คมชัดลึกออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
บันเทิง

สัมภาษณ์พิเศษ3หนุ่มฮอต "เจมส์จิ-แชมป์-ออกัส' แห่ง 'กรงกรรม'

20 เมษายน 2562 - 14:30 น.
กรงกรรม,ลูกชายบ้านแบ้,บันเทิงคมชัดลึก
บันเทิง

Shares :
เปิดอ่าน 1,741 ครั้ง

สกู๊ปสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก"  จะพาไปพูดคุยกับ 3 หนุ่ม  "แชมป์" ชนาธิป "เจมส์" จิรายุ และ "ออกัส"  วชิรวิชญ์ แห่งละคร "กรงกรรม" 



    ทีมบันเทิง คมชัดลึก -  เรียกว่านาทีนี้ต้องยกพื้นที่ความฮอตให้ละคร “กรงกรรม” ที่คนดูติดกันงอมแงม นอกจากตัวละคร อาย้อย (ใหม่ เจริญปุระ) เรณู (“เบลล่า” ราณี) รวมถึง พิไล (“แพร” พิชชาภา) ยังมีหนุ่มๆ จากบ้านแบ้ ลูกแม่ย้อย ที่คนพูดถึงไม่น้อย โดยในโลกออนไลน์ต่างแย่งชิงอยากจะสมัครเป็นสะใภ้บ้านแบ้ โดยเฉพาะ “สะใภ้รอง, สะใภ้สาม, สะใภ้สี่” เพราะหลงในความละมุนละไมของ 3 หนุ่ม “อาตง, อาซา, อาสี่” ที่รับบทโดย “แชมป์” ชนาธิป โพธิ์ทองคำ “เจมส์” จิรายุ ตั้งศรีสุข และ “ออกัส”  วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์  ซึ่ง “บันเทิง คม ชัด ลึก” ขอเอาใจสะใภ้มโนบ้านแบ้ ด้วยการจับ 3 หนุ่มมาเปิดใจถึงความฮอตจากละครเรื่องนี้  

 

    “อาซา” กับความน่ารักของ “เจมส์” จิรายุ
    @ ฟีดแบ็กกับบทบาทอาซา ค่อนข้างดีเลย
    “ดีใจ คือผมก็ได้รับฟีดแบ็กตัวเองเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ละครเรื่องนี้ออกมา พอไปงานอีเวนท์ หรือไปทำงานอะไรก็แล้วแต่คนก็จะเรียกอาซา อาซา อาซา อะไรอย่างนี้ มีคนชื่นชอบในตัวละคร เป็นตัวละครที่น่ารักและก็สดใส และมีฉายาด้วย  “อาซา ลาเวนเดอร์” (หัวเราะ) มันเป็นคาแรกเตอร์ของอาซา ที่พี่ออฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) พี่แดง (ธัญญา) เขาปลุกปั้นตัวนี้มาตั้งแต่ในนิยายแล้ว ก่อนที่ผมจะได้แสดงเรื่องนี้ทุกคนบอกว่าบทตัวละครเรื่องนี้ใครอ่านใครก็รัก มันเป็นตัวละครที่ต้องไปช่วยเหลือทุกคน ช่วยในสถานการณ์ต่างๆ ก็เลยมีความน่ารักของตัวละคร ถามว่าเป็นโจทย์ยากไหม ไม่นะ เป็นตัวจริง  (หัวเราะ) คือมันก็สนุกดี ผมไม่แน่ใจว่ามันยากหรือไม่ยาก แต่ปัญหาคือที่ผ่านมาผมเล่นเป็นคุณชาย คนรับราชการหล่อๆ ต้องแบบเคร่งขรึม เครียดๆ มีปมอะไรอย่างนี้ครับ พอเล่นเรื่องนี้ก็เลยสบาย ผมอยากเล่นอะไรก็เล่น ผมก็ไปถามพี่ออฟ ผมเติมตรงนี้ได้ไหม เอาตรงนี้ออกได้ไหม ก็ปรึกษาพี่ออฟตลอด เลยเป็นอะไรที่เข้าปากในการแสดง ก็สนุกกับแสดงไปเรื่อยๆ  อีกอย่างบทอาซาก็ใกล้เคียงกับตัวเรา ความน่ารักใกล้เคียง (หัวเราะ) ผมว่าการที่อาซาเป็นคนที่อยากเห็นคนรอบๆ ข้างมีความสุขนั่นแหละครับ ผมว่ามันคือเป้าหมายและหัวใจหลักของตัวละคร เพราะว่าอาซาเห็นใครมีความสุขหรือว่าอะไร ตัวเขาเองก็จะมีความสุขด้วย”

 

    @ ทำการบ้านเยอะไหมกับบทนี้
    "เยอะ เพราะตัวละครตัวนี้จะว่าไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้หรือว่าจะคิดมากก็ได้ เพราะว่าการที่เป็นคนคนหนึ่งแล้วอยากให้ทุกคนมีความสุข คือเขาก็ต้องเข้าใจในคนอื่นก่อน ต้องเข้าใจว่าพื้นฐานคนอื่นเขาเป็นยังไง เราจะช่วยเขาได้ยังไงบ้าง เขามีกำหนดอะไรบ้าง บางทีมันก็มีวิธีการคิดของตัวละครที่มันซ้อนอยู่ข้างใน แล้วอีกอย่างคือพี่ออฟอยากให้ตัวอาซาออกมาเป็นตัวละครที่น่ารักที่สุด ผมอยากจะบอกว่าการได้มาร่วมงานกับพี่ออฟในเรื่องนี้เรียกว่าเป็นบุญมาก ณ เวลานี้เลย เพราะผมเคยร่วมงานกับพี่ออฟตั้งแต่คุณชาย แต่ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร และก็มาเล่นเรื่อง “ทองเนื้อเก้า” ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ จนมาเรื่องนี้คือได้เล่นกับพี่ออฟแบบเต็มๆ เลยไปอ้อนพี่ออฟตลอดเวลานั่งอยู่หลังมอนิเตอร์ ได้ทั้งความรู้ พี่ออฟถ่ายทอดการแสดงด้วย แล้วก็ได้ดูวิธีการคิด อันนี้ถือว่าดีใจมากๆ คือผมก็อยากเรียนรู้จริงๆ ว่าที่ผ่านมาในฐานะพี่ออฟเป็นนักแสดงก็ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง ผมก็อยากรู้ว่าพี่ออฟทำยังไง"

 

 

    @ เข้าฉากกับ “ใหม่ เจริญปุระ” เป็นยังไงบ้าง
    “กับพี่ใหม่สุดยอด พี่ใหม่เป็นคนที่เล่นสุดตัวอยู่แล้ว เขาใช้พลังทั้งหมด พอเข้าฉากเป็นตัวแม่ย้อยได้ค่อนข้างน่ากลัวมาก (กลัวจริง) ในละคร แต่นอกจอคือพี่ใหม่น่ารัก”


    @ กลับมาเล่นกับ “เบลล่า” เรื่องนี้ลบภาพความเป็นคู่จิ้นเลย
    “ถ้าพูดอย่างนี้ผมดีใจนะที่ทุกคนเห็นว่าการแสดงมันไม่ได้ยึดติดที่หน้าตาหรือบทบาทที่ได้รับเหมือนที่ผ่านมา มันเป็นบทบาทที่เราเล่นกัน ณ ตอนนี้ เป็นบทที่เราเล่นด้วยกัน ฉากที่เราเข้าด้วยกันแล้วคนรู้สึกว่า เฮ้ย...มันซ้อกับน้องคนหนึ่งจริงๆ ดีใจ เพราะเห็นฟีดแบ็กมาหลายๆ อัน เพราะช่วงที่ผ่านมาผมเข้ากับซ้อสองคน (ซ้อเรณู-ซ้อพิไล) ค่อนข้างบ่อย จะมีการปรับทุกข์กันอะไรกันอย่างนี้ ก็ยอมรับว่าตอนแรกมีกังวลกลัวเราจะทำให้คนไม่เชื่อว่าเราคืออาซา แล้วเบลคือซ้อเรณู แต่พอได้รับฟีดแบ็กมาแบบนี้ เราก็ดีใจ"

 

    @ คนแซวเยอะว่าอาซาเกะกะฉากตบของเรณูกับพิไล
    “ห้ามก็เอาไม่อยู่ เราก็ต้องทำเป็นห้ามบ้าง ทั้งที่เราก็หมั่นไส้พิไลมาก อันนี้ชีวิตไม่ใช่ละคร (หัวเราะ)”
    @ มีฉากไหนที่รู้สึกหินสำหรับเรา
    “เป็นฉากที่พีคที่สุดของตัวอาซา คือปกติอาซาจะมีแต่รอยยิ้ม มีอยู่วันหนึ่งที่อาซาต้องตัดสินใจลาจากแม่ไป ก็เป็นฉากที่ค่อนข้างยากมาก เป็นฉากลาม้าที่ต้องใช้อารมณ์และความเข้าใจของตัวละครค่อนข้างเยอะ แต่ดีที่พี่ใหม่เข้ามากอดผม แล้วมากระซิบข้างๆ หูว่าขอให้พี่เป็นแม่นะ ตอนนั้นคือซึ้งมาก พอเข้าไปในฉากทุกอย่างมันพอดีเลย”
    @ละครนี้เรื่องนี้ให้แง่คิดทุกตอนเลย
    “เรื่องนี้ให้ข้อคิดที่ดีมากๆ ครับ เพราะว่ามันจะเล่าผ่านตัวละครแต่ละตัว ซึ่งในข้อคิดต่างๆ พื้นฐานอยู่ที่ว่าใครทำดีย่อมได้ดีใครทำชั่วได้ชั่วอยู่แล้วมันเป็นเรื่องปกติ แล้วอย่างตัวละครของเตี่ย ซึ่งมีคำสอนดีๆ ที่อยากให้ปล่อยวางอยากให้เรามีความสุขที่แท้จริง”

 

 


    “อาตง” กับความน่าสงสารของ “แชมป์” ชนาธิป โพธิ์ทองคำ
    @ เส้นเรื่องของตัวละคร “อาตง”
    “ตัวละครอาตงเกิดจากตอนแรกเราบวชอยู่ ด้วยความที่เราเป็นคนรักสงบ เป็นที่ยอมเสียสละเรื่องครอบครัวมาก่อน ม้าเลยมาขอให้สึกไปแต่งงานกับพิไลที่เป็นคู่หมั้นของพี่ชายของตัวเอง พอแต่งงานเสร็จเหมือนเราก็ได้คู่ชีวิตที่ไม่โอเค แต่เราก็ต้องอยู่ให้ได้ปรับตัวให้ได้ พยายามทำให้เขาโอเคขึ้นให้ได้ ม้าจะได้ไม่เสียใจ ซึ่งบทนี้ยาก เพราะเป็นตัวละครที่ต่างจากตัวผมเยอะมาก ในเรื่องดี ตัวจริงไม่ดี (พูดเล่น) ตัวจริงก็ดีแต่คนละบุคลิก ทั้งทัศนคติ บุคลิกภายนอกนี่คนละคนเลย การมองโลกอะไรก็ต่างกัน ความนิ่งความสงบก็ต่างกัน ความสุขุมก็ต่างกัน จะบอกว่าได้บทมาวันแรกคือผมไม่เห็นภาพเลยว่าจะเล่นยังไง ทำการบ้านหนักมาก แค่ตีความตัวละครอาตงตัวเดียว สมุดเล่มเดียว 60 แผ่น พี่ออฟช่วยเยอะมาก เป็นคนที่เก่ง เขาเข้าใจนักแสดงมากว่าคิดอะไรอยู่ บางทีเราอาจจะเล่นไปผิดทางของอาตง เขาจะรู้เลยว่าเราคิดอะไร พี่ออฟช่วยให้ผมหาแก่นตัวละครของกรงกรรมได้เจอ ผมไปบวชมารอบหนึ่ง ก่อนละครออน ผมก็รู้สึกว่าเจอตัวละครตัวนี้ว่าเป็นคนยังไง แล้วพี่ออฟก็มาเสริมทำให้มันแน่นมากขึ้น เพราะตัวละครนี้ในตอนแรกจะเป็นคนนิ่งๆ แต่พอใช้ชีวิตคู่กับพิไลก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ การที่เราจะทำให้คนคนหนึ่งดีขึ้นมาไม่ได้ใช่แค่วิธีการเดียว คือต้องเอาน้ำเย็นลูบก่อน แต่ถ้าน้ำเย็นลูบยังไงมันก็ไม่หาย ก็ต้องมีวิธีการอื่นอย่างเช่นค่อยๆ กัด อาจจะสอดแทรกอะไรเข้าไปในประโยคเพื่อพูดกับเขา หลังๆ มาไม่ได้แล้ว เขาไม่คิดก็ต้องพูดตรงๆ มีอารมณ์ มีปากมีเสียงบ้าง เป็นธรรมชาติของมนุษย์คนหนึ่ง”

 

    @ “แพร” ในบท “พิไล”  เล่นได้น่าหมั่นไส้มาก ในสถานะสามีในจอรู้สึกยังไง
    “ถ้าเป็นตัวผมมองดูแพรเล่น ผมจะรู้สึกว่าอาตงทนไปได้ยังไง คือถ้าเป็นก็คงหันหลังให้ แล้วก็ออกมาอยู่ข้างนอก แต่ตอนที่ผมเล่นผมรู้สึกอย่างเดียวเลยว่าถ้าเราเลิกกันไปเดี๋ยวม้าก็ไม่สบายใจอีก เขายิ่งมีเรื่องให้เครียดเยอะ เราจะทำให้เขาไม่สบายใจไม่ได้ เราต้องทำทุกๆ อย่าง หาวิธีการทุกอย่างเพื่อทำให้ผู้หญิงคนนี้ดีขึ้นให้ได้ แล้วอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขให้ได้”

    @ เข้าฉากกับ “ใหม่ เจริญปุระ” เป็นยังไง
    “พี่ใหม่เก่งมาก เป็นนักแสดงที่มีความเป็นนักแสดงสูงมาก เล่นเป็นม้าที่มีความเป็นแม่สูง เขาทำได้สุดในทุกๆ ฉาก เขาสร้างความมหัศจรรย์ในทุกๆ ฉากที่เข้ากับเขาเลย ผมไม่ได้รู้สึกกดดันเวลาเล่นกับพี่ใหม่เลย ผมมองว่าความเก่งมากของพี่เขาเป็นผลบวกสำหรับผมคือมันส่งพลังมาถึงเรา ตอนแรกเราอาจจะเชื่อว่าเขาเป็นม้าแค่ 80 เปอร์เซ็นต์ แต่พอเขาเล่นมาเต็มขนาดนี้ ความเป็นม้าก็เพิ่มขึ้นเป็น 100 ถึง 120 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราโฟกัสอยู่กับเหตุการณ์เหล่านั้นจริงๆ เหมือนกับพลังที่เขาส่งมามันมากจนล้น จนทำให้เรากับเขาไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น จนไม่อยากออกมา”

 

    @ กับบท “อาตง” กระแสตอบรับดีมาก
    “เขาพูดถึงอาตง หลักๆ ก็เป็นความน่าสงสาร อาตงทนไปได้ยังไงมีเมียแบบนี้ ถ้าพูดในแง่ของแชมป์ก็ดูเป็นธรรมชาติดี อยากรู้ว่าบุคลิกของเราเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า ซึ่งก่อนที่ละครจะออนแอร์ผมคาดหวังแค่ให้คนเชื่อในตัวละครผมมากกว่า ไม่ได้คาดหวังว่าเล่นไปแล้วอาตงจะต้องดังมาก ดังน้อย ดังแค่ไหน เพราะผมรู้สึกว่าตอนที่ผมเล่นละครเป็นอาตง ผมรู้สึกว่าผมเป็นอาตงเชื่อในเรื่องตัวละครนั้นมาก ก็อยากให้คนดูเชื่อเหมือนผม แต่พอได้การตอบรับดีขนาดนี้ ต้องขอบคุณแฟนๆ กรงกรรมที่เชื่อว่าผมคืออาตงจริงๆ 

    @ได้อะไรจากการเล่นละครเรื่องนี้
    “ได้เยอะมากเลยครับ อย่างแรกเลยคือผมเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมคิดก่อนจะพูด คิดก่อนจะทำมากขึ้น ผมเห็นสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเราจะทำให้ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราที่เป็นสิ่งแวดล้อม หรือเหตุการณ์เป็นไปตามที่ต้องการ มันไม่มีทางเป็นไปได้ เราทำได้แค่ปล่อยให้มันเป็นไปและทำใจยอมรับมัน แล้วก็เชื่อว่าการกระทำหรือกรรมก็เหมือนวงกลมสุดท้ายผลกรรมก็ต้องกลับมาที่คนทำไม่ว่าสิ่งดีหรือว่าไม่ดี”

 

 

 


    “อาสี่” กับสำนึกที่มาสายไปของ "ออกัส" วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์
    @ ตัวละครอาสี่เป็นยังไงบ้าง

    “ตอนแรกเปิดมาก็เหมือนเป็นเด็กทั่วไปที่อยากได้อะไรก็จะอ้อนม้า แล้วก็เป็นเด็กดีคนหนึ่ง เป็นลูกที่ดีคนหนึ่ง คนเราก็หลายพาสใช่ไหม อาสี่ก็มีอีกพาสที่ไม่ดี ก็คือจะเป็นเรื่องผู้หญิง อาสี่ ค่อนข้างเจ้าชู้ มีคนที่เรารักอยู่แล้ว แต่พอเจอผู้หญิงคนอื่นก็แบบไปมีอะไรกับเขาแล้วก็ทำเขาท้อง ผลกรรมนั้นก็ตามมาถึงอาสี่ อยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ฉากตอนที่อาสี่ตาย ในใจแอบคิดจะมีคนเสียใจให้กับตัวละครนี้ไหม แต่พอเราเช็กฟีดแบ็กแล้วดีใจที่เราถ่ายทอดความผิดพลาดของอาสี่ิออกมา แล้ววันที่สำนึกได้แล้วแต่มันกลับสายไป แล้วทำให้คนดูเชื่อและรู้สึกตามได้ ผมอยากจะขอบคุณพี่ออฟ พี่แดงที่เลือกให้ผมมารับบทนี้  บทนี้เป็นบทที่สนุกมาก เป็นตัวละครที่ให้ข้อคิด ตัวอาสี่ให้ข้อคิดสะท้อนเยอะจากการกระทำของวัยรุ่น และผลที่ตามมา ความยากของบทนี้อยู่ที่เป็นตัวละครที่เหมือนมี 2 บุคลิก ตอนที่น่ารักอ้อนแม่ อ้อนม้า อยากได้อะไรก็แบบอ้อนน่ารักเลย พออยู่กับผู้หญิงที่ไปทำเขาท้องจะหนีปัญหาด้วยการไล่เขา เราก็ต้องใจดำ คือแบบเลวเลยอะ แล้วก็ทำยังไงให้เชื่อว่าเป็นมนุษย์จริงๆ”

 

    @ ได้มาร่วมงานกับ “ออฟ” พงษ์พัฒน์ เป็นยังไง
    “เรารู้ถึงความเก่งของพี่ออฟอยู่แล้ว ได้ติดตามผลงานของพี่ออฟมาตลอด พอได้มาเป็นนักแสดงของพี่ออฟจริงๆ พี่ออฟสอนและให้คำแนะนำกัสเยอะมาก จะคอยใส่ตัวละครอาสี่ เข้าไปในหัวกัสทุกวัน จากตอนแรกเราไม่เข้าใจในตัวละครนี้เท่าไหร่ แต่เพราะพี่ออฟทำให้กัสเป็นอาสี่ได้อย่างที่หลายคนเห็น  พี่ออฟเก่งมาก ใจดี เข้าใจวัยรุ่น เวลาไม่เข้าใจตัวละครเราเล่นออกไปมันไม่ถูก พี่ออฟไม่เคยว่าไม่เคยอะไรเลยจะเดินมาเล่าให้ฟังว่าตัวละครคิดอะไร ต้องขอบคุณพี่ออฟมากๆ พี่ออฟทำให้กัสเชื่อว่ากัสเป็นอาสี่จริงๆ”

 

    @ ร่วมงานกับ “ใหม่” เป็นยังไงบ้าง
    “พี่ใหม่เก่งมาก ใจดี ตอนแรกก็เกร็งนิดหนึ่ง เพราะร่วมงานครั้งแรกต้องไปกอดต้องไปหอม ตั้งแต่คิวแรกๆ เลย แต่ว่าพี่ใหม่เหมือนมาคุยกับเราให้เรารู้สึกผ่อนคลายก่อน ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ตอนแสดงแล้วพี่ใหม่ดุ คือเราเล่นอยู่ในฉากยังขนลุกเลย รู้สึกถึงพลัง เขาเก่งมาก ตอนที่กัสถ่ายกับพี่ใหม่ ฉากนั้นไม่ต้องร้องไห้ แต่พี่ใหม่ร้องไห้จนกัสจะร้องตามเชื่อเขาจริงๆ”


    @ กระแสตอบรับมาดีมาก
    “ก็ดีเหมือนกันออกแนวค่อนข้างมากเลย กัสได้เช็กในเฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์ กัสเหมือนกัน ก็มีคนติดตามขึ้นมาเยอะ เขาก็ชมกันว่าเล่นดี ไปไหนมาไหนก็มีคนเรียกอาสี่"
    @ ละคร “กรงกรรม” ให้อะไรกับตัว “ออกัส” บ้าง
    “ให้ข้อคิดทำให้การกระทำของเราต้องคิดมากขึ้น โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น สอนเรื่องกรรมจากการกระทำ ทำไม่ดีก็จะได้สิ่งไม่ดีกลับมาแน่นอน จะเร็วจะช้า ตัวละครอาสี่เป็นตัวละครที่ทำให้รู้ว่าผลของการกระทำที่ทำไว้ ในวันที่สำนึกได้และคิดว่าพรุ่งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เขาไม่มีโอกาสนั้น”
    นี่แหละความฮอตของ 3 หนุ่มหล่อ “บ้านแบ้” แห่ง “กรงกรรม”

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ