ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC ผู้นำธุรกิจให้บริการการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรระดับภูมิภาค เปิดเผยว่า  ผลประกอบการงวดปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 59.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.21 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 28.38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562  ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดของกำไรสุทธิ(นิวไฮ)

โดยบริษัทมีรายได้รวมจากการให้บริการในปี 2563 จำนวน 1,352.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.04 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 โดยรายได้หลักมาจากการให้บริการขนส่งทางเรือ 892.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 147.74 ล้านบาท หรือ 19.80%  รายได้จากบริการขนส่งทางบก 363.53 ล้านบาท เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า  30.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.02% รายได้จากบริการขนส่งทางอากาศ 85.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 31.63 ล้านบาท หรือ 58.45% 

สาเหตุที่บริษัทฯมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการได้รับความไว้วางใจจากฐานลูกค้าเดิมและจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้บริการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งทางทะเล 66 % ทางบก 27% และทางอากาศ 6%

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/63 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 28.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 141.07%  เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ที่มีกำไรสุทธิ 11.97 ล้านบาท

“ผลประกอบการของ SONIC ทั้งงวดปี 2563 และ ไตรมาส 4/2563 ถือว่าทำสถิตินิวไฮซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปริมาณความต้องการตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่บริษัทฯก็ยังได้รับความไว้วางใจจากฐานลูกค้าเดิมและจากการขยายฐานลูกค้าใหม่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น” ดร.สันติสุขกล่าว

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2563 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท รวมเป็นเงิน 30.25 ล้านบาท กำหนด โดยให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อปรากฎ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในเดือน พฤษภาคม 2564

ขณะเดียวกันคณะกรรมการบริษัทยังมีมติการอนุมัติให้การออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญหรือวอร์แรนต์( Warrant) ฟรีให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยวอร์แรนต์ ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อปรากฏ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2564 ทั้งนี้วอร์แรนต์ดังกล่าวมีอายุ 2 ปี  ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ หุ้นละ 1 บาท อย่างไรก็ตามบริษัทจะต้องเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติอนุมัติการออกวอร์แรนต์ต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทได้เตรียมวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อรถหัวลากให้กับพันธมิตร ภายใต้โมเดลโลจิสซิ่ง(โลจิสติกส์+ลิสซิ่ง) ซึ่งโมเดลดังกล่าวนอกจากจะทำให้บริษัทมีรายได้จากอัตราดอกเบี้ยการปล่อยสินเชื่อแล้ว ยังจะช่วยต่อยอดการดำเนินงานหลักของกลุ่ม SONIC ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งเพราะลูกค้าที่มาขอสินเชื่อรถหัวลากก็จะถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทจะมีงานขนส่งสินค้ารองรับให้กับลูกค้าที่มาขอสินเชื่อควบคู่ไปด้วย