เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.62  คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะฯ นำโดยนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ประธานคณะกรรมาธิการ นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ นายร่มไทร ทิพยเสวก ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่องค์การบริหารส่วน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

        จากนั้นลงพื้นที่ตรวจการก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม บลูเทคซิตี้ หลังได้รับข้อร้องเรียนว่า มีปัญหาเกี่ยวกับการเช่าช่วงที่ดินต่อจากผู้เช่า ซึ่งเจ้าของที่ดินและผู้ซื้อไม่รับทราบเรื่องดังกล่าว พบส่งผลกระทบกับชาวบ้านเพียงบางกลุ่มในพื้นที่    

 

ชาวบ้านโร่ร้องกมธ.อุตสาหกรรมถูกนายหน้าเช่าช่วงฉ้อโกง

         


            นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อประชุมหารือร่วมกับตัวแทนผู้ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม บลูเทคซิตี้ พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการนิคมฯ หารือ และเยียวยากับผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย โดยผู้เดือดร้อนต้องเป็นผู้ที่เดือดร้อนจากการก่อสร้างนิคมฯ จริงๆ ไม่ใช่เป็นบุคคลนอกพื้นที่ที่มาแอบอ้างหรือบุคคลที่ได้รับค่าเยียวยาไปแล้ว แต่ยังมาเรียกร้องเพิ่มเติมอีก

               จากนั้นคณะฯ ได้ลงตรวจพื้นที่ตามบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 5 หลังคาเรือน พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ โดยทุกฝ่ายเร่งช่วยกันหาทางออกเพื่อเดินหน้าสร้างพื้นที่เศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับคนในพื้นที่ รวมถึงคณะฯยังแนะนำให้ผู้ประกอบการนิคมฯ รองรับอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ต้องมีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)เป็นการศึกษา เพื่อคาดการณ์ผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบ จากการพัฒนาโครงการ ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.)ที่มีความคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์


                 ระหว่างการลงพื้นที่ของคณะฯ ได้มี นายวิฑูรย์ บุญอุย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 ม.9 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยภรรยาและบุตรวัย 2 ขวบ เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยแก้ปัญหา กรณีถูกนายหน้าเช่าช่วงที่ดินฉ้อโกง ต่อนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 พรรคอนาคตใหม่ ระหว่างการลงดูพื้นที่จริง ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่เกิดปัญหาและยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการคณะนี้ด้วย รวมถึงเป็นผู้มีส่วนในการขับเคลื่อนให้แกนนำกลุ่มบุคคลจำนวนกว่า 30 คน ร่วมลงลายมือชื่อต่อต้าน ยื่นหนังสือคัดค้านร้องเรียน ขอให้ทางคณะกรรมาธิการเข้ามาตรวจสอบการสร้างนิคมอุตสาหกรรม บลูเทคซิตี้ ต.เขาดิน แต่ปัดความช่วยเหลือไม่ยอมช่วยเจรจาบอกเป็นเรื่องส่วนตัว 
              ซึ่งตนได้นำเอกสารไปขอความช่วยเหลือจาก นายจิรัฏฐ์ ให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยร้องขอให้ นางวันดี บัวพรม อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 ม.7 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แกนนำต่อต้าน “อีอีซี” ที่ถูกศาลแพ่งฉะเชิงเทราสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนเงินค่าเช่าที่ดินและค่าเสียประโยชน์เป็นจำนวน 1 ใน 3 ของมูลค่าทุนทรัพย์ประมาณ 2,041,736 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด นับตั้งแต่วันฟ้องคดีเมื่อวันที่ 5 ก.พ.62 ตามคดีดำหมายเลข พ.86/2562 ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.62 ภายใน 30 วัน แต่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ ทางฝ่ายของจำเลยยังไม่มีการชดใช้เงินคืนใดๆ แก่ตน ทั้งยังเพิกเฉยไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายใน 30 วัน และไม่มีการอุทธรณ์คดีอีกด้วย

ชาวบ้านโร่ร้องกมธ.อุตสาหกรรมถูกนายหน้าเช่าช่วงฉ้อโกง
                  นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ตนจึงเดินทางเพื่อเข้ามายื่นหนังสือต่อ ส.ส.คนดังกล่าว ซึ่งทราบว่ามีส่วนในการขับเคลื่อนให้แกนนำกลุ่มต่อต้านดังกล่าวนี้ ไปยื่นหนังสือคัดค้านการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ ต.เขาดิน แต่กลับถูกปฏิเสธที่จะรับหนังสือร้องเรียนจากตนไว้ โดยอ้างว่าเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว ทั้งที่เป็นความเดือดร้อนของตนที่เกิดขึ้นจากการ “ผิดสัญญา และละเมิด” ในพื้นที่แปลงดังกล่าว ที่กำลังจะถูกนำมาใช้ในการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี​ พรรคเพื่อ​ไทย​ ประธานกรรมาธิการสภา ฝ่ายอุตสาหกรรม จึงมารับเรื่องนี้ด้วยตนเองทั้งที่เป็น ส.ส.จากพื้นที่อื่น แต่กลับเห็นถึงความสำคัญจากปัญหาความเดือดร้อนของตน 
                ขณะเดียวกัน นายประทวน สุทธิอำนวยเดช รองประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม คนที่ 2 ซึ่งนำคณะลงมาดูในแปลงพื้นที่จริง กล่าวว่า การลงพื้นที่ประเด็นแรกคือ ได้ข้อเท็จจริงของพื้นที่ และได้รู้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำอะไรไปแล้วบ้าง ในเรื่องที่มีการไปร้องเรียนที่กรรมาธิการอุตสาหกรรม และได้เข้ามาพบกับประชาชนส่วนหนึ่ง ที่มีปัญหาเรื่องที่ทางบริษัทได้ซื้อที่ดินของเจ้าของที่เดิม ซึ่งเป็นคนอยู่อาศัยใหม่ที่ได้รับความเดือดร้อนในฐานะกรรมาธิการได้รับเรื่องเบื้องต้น แต่ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก จึงจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากส่วนราชการในพื้นที่ และกรรมาธิการที่มาทั้งหมด เพื่อสรุปประเด็นตอบข้อร้องเรียนทั้งหมดที่มีคนไปร้องเรียนที่กรรมาธิการ ที่สภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เข้าไปร้องเรียนทั้งหมด ว่าเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่และเป็นผู้เดือดร้อนจริงหรือไม่ 

   

 

    "อันนี้จะเป็นข้อพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งท้องถิ่น ทั้งนายอำเภอ ทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กฎหมายทุกตัว จะต้องเอามาดูว่าช่องไหนที่คนร้องเรียนแล้ว ทางผู้ประกอบการกระทำผิดหรือทำไม่ถูกต้องจะได้สรุปเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย ตามระเบียบต่อไป แต่การลงพื้นที่และเห็นด้วยตาแล้วนั้น พบว่า มีคนในพื้นที่เดือดร้อนตามคำร้องเรียนอยู่บ้างแต่ประปราย ในส่วนของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงทางด้านชนแดนทั้งหมด ทางด้านตะวันออก ทิศใต้ และติดชายแม่น้ำบางปะกง ยังมีชาวบ้านอยู่ประปราย แต่เราจะไม่ละเว้นว่าจะจำนวนมากหรือจำนวนน้อย เราต้องให้ความเป็นธรรม โดยจะเข้าไปดูให้หมดทุกพื้นที่" นายประทวน กล่าว