5 ก.พ.57 ฤทธี ปานห์ ผู้กำกับชาวกัมพูชา วัย 50 ปี ที่ภาพยนตร์เรื่อง "เดอะ มิสซิ่งพิคเจอร์" ของเขา ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม เปิดเผยว่า เขาเพิ่งจะมีอายุเพียง 15 ปี ตอนที่หลบหนีออกจากค่ายบังคับใช้แรงงานในกัมพูชา ภายใต้การปกครองของระบอบเขมรแดง และเขาไม่เคยได้พบหน้าพ่อแม่หรือน้องสาวอีกเลย 
 
                     ทั้งนี้ ภาพยนตร์เรื่อง "เดอะ มิสซิ่ง พิคเจอร์" ของเขา เป็นความพยายามบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวเขา ในช่วงชีวิตอันแสนสุขก่อนถูกบังคับใช้แรงงานในค่าย ในยุคแห่งความโหดร้ายของเขมรแดง ช่วงระหว่างปี 2518-2522 โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของกัมพูชาที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ที่จะมีการประกาศผลที่ลอส แองเจลิส ในวันที่ 2 มีนาคม 
 
                     โดยปานห์ บอกว่า นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขา ในฐานะผู้รอดชีวิต เราไม่มีทางลืมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา และคนที่ต้องเสียชีวิตไป ซึ่งเรื่อง "เดอะ มิสซิ่ง พิคเจอร์" มี 2 ความหมาย ด้านหนึ่งคือเรื่องจริงที่เรายังจดจำกันได้ และด้านหนึ่งเกี่ยวกับภาพที่เราไม่เคยเห็น 
                     
                     อีกทั้ง เขมรแดง ต้องการจะเปลี่ยนแปลงกัมพูชาไปสู่สังคมอุดมคติ เกณฑ์คนออกจากเมืองหลวงไปทำนารวม ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของคน 2 ล้านคน จากความหิวโหย ทำงานหนัก ถูกทรมานและถูกประหารชีวิต โดยปานห์ สูญเสียพ่อแม่ พี่น้อง และสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ รวม10 คน ในระหว่างตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือเขมรแดง เขาบอกว่า นับไม่ถ้วนเลย ทั้งลุง และป้า
 
                     อย่างไรก็ตาม ปานห์ บอกว่า เขาเสียใจที่ไม่ได้เจอพ่ออีก ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ เขาอาจได้พาพ่อไปเดินเล่นริมแม่น้ำ หรือรับประทานอาหาร แต่เขาไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ ซึ่งตอนที่ใกล้จะสิ้นสุดยุคเขมรแดง และกองทัพเวียดนามเริ่มบุกเข้ามา ปานห์ได้หันเหความสนใจจากผู้คุมและหนีรอดไปได้และข้ามมาหลบที่ค่ายพักพิงในประเทศไทย ก่อนจะเดินทางต่อไปที่กรุงปารีส และมีโอกาสได้ศึกษาด้านภาพยนตร์