คมชัดลึกออนไลน์ 2 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
คิดโซน (ของ) วัยทีน

รับมือ"ไวรัสโคโรน่า"ระบาด เฝ้าระวัง-ชะลอจำนวนผู้ป่วย 

31 มกราคม 2563 - 15:15 น.
ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019,โคโรน่า,ไวรัส,หน้ากากอนามัย
คิดโซน (ของ) วัยทีน

Shares :
เปิดอ่าน 499 ครั้ง

รับมือ"ไวรัสโคโรน่า"ระบาด เฝ้าระวัง-ชะลอจำนวนผู้ป่วย  โดย...  ทีมคุณภาพชีวิต [email protected] -




          ไทยเตรียมพร้อมรับมือ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ด้วยการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทุกจังหวัด และขอความร่วมมือจากประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัย โดยคนที่ไม่ป่วยขอให้ใช้หน้ากากผ้าทำเองเพื่อป้องกันและลดขยะ ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยให้สวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยให้นำด้านที่เป็นสีเขียวออกข้างนอก ด้านสีขาวที่มีความอ่อนนุ่มไว้ข้างใน

 

 

          แนวปฏิบัติรับมือโรคระบาดที่นานาประเทศนำมาปฏิบัติคือการชะลอจุดพีคของการระบาดให้ได้นานที่สุด และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดถ้ามีการแพร่ระบาดในประเทศ เพราะการชะลอออกไปเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นต้องทำให้ได้เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์คนป่วยเต็มโรงพยาบาล นั่นหมายถึงว่า อุปกรณ์ ยารักษา และบุคลากรทางการแพทย์อาจจะไม่เพียงพอ ที่สำคัญต้องปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้ติดเชื้อด้วย

 

 

 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 


          ขณะเดียวกันองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้สำรองยาและเวชภัณฑ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ มีการเตรียมสำรองหน้ากากสำหรับดูแลประชาชนทั่วไป และหน้ากากสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก N95 ขณะนี้มีการสำรองไว้ประมาณ 5 แสนชิ้น ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องหน้ากากอนามัย เพราะจะมีเพียงพอแน่นอน เพราะนอกจากหน้ากากอนามัยแล้วก็ยังมีในส่วนของห้างร้านที่มีการนำมาจำหน่ายด้วย ส่วนพื้นที่ที่หน้ากากขาดแคลนคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าน่าจะกระจายไปได้ทั่วประเทศ


          วธ.เฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยว
          อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันมีแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 41 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ 10 แห่ง หอสมุดแห่งชาติ 12 แห่ง และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 11 แห่ง มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าชมแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.-ธ.ค.62) จำนวนกว่า 3 ล้านคน/รูป เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 8.30


          โดยได้สั่งการให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทำความสะอาดตามสถานที่ต่างๆ อย่างละเอียด ติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณประตูทางเข้า–ออก และตามจุดต่างๆ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาติดต่อราชการ สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันดังกล่าวในสถานที่จัดงาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นแหล่งชุมนุมคนจำนวนมากอีกด้วย

 

 




          มสด.ดูแลนศ.จีนและไทย
          รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต(มสด.) ได้ออกมาตรการเฝ้าระวังนักศึกษาจีนอย่างใกล้ชิด โดยอนุมัติให้เลื่อนเปิดเทอมเป็นวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ และหลังจากเดินทางกลับจากประเทศจีนมาแล้ว ต้องรายงานตัวต่อมหาวิทยาลัย ตรวจร่างกายและบันทึกประวัติ โดยขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ให้มาดำเนินการอย่างเคร่งครัด และจัดตารางสอนชดเชยให้แก่นักศึกษาจีนภายหลัง


          พร้อมทั้งบริการจัดเตรียมเจลล้างมือ เพื่อใช้ทำความสะอาดและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคประจำอาคาร และจุดต่างๆ ที่มีผู้สัญจร และเพิ่มการทำความสะอาดในห้องเรียน สำนักงาน ราวบันได ห้องน้ำ ลิฟท์โดยสาร ฯลฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อและใช้เครื่องอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังเลิกเรียน พร้อมทั้ง จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ไว้บริการที่ห้องพยาบาล

 

 

 


          นศ.มทร.ธัญบุรีกลับจากจีนแล้ว
          ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้นักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี จำนวน 13 คนที่เดินทางไปฝึกงานสหกิจศึกษา ที่เมืองกวางโจว และเสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา มีสภาพร่างกายและจิตใจที่ปกติ ไม่พบอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หลังจากกลับมานั้นได้ขอความร่วมมือให้อยู่ในที่พักอาศัย เพื่อรอสังเกตอาการ จึงจะเริ่มฝึกงานต่อในสถานประกอบการของประเทศไทย ส่วนนักศึกษาจีน จำนวน 3 คนที่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยได้ขอให้เลื่อนการเดินทางกลับไปอีก 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะทำการสอนเสริมให้แก่นักศึกษากลุ่มดังกล่าว


          นศ.อาชีวะ8คนอยู่ในอู่ฮั่น
          ณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ที่ไปฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพอยู่ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีการต่อเรืออู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย จำนวน 8 คน ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ตรวจวัดไข้วันละ 2 ครั้ง ห้ามออกจากห้องพักเว้นแต่จำเป็น และต้องมีอุปกรณ์ป้องกันในพื้นที่ระบาดของโรค


          “นักเรียน นักศึกษา ทั้ง 8 คน มีความประสงค์จะกลับประเทศไทย  มีกำหนดเดินทางกลับวันในที่ 20 กรกฎาคม 2563 ซึ่งจากการวิดีโอคอล พูดคุยกับนักศึกษา นายธนวัฒน์ บุญต่อ หนึ่งในนักศึกษา ฝากบอกว่าคิดถึงแม่มาก และทุกคนยกมือบอกว่าอยากกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอการประกาศจากรัฐบาลจีนในเรื่องของการเดินทาง”  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าว


          ส่วนที่ Chongqing Business Vocational College เมืองฉงชิ่ง มี 28 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มกราคม และในวันที่ 31 มกราคม นักศึกษาจาก Xingtai Polytechnic College มณฑลเหอเป่ย จำนวน 28 คน และ Hunan Technical College of Railway High-Speed มณฑลหูหนาน จำนวน 34 คน จะเดินทางมาถึงไทยเช่นกัน  
   

          ผู้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ให้หยุดพักการเรียนและพักปฏิบัติงานได้จำนวน 14 วัน โดยไม่ถือเป็นการขาดเรียน และไม่เป็นวันลา และให้สถาบันการศึกษาในสังกัดเฝ้าระวังการระบาดอย่างเข้มข้น 

 

 

 

 

          สร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโคโรน่า 

          โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมุนไพรอภัยภูเบศร” ถึงไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ว่า ไวรัสอู่ฮั่น คือไวรัส กลุ่มโคโรน่าไวรัส สายพันธุ์ใหม่ ใช้ชื่อว่า 2019 novel coronavirus (2019-nCoV) พบการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เริ่มต้นมีรายงานครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2019 ทำให้เกิดการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ ลักษณะอาการที่พบบ่อย คือ ไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หอบเหนื่อย หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน


          ปัจจุบันไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียารักษา การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ CDC หรือหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control) แนะนำหนทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ โดยมีวิธีแนะนำ เช่น ล้างมือบ่อยๆ นานอย่างน้อย 20 วินาที ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการนำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น

 

 

 


          โดยเฉพาะหากยังไม่ได้ล้างมือหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ไม่ออกไปในสถานที่ที่คนแออัด ในที่ชุมชนควรสวมหน้ากากอนามัย หากไอหรือจาม ต้องหาผ้าหรือทิชชูปิด และทิ้งถังขยะให้เป็นสัดส่วนทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณที่อยู่อาศัย หรือพื้นผิวที่ต้องสัมผัสในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

          นอกจากนี้ได้แนะนำให้ดูแลภูมิคุ้มกันด้วยฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นใน 3 ด้าน คือ 1.กระตุ้นภูมิคุ้มกัน 2.ต้านการอักเสบ 3.ต้านไวรัส โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เปรียบเสมือนทหารในร่างกายที่คอยปกป้องข้าศึกจากการติดเชื้อ ช่วยลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส สำหรับขนาดยาในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 12 ปี ใช้สำหรับป้องกันหวัด ใช้ขนาดต่ำ ฟ้าทะลายโจรวันละ 1 เม็ด 5 วันต่อสัปดาห์ x 3 เดือน ลดอัตราการเป็นหวัดได้ 33%

 

 

 


          ส่วนในงานวิจัยใช้ความแรงของสารสำคัญ andrographolide 11.2 มิลลิกรัมต่อวัน 1 แคปซูล มีปริมาณสารสำคัญดังกล่าวประมาณ 24 มิลลิกรัม เพื่อรักษาหวัด ใช้ฟ้าทะลายโจรครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ใช้ไม่เกิน 14 วัน และสามารถหยุดยาได้เลยทันทีเมื่ออาการดีขึ้น โดยไม่มีผลทำให้ดื้อยา หากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

 

          ข้อควรปฏิบัติ -หารูปประกอบให้่ด้วย 
          ประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็กก่อนแชร์” ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
          • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นและเมืองที่มีการระบาดตามคำประกาศของทางการจีน
          • ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม แนะนำควรสวมหน้ากากอนามัย


          • หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี

 

 

 

 


          • หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด


          • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ


          • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
          • หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอมีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้


          • หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 
          หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/intro.php

และ [email protected]/เพจเฟซบุ๊ก : รู้กันทันโรค เพจเฟซบุ๊ก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข


 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ