คืบหน้ากรณีองค์การค้าของสกสค.ประกาศเลิกจ้างพนักงานของรัฐและเจ้าหน้าที่จำนวน 961 ราย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 และอ้างขาดทุนมากว่า 15 ปี ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563  นั้นได้นำไปสู่การเรียกร้องขอความเป็นธรรมของลูกจ้างผ่านตัวแทนสหภาพแรงงานองค์การค้าคุรุสภาขอให้บอร์ดสกสค. ทบทวนมติเลิกจ้างดังกล่าวด่วน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฏาคม 2563 บอร์ดสกสค.ได้เรียกประชุมเป็นวาระพิเศษ โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.)  เป็นประธานในการประชุม พร้อมเปิดเผยผลการประชุมว่า  มติบอร์สกสค.ยันเลิกจ้างพนักงานของรัฐและเจ้าหน้าที่องค์การค้าของสกสค. จำนวน 961 คน และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 และจ่ายเงินจำนวน 100,000 บาท เข้าบัญชีที่รับเงินเดือน เพื่อเป็นการเยียวยาในเบื้องต้น ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2563 ให้กับทุกคนที่ถูกเลิกจ้าง

"ส่วนเงินชดเชยที่เหลือ  จะจ่ายตามกฏหมายแรงงาน ยึดตามอายุการทำงาน จะทำให้มีผู้ได้รับค่าตอบแทนต่ำสุดประมาณ 500,000 บาท ซึ่งต้องใช้เงินจำนวน 1,285 ล้านบาท จ่ายทั้งหมดครบทุกคนภายในวันที่ 31 กรกฏาคม 2563 ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดการจ้างงาน อีกทั้งการเลิกจ้างเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการแข่งขันทางธุรกิจในขณะนี้" ปลัดศธ. กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า  กระทรวงศึกษาธิการไม่ทอดทิ้ง และทุกอย่างจะยึดกฏหมายแรงงาน ในการดูแลและเยียวยาพนักงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่ถูกเลิกจ้าง และทำให้องค์การค้าฯมีหนี้เพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาทในทันที แต่หากไม่รีบแก้ไขอีกประมาณ 3-5 ปีองค์การค้าของสกสค.อาจมีหนี้เพิ่มถึง 10,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การค้าของสกสค.หลังเลิกจ้างพนักงานจองรัฐและเจ้าหน้าที่ แล้ว ขั้นตอนนับจากนี้ ผู้บริหารองค์การค้าฯชุดใหม่ต้องทำแผนฟื้นฟูองค์การค้าฯ เสนอบอร์ดสกสค. เพื่อขอความเห็นชอบ ภายในระยะเวลา 1 เดือน

และคาดว่าจะมีการปรับแก้ไขแผยฟื้นฟูองค์การค้าฯ ภายในอี 6 เดือน จากนั้นจะประเมินการทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ทุก 1 ปี 

แต่ในเบื้องต้นหลังเลิกจ้างทำให้องค์การค้าฯสกสค. เหลือพนักงานอยู่เพียง 74 คน และสิ้นเดือนตุลาคม 2563 นี้ จะมีเกษียณจำนวนมากถึง 55 คน ทำให้เหลือบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 20 คน  และภารกิจขององค์การค้าฯโฉมใหม่ต้องตอบโจทย์การศึกษายุค New  Normal