royal coronation
9 ธันวาคม 2562
คิดโซน (ของ) วัยทีน

ครูตาบอดสอน"อังกฤษ"บทพิสูจน์"ทำได้และเท่าเทียม"

22 มกราคม 2562 - 13:01 น.
ครูตาบอดสอนอังกฤษ,ครูไอซ์,ดำเกิง มุ่งธัญญา,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
Shares :
เปิดอ่าน 2,411 ครั้ง

โดย...  หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ [email protected]    


 


          เช้าๆ ถ้าใครเดินทางผ่านไปที่สถานีรถไฟฟ้าตากสิน จะเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีวัยเริ่มต้นทำงานคนหนึ่ง เดินถือไม้เท้า แต่งตัวเรียบร้อย ค่อยๆ เดินลงจากสถานีพร้อมกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง พากันข้ามถนนและเดินเข้าซอยโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เป็นประจำทุกวัน เขาก็คือ “ครูไอซ์” ดำเกิง มุ่งธัญญา ครูหนุ่มตาบอดที่สอนภาษาอังกฤษ ในไวรัลซึ่งเผยแพร่ในโลกโซเชียลช่วงวันครู 16 มกรา ที่เรียกน้ำตาจากผู้เข้าชมได้เกือบทุกคนที่กดเข้าไปดู

 

 

 

 

          ปีนี้ครูไอซ์อายุ 26 ปี เรียนจบคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง มีความมุ่งมั่นอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นมาตั้งแต่เกิด ท่ามกลางความไม่มั่นใจของผู้ปกครอง นักเรียนและเพื่อนครู ว่าจะสอนได้หรือไม่ ในวันที่เขาสอบครูผู้ช่วยได้ที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ทว่าถึงวันนี้ผ่านไป 2 ปีแล้วนักเรียนที่เรียนกับครูไอซ์ได้คะแนนดีและเร็วๆ นี้ เขาจะได้เลื่อนเป็นครู คศ.1 

 

 

 

 

          ‘สำเนียงดีนะ’ คือคำที่ครูชม เมื่อครั้งที่เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ทำให้ครูไอซ์ชอบภาษาอังกฤษ และอยากจะเรียนให้เก่งๆ ตอกย้ำมากขึ้นว่า “ภาษาอังกฤษ” คือทางของเขายิ่งขึ้นเมื่อได้ทุนเรียนหลักสูตร Intensive English ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล จนเรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจทำให้ “ครูไอซ์” ชอบภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่อธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่รุ่นน้องถามได้เข้าใจ จนอยากเป็นครูในเวลาต่อมา    





          ครูไอซ์ เกิดในครอบครัว “ทหาร” น้องชาย 1 คนของเขามองเห็นแสงอาทิตย์ตอนเช้าและพระจันทร์ยามค่ำ แต่เขาคลอดก่อนกำหนดต้องเข้าเตาอบ จึงต้องอยู่ในโลกมืดมาตั้งแต่เกิด  แต่หาได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของเขาไม่ จากศาลายาบ้านเกิดมาเรียนที่ อนุบาลละอออุทิศ ต่อชั้นประถมที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ด้วยผลการเรียนที่ดีมาโดยตลอด กระทั่งเป็น 1 ใน 2 โควตาคนบกพร่องทางสายตาของโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ที่ให้เป็นประจำทุกปี และแอดมิชชั่นเรียนต่อ เอกภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ จบหลักสูตร 5 ปี เมื่อปี 2559

 

 

 


          คนเราทุกคนมีความฝันและการทำตามฝันได้คือสิ่งที่มีความสุขที่สุด และมักจะทำได้ดี ครูไอซ์ ก็เช่นกัน เขาชอบภาษาอังกฤษ อยากเป็นครู เคยฝึกสอนที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย แม้ว่าหลังเรียนจบเขาไปทำงานที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทว่าเหมือนโชคเข้าข้าง เดือนกันยายนปีที่เรียนจบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2  เปิดสอบครูผู้ช่วยเอกภาษาอังกฤษ 56 ตำแหน่ง ช่วงนั้นมีครูโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยเกษียณ 1 ตำแหน่งพอดี ครูไอซ์ สอบได้ที่ 4 จึงเลือกเป็นครูผู้ช่วยที่โรงเรียนที่เคยฝึกสอน และมีโอกาสทำตามความฝันของตัวเอง


          ทว่าการสอนนักเรียนชั้น ม.1-ม.6 เกือบ 300 คนที่มีความแตกต่างกัน เป็นการบ้านที่ “หนัก” เอาการสำหรับคนที่บกพร่องทางการมองเห็น ท่ามกลางความไม่มั่นใจของผู้เรียนและเพื่อนร่วมอาชีพ ทำให้ “ครูไอซ์” ต้องคิดแผนการสอนตลอดเวลาว่า “จะสอนอย่างไรให้เด็กอยากเรียน” ทำให้นักเรียนสนุก เข้าใจ ไม่เบื่อ และสอบได้คะแนนดี    

 

 

 

 


          คนที่มองไม่เห็นสอนหนังสือได้อย่างไร หลายคนคงมีคำถาม ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ยิ่งอยากรู้ว่าทำได้อย่างไร  ครูไอซ์ เล่าว่า เขาจะสอนวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ใกล้ตัว เริ่มจากการฟัง การอ่านอะไรง่ายๆ หรือสิ่งของใกล้ตัว หาศัพท์มาติดโพสอิทไว้ ทำให้เกิดความเคยชิน ฝึกทำทุกวันเรื่อยๆ เน้นให้พูดออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน


          ที่สำคัญก่อนลงมือสอนทุกครั้ง จะต้องคิดแผนการสอนมาก่อน และหาสื่อใหม่ๆ มาประกอบการสอนภาษาอังกฤษ โดยให้นักเรียนส่งงานมาทางเฟซบุ๊ก หรืออีเมล จากนั้นจะใช้คอมพิวเตอร์ตรวจงานเพราะมีเสียงอ่าน สำหรับคนที่ไม่มีมือถือจะให้เขียนแล้วมาอ่านให้ฟัง วิธีนี้จะทำให้ “ครูไอซ์” รู้จักเด็กเป็นรายบุคคลมากขึ้น
ข้อไหนที่ทำผิด จะให้นักเรียนเอาไปแก้เพื่อให้ได้เรียนรู้ และเพิ่มคะแนนให้จริงๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เป็นคนขยัน และรับผิดชอบ ซึ่งพบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความรับผิดชอบส่งงานตรงตามเวลา บางครั้งนักเรียนเจอโจทย์ข้างนอกจะเอามาถาม ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จะมีความกระตือรือร้น สนใจในการเรียนรู้
“คิดตลอดเลยว่าจะสอนอย่างไรให้เด็กเขาอยากเรียน เน้นการใช้เพาเวอร์พอยท์เพื่อไว้นำเสนอเนื้อหา คิดว่าทำอย่างไรที่จะกดคีย์บอร์ดแล้วมีภาพวิดีโอแทรกเข้าไป หรือทำอย่างไรให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม หรือใช้บอร์ดเกมมาสอน แต่ต้องดูจำนวนเด็กในห้องด้วยให้เขามีส่วนร่วมได้อย่างไร และหาความรู้อื่ืนๆ เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาเพื่อนำมาประกอบแผนการสอนให้น่าสนใจ"

 

 

 

 


          การมองไม่เห็นทำให้มีอุปสรรคในการสอน นักเรียนบางคนไม่มีความมั่นใจที่จะเรียนกับครูที่ใช้อักษรเบรลล์ หรือเพิื่อนครู ผู้ปกครองบางคนไม่เชื่อว่าจะสอนให้นักเรียนเข้าใจได้ แต่ด้วยความที่หัวหน้าหมวดภาษาอังกฤษให้โอกาส หลังจากสอนไปแล้ว นักเรียนที่เคยไม่ชอบภาษาอังกฤษ ได้คะแนนไม่ดี มาเรียนกับครูไอซ์ กลับเปลี่ยนมาชอบภาษาอังกฤษมากขึ้น และพยายามเรียนจนทำคะแนนได้ดี


          “แค่ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ เด็กเขาเห็นก็เอาเป็นแบบอย่าง” การทุ่มเทในการทำหน้าที่ของครู ทั้งๆ ที่บกพร่องทางสายตา สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนแห่งนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ นักเรียนบางคนไปเรียนต่อทางสายครู ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขาไม่เคยคิดอยากเป็นครู และไม่เคยเรียนกับครูไอซ์ ยิ่งทำให้เขามีความสุข

 

 

 

 

 

          ทุกวันนี้ เขาอยู่คอนโดย่านบางหว้า ห่างจากโรงเรียน 6 สถานี ทุกๆ วัน ครูไอซ์จะใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส พอมาถึงสถานีหน้าโรงเรียน จะมีนักเรียนมารับ และเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกันเป็นประจำ ในวันที่นักเรียนติดธุระ เขาจะใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตอนทำแฟ้มครูผู้ช่วยช่วงปิดเทอม จะมีนักเรียนมาช่วยอ่านเอกสารที่ต้องกรอก ยิ่งเป็นกำลังใจทำให้ครูไอซ์อยากสอนหนังสือต่อไป


          หลังจากเรื่องราวของเขาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เป็นกำลังใจให้แก่ผู้พิการทางสายตาอีกด้วย ทั้งๆ ที่ “ครูไอซ์” บอกว่าเป็นสิ่งที่เขาทำเป็นธรรมดาทุกวัน แต่กลับทำให้คนมีกำลังใจได้ เหมือนเป็นเครื่องเตือนตัวเองว่าต้องทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ที่เขาเป็นคนแบบนี้ เพราะได้แบบอย่างที่ดีจากรุ่นพี่สมัยเรียนคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ คอยแนะนำให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งอาจารย์ที่เอาใจใส่ พยายามหาวิธีให้ได้เรียนรู้ จากประสบการณ์ทำให้เห็นว่าอาชีพครู ไม่ใช่แค่สอน แต่จะต้องมีความใส่ใจนักเรียน ต้องทุ่มเทให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ดีให้ได้มากที่สุด   

 

 

 

 


          ล่าสุด “ครูไอซ์” ได้รับรางวัล “คนดีศรีสพฐ.” เมื่อวันครู 16 มกราคม เขามีเป้าหมายต่อไปว่า “อยากจะลองหาทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโท เพื่อพัฒนาความสามารถตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะได้มีเทคนิคใหม่ๆ มาพัฒนานักเรียน และอยากฝากถึงคนพิการทุกคน อย่าเอาจุดที่คนเขามองว่าทำไม่ได้มาทำร้ายตัวเอง แต่ต้องพยายามทำตามความฝันที่หวังไว้ ทำทุกวัน พัฒนาตัวเองไปทุกวัน แล้ววันหนึ่งความฝันนั้นจะเป็นจริง"
 
 

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ