ของลูก ไปเป็นภรรยาดูแลสามี ดูแลครอบครัวเราครอบครัวเขา”

    
    

 

    @@ นักธุรกิจหญิง
    ธุรกิจตอนนี้เป็นอย่างไร

    “ตอนนี้ ขวัญ เพิ่งเปิดตัวแป้งไป ก็ได้รับการตอบรับที่ดี เพราะว่าเหมือนกับเราลงทุนเอง ที่สำคัญเป็นแบรนด์ออแกนิก แล้วเราก็ได้ลูกค้าเก่าเข้ามาซื้อจากความแตกต่างที่เขาใช้ของเราแล้วไปเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น มันก็ประสบความสำเร็จในฐานะคนทำงาน เพราะว่าลูกค้าไม่ได้ทิ้งเราไปไหน”

 

    หนักไหมกับทำธุรกิจ
    “หนัก อย่างคลีนนิ่งตอนนี้มันก็แบบเป็นงานที่ดี แต่ก็เป็นงานที่ไม่ได้กำไรมาก แต่สามารถช่วยเราไปด้วย ช่วยคนตกงานด้วย เพราะว่าตอนนี้คนไทยตกงานเยอะ ทางเลือกของคนค่อนข้างมีเยอะ เราก็เลยได้สร้างโอกาส อย่างเราเป็นดาราเราจะมีแม่บ้านเข้ามาเยอะ เราก็จะรู้จุดบกพร่อง เราก็นำสิ่งที่พบเจอจุดบกพร่องมาปรับให้เป็นจุดเด่นของบริษัทเราในการคัดเลือกคน ในการคัดเลือกอุปกรณ์ การใช้น้ำยา การคัดสรรคนด้วย”

 

 


    @@ หลังม่านมายา
    ช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ ได้ไปพักผ่อนเต็มที่
    “(ยิ้ม) มีความสุขมาก (ลากเสียงยาว) ตอนที่ไปออสเตรเลีย แต่ว่ามันร้อนมากนะ ช่วงที่ไทยหนาว ที่อื่นหนาว แต่ ออสเตรเลีย มันร้อนมากประมาณ 49 องศา คือออกไปยืนข้างนอกเหมือนอยู่หน้าเตาแก๊ส แต่ว่ามันสนุก มันเป็นช่วงชีวิตที่เราไม่เคยใช้ เราไม่เคยว่างงานเป็นเดือนๆ เราไปที่นู่นเราก็เข้าใจว่าเราต้องหาอะไรทำตลอดเลย เหงาไม่รู้จะทำอะไรก็เลยทำยูทูบ เคยตัดต่อตอนเรียนปริญญาตรี เอาวิชาตรงนั้นมาใช้ ตัดต่อ ใส่ซาวนด์ นั่งเปิดช่องยูทูบเอง ขอลิขสิทธิ์ ทำเองหมดเลย ก็เลยว่าเราชินกับการทำงาน มันเหมือนได้เป็นเมมโมรี่ในชีวิตเราไปด้วยว่าวันหนึ่งเราไปไหนทำอะไร เราคุยกับใคร ที่สำคัญเลยคือความภูมิใจในชิ้นงานของเรา”

 

    ความรักกับ ไฮโซแพทริค ล่ะ
    “ก็ดี แรกๆ ก็ดีหมด (หัวเราะ) ธรรมดาถูกไหมพี่ ต่อไปก็ต้องใช้เวลาเพื่อเป็นคำตอบ ขวัญเองก็ให้คำตอบไม่ได้ เพราะขวัญเองก็ยังไม่รู้ เอาจริงๆ มันเป็นการให้เกียรติคนที่อยู่ข้างตัวเรา ให้เกียรติผู้ชายที่อนาคตเขาอาจจะมาเป็นสุภาพบุรุษที่ดูแลเราก็ได้ เพราะฉะนั้นวันหนึ่ง ขวัญไม่ได้ทำดีกับเขา ขวัญไม่ได้ให้เกียรติมากพอ ถ้าอันนั้นมันเป็นจุดแตกหัก ขวัญไม่อยากให้เป็นสาเหตุ ขวัญอยากให้คิดย้อนกลับทุกสิ่งทุกอย่างที่ ขวัญทำเราทำมาดีแล้ว”

 

    ถือว่า “ไฮโซแพทริค” มาเติมเต็มชีวิตไหม
    “เติมเต็มเหรอ ไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพียงแต่ว่าอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ แล้วเป็นคนที่ให้เกียรติเรา ไม่พูด ไม่ทำอะไรให้เราช้ำใจ หรือเสียใจอย่างนี้ ตอนนี้ซึมซับกันแค่นี้พอ อย่างที่บอกว่าเราก็ยังไม่รู้ว่าคนในอนาคตข้างหน้าเราจะเป็นยังไง แต่ว่า ณ ตอนนี้เขาดีกับเรา เราก็ดีกับเขาตอบกลับในฐานะที่แบบเรารู้สึกดีกัน แล้ววันใดวันหนึ่งเกิดปัญหาก็ไม่อยากให้สาเหตุเกิดเพราะเรา เพราะว่านี่คือสิ่งที่เราทำดีที่สุดแล้ว เขาเป็นคนโรแมนติกไหม ก็ใช่นะ (ยิ้ม)”
    
    มุมมองความรักในแบบฉบับ ขวัญ อุษามณี
    “ตอนนี้เราต้องมองถึงอนาคต ทุกวันนี้เราคุยเราคบ เราปรึกษาให้แต่สิ่งดีๆ กัน แต่คำตอบจะใช่หรือไม่ใช่อันนี้ ขวัญไม่รู้ แต่สิ่งเดียวที่ขวัญรู้คือเวลาจะเป็นข้อพิสูจน์อะไรหลายๆ อย่างเองว่าเขาคนนี้จะใช่ไหม อนาคตของเราจะผ่านไปด้วยกันได้ไหม”
    ชีวิตอิสระในแบบ “ขวัญ” อุษามณี