สัปดาห์ก่อนได้แวะเวียนไปศูนย์การค้านครหลวง จรัลสนิทวงศ์ 29/1 ซึ่งอยู่ถัดจากซอยบุปผาสวรรค์ ที่อยู่ซอบจรัลฯ 27 ซึ่งในอดีตใครต่อใครก็รู้จักว่าเป็นชุมชนคนลูกทุ่ง ใครจะหาวงดนตรีอะไรก็จะต้องไปที่นั่น พระซึ่งจัดงานวัดก็จะเดินไปหาวงดนตรีเลือกหานักร้องได้เหมือนกับเดินไปช็อปปิ้งซื้อของก็ไม่ปาน
 
          ปัจจุบันซอยบุปผาสรรค์เปลี่ยนไปมาก สำนักงานวงดนตรีต่างๆ หายไปหมดเหลือเท่าที่ทราบเห็นอยู่เพียงสำนักงานของสำนักงานหางเครื่องมนต์ไพรอยู่เพียงเจ้าเดียวที่พอจะรับงานเป็นเรื่องเป็นราว
 
          ซอยที่ถือว่าเป็นตัวแทนของบุปผาสวรรค์คือซอยในศูนย์การค้านครหลวงที่ตอนนี้มีสำนักงานของเบิ้มละโว้เวทีไทตั้งอยู่ท้ายซอย

          สำนักงานนี้ยังคงรับงานวงดนตรีและนักร้องกันอยู่เหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปคือ โปสเตอร์วงดนตรีที่เคยติดอยู่ตามข้างฝาเปลี่ยนไปเป็นป้ายอิงค์เจ็ทขนาดใหญ่ที่มีรูปนักร้องรวมกันทุกค่ายทุกสังกัด
 
          นักร้องรุ่นกลางๆ และนักดนตรีในวงการยังคงแวะเวียนมาพูดคุยฝากผลงานเพลงกันไว้และฝากรับงานคอนเสิร์ตที่ตอนนี้งานการมีไม่มากกันนักเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
 
          นักร้องเก่าๆ ยุคศิษย์สุรพล เคยตอบคำถามที่ว่ายังร้องเพลงรับงานอยู่ไหม เขาตอบมาอย่างติดตลกว่ายังรับงานอยู่แต่ไม่มีคนจ้าง ฟังแล้วหัวเราะไม่ออกเลยจริงๆ

          ช่วงนี้ถือว่านักร้องลูกทุ่งรุ่นเก่าๆ ปรับตัวกันมากมาย ที่สำนักงานของเบิ้มละโว้มีการตั้งวงรำวงย้อนยุคขึ้นมากันหลายวง โดยเฉพาะหนุ่มนาเสียงเด็ดศรเพชร ศรสุพรรณที่กำลังกลับมาใหม่ในแนวรำวง บาง
วงก็ผสมนักร้องในรุ่นเดียวกันเข้าไป พอได้รับงานกันได้มากขึ้น
 
          การจ้างวงรำวงย้อนยุคจะแตกต่างจากวงดนตรีดังๆ คือถ้านำไปล้อมผ้าเก็บเงินจะไม่ค่อยได้เงินเพราะค่าตัวนักร้องดังๆ ของยุคนี้ค่าตัวว่ากันไปถึงแสนบาทต่อหนึ่งโชว์ 45 นาที
 
          แต่วงดนตรีแบบรำวงจะมีรายได้กลับคืนมาคือ ผู้หลักผู้ใหญ่เช่นกำนัน อบต.จะเหมารอบหรือสามารถขายบัตรให้คนขึ้นมารำวงบนเวทีอันจะเป็นรายได้ให้ผู้จัดงานได้สักจำนวนหนึ่ง
เวทีรำวงสมัยนี้ที่คนลูกทุ่งทำกันก็ไม่ใช่เล็กๆ แบบรำวงชาวบ้านเพราะเขาดัดแปลงมาจากวงดนตรีลูกทุ่งทำฟลอร์ยื่นออกมาหลายสิบเมตรเพื่อให้คนได้ขึ้นไปรำกัน
 
          ค่ารับงานก็เป็นหลักแสนบาทเหมือนกันเพราะระบบเสียงเวทีเขาไม่ด้อยไปกว่าวงดนตรีใหญ่ๆ ที่จริงแล้วก็วงเดียวกันนั่นแหละหางเครื่องหรือแดนเซอร์ก็มากลายเป็นนางรำยุคใหม่วัยรุ่น
 
          เด็กที่เกิดทันยุคผับเธคก็พลอยได้ขึ้นไปเต้นสนุกสนานกับเขาด้วย นับว่าเป็นมหรสพสามัคคีที่น่าสนับสนุนในยุคนี้
ปลายปีนี้ธุรกิจลูกทุ่งที่เป็นคนยุคเก่าหรือกลางๆ จะหันหัวเรืออกไปทางรำวงกันมากขึ้น นักร้องรุ่นใหม่ก็เล่นรับเชิญหรือเพลินกับธุรกิจดาวน์โหลดกันไป
คนที่
         
          เคยห่วงว่า เพลงลูกทุ่งเก่าๆ จะตายไป ต้องขอย้ำว่าพวกเขายังไม่ตาย ตราบใดที่คนไทยยังกินน้ำพริกกันอยู่ เพลงลูกทุ่งก็ยังอยู่คู่คนไทยนั่นแหละ