royal coronation
19 มกราคม 2563
บันเทิง

ร้อยเรื่องเล่า 'สุประวัติ ปัทมสูต'

15 เมษายน 2562 - 05:00 น.
บันเทิงไทย,สุประวัติ ปัทมสูต,เรื่องเล่าจาก สุประวัติ ปัทมสูต บนเส้นทางบันเทิง บันเทิงไทย คมชัดลึก สุประวัติ ปัทมสูต
Shares :
เปิดอ่าน 2,014 ครั้ง

ร้อยเรื่องเล่าจากปูชนียบุคคล บนเส้นทางบันเทิงของ "สุประวัติ ปัทมสูต"

         บันเทิง คมชัดลึก - เป็นนักแสดง ผู้จัด และผู้กำกับ ที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนานมากกว่า 50 ปี  สำหรับ  “พ่ออี๊ด” สุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2553- ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ผู้กำกับ นักแสดง เจ้าของรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม “คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 15” เนื่องในวันผู้สูงอายุปีนี้  “บันเทิง คม ชัด ลึก” มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับปูชนียบุคคลของวงการบันเทิงคนนี้แบบเจาะลึก

 

 

*** เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ***

@ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างไร

         เกิดจากการไม่ชอบเรียนหนังสือ เลยคิดว่าถ้าเราไม่เรียนหนังสือแล้วเราจะเอาดีได้ด้านไหนได้บ้าง ก็คิดได้ว่าคงมีแค่การเป็นนักดนตรี นักแสดง ดารา เมื่อไม่อยากเรียนก็เลยหนีโรงเรียนและไปร่วมกับวงดนตรีก็ได้เงินวันละ 10 บาท บ้าง 5 บาทบ้าง ตอนนั้นคิดว่าโก้หรูเต็มที่แล้ว ซึ่งที่บ้านก็ไม่เห็นด้วย ตอนนั้นพี่ก็ไปตามกลับให้มาเข้าโรงเรียนเข็นกันจนจบโรงเรียนสวนกุหลาบและไปต่อโรงเรียนพาณิชย์เพราะเราไม่ชอบเรียน ซึ่งเพื่อนที่เรียนสวนกุหลาบมาด้วยกันตอนนี้เป็นนายทหารใหญ่ เป็นผู้พิพากษากันหมด ตัวเองก็เป็นแค่ศิลปิน แต่เพื่อนๆ มองว่าเราเป็นศิลปินแห่งชาติดีกว่าเขา ซึ่งเราก็บอกเพื่อนๆ ไปว่าอย่าพูดอย่างนี้ เดี๋ยวเด็กจะเอาอย่าง เพราะคนที่จะหลุดมาอย่างนี้ได้จะต้องมีอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ได้มีแค่เก่งหรือไม่เก่ง แต่ก่อนเราก็เหิมเกริมชอบเรียกตัวเองว่าเป็นดารา พอมาถึงวันนี้เราไม่ยอมเรียกตัวเองว่าดารา เพราะรู้สึกว่าคำว่าดาราน่าจะเป็นคนอื่นที่เรียกเรา ส่วนตัวเราก็เรียกตัวเองว่าศิลปินมาโดยตลอด และไม่เรียกตัวเองว่าเป็นศิลปินแห่งชาติด้วยเดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นไส้เอา

 

 

@ กว่าจะเป็นศิลปินอย่างที่หวังยากลำบากแค่ไหน 

         กว่าจะถึงตรงนั้นก็ลำบากพอสมควร เราเริ่มเข้าวงการจากการเล่นละครวิทยุ เล่นละครวิทยุก็ไม่ได้ดี ซึ่งตอนนั้นเราก็เรียนไปด้วย ก็ถูไถจนเรียนจบ และไปเข้าทำงานที่กรมทรัพยากรธรณีเพราะญาติผู้ใหญ่บังคับ ที่นี่ผมได้พบ อ.สมภพ จันทรประภา ซึ่งท่านเก่งในเรื่องโครงกลอนและละครดึกดำบรรพ์ ช่วงนั้นเราก็เล่นละครทีวีบ้างก๊อกๆ แก๊กๆ พอพี่สมภพได้จัดละครดึกดำบรรพ์ลงช่องทีวี ซึ่งตอนนั้นเล่นที่ช่อง 4 ในสมัยก่อน เราได้เล่นเป็นเรื่องแรก ตอนนั้นเราเล่นไม่เป็นเลยทั้งร้องทั้งรำ แต่พี่สมภพเอาเงินค่ารายการทั้งหมดไปหัดไปสอนเราที่บ้านของท่าน ช่วงนั้นเราต้องหาข้าวเย็นกินเองเราก็พอใจเพราะมันทุ่นข้าวเย็นไปมื้อหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เราได้เล่นเป็นพระเอก ตอนที่ทราบตอนแรกก็ตกใจแทบตกเก้าอี้ และตั้งแต่นั้นเราก็เล่นละครดึกดำบรรพ์เรื่อยมา หลังจากนั้นคณะละครอื่นๆ ที่ทำละครป้อนช่อง 4 ก็เมตตาเรา จ้างเราไปเล่นบ้าง เราก็เลยเจริญเติบโตขึ้น 

@ จากนักแสดงละครดึกดำบรรพ์สู่ผู้กำกับละครโทรทัศน์

         หลังจากนั้นก็หัดเขียนเรื่องให้ช่อง 4 ก็พอได้ พอคนกำกับขาดเราก็หัดกำกับก็พอได้ ช่วงนั้นช่อง 4 เปลี่ยนมาเป็นช่อง 3 แล้ว ซึ่งช่อง 3 ก็จ้างเราไปกำกับละครเรื่องแรกคือ “ตะวันยอแสง” ก็ไม่ประสบผลสำเร็จหรอก ผมอยากบอกว่าผมเล่นเรื่องตะวันยอแสงมา 4 หนแล้ว หนึ่งเล่นที่ช่อง 5 เก่า จัดเองที่ช่อง 5 เก่า ต่อมากำกับให้ช่อง 3 สมัยนั้นได้ ดวงใจ หทัยกาญจน์ และสมภพ เบญจาธิกุล เป็นพระเอกนางเอก หลังจากนั้นก็ไปกำกับให้ทีวีซีน ได้ “ตั้ว” ศรัณยู วงษ์กระจ่าง และซอนย่า คูลลิ่ง มาแสดงนำซึ่งเวอร์ชั่นนี้ทำให้เราโด่งดังและแข็งแรงขึ้น 

 

 

@ ก้าวสู่วงการจอเงิน

         อยู่ๆ ก็มีหนังมาจ้างให้เราไปกำกับเรื่อง “ชีวิตเพื่อเธอ” หนังเรื่องนี้ทำรายได้ 3 ล้านกว่า ซึ่งเราก็ได้เกิดกับหนังอีก หลังจากนั้นคุณนายดาวน้อย ศรีบุญเรือง ก็มาจ้างกำกับเรื่อง “รอยลิขิต” ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำให้ สุพรรษา เนื่องภิรมย์ และพอเจตน์ แก่นเพชร เป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง จากนั้นเราก็เลยกำกับหนังต่อมา 8-9 เรื่อง แต่ทำละครทีวีมันดีกว่า เงินก็สด อะไรก็สด ก็เลยมาอยู่กับละครทีวี 

@ รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ 

         ส่วนละครเวทีเราก็เล่นก๊อกๆ แก๊กๆ ไปตามโรงเล็กๆ มาตลอด พอมาเล่นจริงๆ ก็ได้แสดงที่โรงละครมณเฑียร ซึ่งโรงละครมันใหญ่ขึ้นเราก็เลยเสนอทำเอง โดยทำเรื่อง ศรีปราชญ์ หรือ ธรณีคือพยาน ปีนั้นมีประกวดรางวัลมี 7 รางวัล เรื่องนั้นเราได้มา 4 รางวัล เป็นละครดึกดำบรรพ์  จากตรงนั้นมาเราก็ได้รางวัลจากการทำงานศิลปะ โดยปีถัดมาเราได้รางวัลจากละครทีวีเรื่องสี่แผ่นดิน แหม่ม จินตหรา และนก ฉัตรชัย เล่น เรื่องนี้ได้รางวัลจาก 2 สถาบัน 20 กว่ารางวัล และผู้ที่ได้ 2 รางวัลควบคือ คนเขียน ฉาก เนื้อเรื่องเดิม นางเอกคือ จินตหรา และผู้กำกับการแสดง ได้โทรทัศน์ทองคำและเมขลา และหลังจากนั้นเราก็ได้รางวัลมาเรื่อยๆ จนรางวัลล่าสุดคือรางวัลจาก “คม ชัด ลึก” ซึ่งเป็นรางวัลที่ 18 ของผม หลังจากได้รางวัล เรื่องกดดันตัวเองมันเป็นเรื่องประจำอยู่แล้ว

 

***แง่คิดในการดำรงค์ชีวิต ***

@ อะไรคือสิ่งที่ทำให้อยู่วงการได้นานขนาดนี้

         ความรักในสิ่งที่อยู่รอบตัว งานบันเทิงก็เหมือนงานศิลปะมันเป็นงานที่เรารู้สึกว่าอาชีพนี้มีเสน่ห์มากเหลือเกิน มีเสน่ห์กับคนดู มีเสน่ห์ผู้ชม และมีเสน่ห์กับความคิด เมื่อคนได้กลับไปคิดถึงงาน แม้ว่าจะต่างชาติต่างภาษาแต่มันติดต่อสื่อสารได้ด้วยคำว่าศิลปะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรารักวงการนี้และอยากอยู่ในวงการนี้ให้นานที่สุด

 

 

@ สุขภาพตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

         เนื่องจากอายุตอนนี้ก็เป็นผู้สูงอายุเต็มทีแล้ว แต่เป็นผู้สูงอายุที่พิเศษนิดหน่อยตรงที่ผมยังค่อนข้างแข็งแรง ตอนนี้อายุใกล้เลข 8 แล้ว แต่ก็ยังสามารถทำงานและค่อนข้างผิดกับอาชีพอื่นนิดหน่อยตรงที่ว่าอาชีพอื่นอาจจะได้นั่งห้องแอร์ทำงาน อาจจะทำงานกลับบ้าน สามารถทำงานในเวลาที่ว่างจริงๆ แล้วก็หยิบมาทำ หรือในยามที่เราอยากจะทำ แต่อาชีพศิลปินมันกำหนดเช่นนั้นไม่ได้ เราต้องไปผสมกับคนอื่นว่าเขานัดอย่างไร ทำอย่างไร หรือเขามีเวลาเช่นไร เราก็ทำเวลานั้นๆ ให้ได้ เวลาทำงานก็จะแปลกกว่าชาวบ้าน เช่น เขานัด 4 ทุ่มแล้วก็ไปเลิกตอนตี 3 เราก็ต้องทำให้ได้ แต่เมื่อเราเป็นผู้สูงวัยแล้ว ผู้ที่เขาจ้างเขาก็จะเมตตา เอาเราไปไว้ในจุดที่จำเป็นจริงๆ ทุกวันนี้ตัวเราเองยังคงทำงานและมีความสุขกับการทำงาน โดยไม่มีการทรมานหรือฝืนใจทำอยู่ในใจเลย เพราะเราเตรียมสุขภาพของเราได้ดี 

@ ตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน

         เชื่อไหมในขณะที่คนอื่นตรวจสุขภาพปีละหน แต่ผมตรวจสุขภาพ 3 เดือนหน ไม่ได้หมายความว่าตัวเองมีโรคภัย แต่เป็นเพราะเราต้องการเตรียมสุขภาพให้พร้อมสำหรับการทำงาน และผลจากการที่ตรวจสุขภาพเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วที่ผมโชว์ในเฟซบุ๊ก ซึ่งตัวเลขที่ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ แต่เราก็ไม่ได้ยินดีนัก เพราะถ้าเรายินดีเราจะปล่อยมันไป แต่ถ้าเราไม่ได้ยินดีเราก็จะควบคุมดูแล ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีงานมากกว่าคนในวัยเดียวกันพอสมควร เพราะเราจัดการตัวเราไม่ให้ผู้จัดหรือผู้จ้างเกิดความรำคาญเวลาเขาจ้างงานเรา คือเราต้องทำงานให้เขาได้เหมือนเด็กหนุ่มเด็กสาว ไม่ไปทำให้เขาเสียเวลา ไม่ทำให้เขาเกิดปัญหา ถ้าเราทำตรงนี้ได้เราก็จะมีงาน 50 เปอร์เซ็นต์ อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องความสามารถ ความชำนาญในเรื่องการแสดง 

 

 

@ ก่อนการแสดงในแต่ละครั้งต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

         ใช้การพินิจพิจารณาว่าล่าช้าไปไหม เชยไปไหม เข้ากับยุคสมัยได้ไหม วิถีชีวิตของคนแก่ที่เขาต้องการเป็นอย่างไร เราก็ต้องไปศึกษาว่าเขาต้องการอะไร ไม่ให้หลุด เพราะจริงๆ แล้วเรื่องราวที่เป็นพีเรียดเมื่อย้อนกลับไปในอดีตมันมีอะไรบ้าง ที่ไม่ควรจะผิดหรือผิดให้น้อยที่สุดเพราะสิ่งที่เขาต้องการนั้น เราเข้าใจว่าน่าจะเป็นสิ่งเหล่านี้มากกว่าที่สามารถจะทำให้เราอยู่ได้ ทั้งหมดเป็นการเตรียมตัวเพื่อให้เรามีงาน มีอาชีพ มีเงินเข้ามาไม่ขาด เพราะตัวผมไม่มีอาชีพอื่นเลยเพราะหากหมดจากอาชีพนักแสดงผมก็ไม่มีอาชีพอื่นแล้ว

@เนื่องในวันสงกรานต์อยากอวยพรอะไรให้เด็กรุ่นหลังบ้าง 

         เนื่องในวันสงกรานต์ปีนี้ เนื่องจากเราก็เป็นผู้ใหญ่พอสมควร ก็ต้องขอท่านที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ขออนุญาตอวยพรให้เด็กๆ ไม่ว่าจะมีอาชีพอะไร โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวกับการแสดง จงใช้ชีวิตด้วยความมีสติที่มั่นคง สิ่งเดียวที่จะช่วยคนไทยได้ตลอดและเป็นตรรกะที่มีเหตุมีผลมากที่สุดก็คือประเทศเรามีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึด 3 สิ่งนี้ไว้ แล้วทำงานให้สนุกอย่างไรก็สบาย สวัสดี"

         นี่แหละ!! ปูชนียบุคคลของวงการบันเทิง “พ่ออี๊ด” สุประวัติ ปัทมสูตร 

เรื่อง : เสาวลักษณ์ ปึงทมวัฒนากูล 

ช่างภาพ : กอบภัค พรหมเรขา

///////////////////////////////

 

 

สุประวัติ ปัทมสูต ชื่อเล่น อี๊ด 

เกิด 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2481 

นักแสดง ผู้กำกับ ศิลปินแห่งชาติศิลปะการแสดง พ.ศ.2553

ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์-ผู้กำกับ นักแสดง รางวัลโทรทัศน์ทองคำผู้กำกับละครดีเด่น 

พ.ศ.2534-สี่แผ่นดิน

พ.ศ.2548-เรือนไม้สีเบจ

นักแสดงสมทบชายดีเด่น 

พ.ศ.2547-แม่อายสะอื้น

เกียรติยศสำหรับบุคคลทรงคุณค่าและผู้กำกับละครดีเด่น 

พ.ศ.2551-รังนกบนปลายไม้ รางวัลเมขลาผู้กำกับการแสดงดีเด่น 

พ.ศ.2534-สี่แผ่นดิน

ผู้แสดงประกอบชายดีเด่น 

พ.ศ.2547-แม่อายสะอื้น "คม ชัด ลึก อวอร์ด" นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์

พ.ศ.2560-ริมฝั่งน้ำ

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ