รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี กล่าวถึงกรณีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 1111/393 เรื่องข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการเพิ่มเติม โดยให้ศึกษาในประเด็นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนวัยเรียน/ประถม/มัธยม ให้ได้คนที่มีศักยภาพ ตรงความต้องการของประเทศอย่างไร ผู้ที่เข้าอุดมศึกษา/สาขาที่ต้องการได้อย่างไร/ส่วนหนึ่งไปอาชีวะ ได้ปริญญาอย่างไร เพื่อสร้างความชัดเจนให้สังคม ประชาชน/ผู้ปกครองสนใจ     รวมถึงกรณีการสนับสนุนงบประมาณให้อุดมศึกษา ให้ควบคุมสาขาที่ไม่มีงานทำ/ไม่ตรงความต้องการ การลดเงินอุดหนุนหรือไม่ให้ เช่น จีน ทำเหตุผล จบมาไม่มีงานทำ แต่ต้องใช้หนี้ กยศ./ปัญหาต่อเนื่อง ว่าคำสั่งดังกล่าว เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการให้มหาวิทยาลัยปรับตัว ในการปรับปรุงและปรับหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับกับความต้องการของประเทศ

     แต่ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณก็ต้องดูบริบทของมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่ม เพราะมหาวิทยาลัยมีความถนัด และเชี่ยวชาญแตกต่างกัน อย่าง กลุ่มมทร.มีการรีโปรไฟล์มหาวิทยาลัยใหม่   โดยเน้นผลิตบัณฑิตเฉพาะทางรองรับในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ  ระบบราง ท่าอากาศยาน หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม โลจิสติก ไบโอเทคโน และพลังงาน เป็นตัน

     ดังนั้น การที่รัฐบาลจะมีนโยบายให้ลดเงินอุดหนุน หรือไม่ให้ในสาขา หลักสูตรที่ไม่มีงานทำ ไม่ต้องการนั้นจะทำให้มหาวิทยาลัยปรับตัว แต่ต้องทบทวนการจัดสรรงบประมาณแก่มหาวิทยาลัย ต่างๆ ซึ่งรัฐบาลจะให้งบประมาณเพียง 3-7%  และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในเรื่องเงินเดือนอาจารย์ แต่ในส่วนของการพัฒนาหลักสูตร สวัสดิการ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในหลักสูตรใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ประเทศ

      อีกทั้ง ต้องมีการกำหนดชัดเจนว่าหลักสูตร หรือการพัฒนาคนว่าจะไปในทิศทางไหน อย่างไร และมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่ม ต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การพัฒนาบัณฑิต มีคุณภาพ รองรับกับการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

       รวมถึงสาขาที่ไม่มีงานทำ สถานประกอบการ อุตสาหกรรมไม่ต้องการ ก็ต้องมีข้อมูลชัดเจนให้แก่มหาวิทยาลัย เนื่องจากขณะนี้ มหาวิทยาลัยมีข้อมูลนี้จากการศึกษาต่างคนต่างทำ

      ด้าน รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่ดีแต่ควรจะมีการศึกษาและพิจารณาถึงแนวทางในการอุดหนุน ลด หรือจะไม่ให้งบประมาณ เพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็ได้รับงบประมาณอย่างจำกัด และงบประมาณที่ได้ก็ไม่เพียงพอ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องหาแนวทางในการหางบประมาณด้านอื่นๆ        ขณะนี้ เชื่อว่า มหาวิทยาลัยทุกกลุ่ม กำลังปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาหลักสูตร เพื่อผลิตบัณฑิต ที่ตอบโจทย์กับความต้องการกำลังของประเทศ เพราะทุกแห่งต่างรู้ว่า หากไม่ปรับตัวก็จะอยู่ไม่ได้

      นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยเองก็มีการสำรวจหลักสูตรต่างๆ ที่เป็นแนวโน้มของโลกอนาคต  และหลักสูตรไหนที่ไม่ต้องการก็จะปิดตัวลง หรือยุบรวมกับหลักสูตรอื่นๆ เพื่อผลิตบัณฑิตออกสู่ตลาดแรงงาน มีงานทำ ไม่ตกงาน

       โดยไม่กระทบต่อผู้เรียนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การจะปรับลดเงินอุดหนุน หรือไม่ให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องพิจารณาอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร
       ก่อนหน้านี้ ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ  กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะต้องมีการทบทวนหลักสูตรซี่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การใช้งบประมาณของแต่ละหน่วยงานจะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ และยกตัวอย่างว่า การที่มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตออกมาแล้วตกงาน ถือเป็นความสูญเสียของประเทศ

      ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องทบทวนหลักสูตร ถ้าหลักสูตรใดไม่มีคนเรียน หรือมีคนเรียนแค่ 5 คน หรือ 10 คน ให้ปิดได้ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ตนจะพูดคุยกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอบเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง