royal coronation
12 ธันวาคม 2562
เศรษฐกิจ

Thales ร่วมแสดงศักยภาพในงาน Defense & Security 2019

21 พฤศจิกายน 2562 - 18:00 น.
Thales,งาน Defense  Security 2019
Shares :
เปิดอ่าน 178 ครั้ง

Thales ร่วมแสดงศักยภาพในงาน Defense & Security 2019 พร้อมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์กองทัพเรือไทยในการขยายขีดความสามารถทางด้านความมั่นคงหลายโครงการ

 

 

Thales บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่โครงการแรกที่ได้ทำสัญญากับกองทัพเรือในการซื้อขายเรดาร์ชุดแรกให้กับเรือฟริเกตชุด ร.ล.ตาปี จากนั้นมาก็เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นเหนือน้ำและใต้น้ำทุกรูปแบบให้กับกองทัพเรือไทยมาโดยตลอด อาทิ การปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้กับกองเรือยุทธการ การติดตั้งเรดาร์ โซนาร์ ระบบควบคุมอัคคีภัย ระบบสั่งการและควบคุม ฯลฯ โดยในปีนี้ Thales มอบของขวัญในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์กับกองทัพเรือไทยด้วยการส่งมอบสองโครงการสำคัญได้ตามกำหนดเวลา

โครงการแรกคือการส่งมอบเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดจำนวนสองลำให้แก่กองทัพเรือ ร.ล. บางระจันและ ร.ล.หนองสาหร่ายเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา โดย Thales เป็นผู้รับเหมาหลักในการอัพเกรดประสิทธิภาพของเรือที่สร้างขึ้นในยุค 80 ด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการใต้น้ำครบชุด รวมถึงการซ่อมแซม การจัดหาอุปกรณ์ และการบูรณาการแพลตฟอร์มต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบใหม่ๆ อาทิ ระบบควบคุมเครื่องจักร ระบบนำร่อง ระบบการสื่อสารที่อัพเกรดใหม่ ระบบโซนาร์ และระบบควบคุมและบัญชาการ (C2) ซึ่งจะช่วยให้การล่าทำลายทุ่นระเบิดมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ และน่านน้ำอาณาเขตของประเทศไทย การอัพเกรดเรือชุด ร.ล.บางระจัน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเรือได้นานขึ้นกว่า 15 ปี

และในเดือนกันยายนปีนี้ก็ได้ส่งมอบโครงการที่สองซึ่งThales ได้ติดตั้งระบบบัญชาการและเฝ้าระวังบนเรือตรวจการณ์นอกชายฝั่ง ชุด ร.ล.กระบี่ ลำที่ 2 ของกองทัพเรือ โดยมีระบบอำนวยการรบ TACTICOS ที่เป็นหัวใจสำคัญ เรือชุดนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการควบคุมชายแดนทางทะเล และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้านการปกป้องทรัพยากรทางทะเลของกองทัพเรือไทย

 

 

ปัจจุบัน 80% ของเรือในกองเรือยุทธการไทยมีระบบของ Thales ติดตั้งใช้งานอยู่บนเรือ และบริษัทฯ ได้ให้การฝึกอบรมและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์แบบบูรณาการ (ILS) แก่กองทัพเรือ เพื่อให้แน่ใจว่าทีมงานในประเทศไทยมีทักษะที่จำเป็นเพียงพอที่จะปฏิบัติการได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ภายในงาน Defense & Security 2019 สถาบันเทคโนโลยีการป้องกันประเทศของไทย (สทป.) ยังได้จัดแสดงโชว์รถยานเกราะ (APC) ที่ได้รับการอัพเกรดด้วยระบบ C5I ของ Thales (การทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การสั่งการ การควบคุม การสื่อสาร และข้อมูลการรบ) โดย Thales ได้ส่งมอบให้กับ สทป เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางด้านระบบดิจิทัลของกองทัพไทยอีกด้วย ซึ่ง Thales เพิ่มสมรรถนะให้กับยานเกราะคันแรกนี้ด้วยการติดตั้งระบบสื่อสารทางวิทยุแบบดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งระบบการบริหารขีดความสามารถของยานเกราะและอำนวยการรบ ตลอดจนวิทยุ VHF สำหรับการรบเบ็ดเสร็จ ระบบอำนวยการรบ (Battle Management System - BMS) สำหรับการควบคุมและบัญชาการตามยุทธวิธี

ระบบ C5I ช่วยให้รถยานเกราะสามารถทำงานด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์ (vetronics) แบบเต็มรูปแบบ รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการบูรณาการระบบใหม่ที่ใช้ในยานเกราะได้แก่ ระบบเซ็นเซอร์ ระบบเตือนภัย ระบบป้องกันตนเอง และระบบวินิจฉัยตัวยานเกราะเอง ซึ่งความสามารถเหล่านี้จะยกระดับการปฏิบัติการในสนามรบด้วยระบบดิจิทัลของกองทัพบกขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้การวางแผนรายละเอียดการบัญชาการ การกระจายข้อมูลทางยุทธวิธี และการสื่อสารด้วยภาพและเสียง สามารถทำได้ผ่านระบบที่บูรณาการเพียงระบบเดียว และนับเป็นโครงการแรกที่ส่งมอบให้กับ สทป. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลง (MoA) ที่ลงนามระหว่าง สทป. บริษัท ดาต้าเกท และ Thales ในปี 2561

“Thales สนับสนุนความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลไทยในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัล รวมถึงการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ปีนี้เป็นปีที่เราต้องจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งในความสำเร็จที่เราได้ส่งมอบโครงการสำคัญให้กับกองทัพเรือไทย และ สทป และอีกหลายโครงการสำคัญที่เกิดขึ้นในปีนี้” กล่าวโดย นายมาสสิโม มารินซี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท Thales

 

 

Thales ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีโซลูชั่นระดับชั้นนำที่เหมาะกับธุรกิจอื่นอีกมากมาย เช่น ในธุรกิจการบินซึ่ง Thales เป็นผู้จัดหาระบบจัดการจราจรทางอากาศให้กับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยจำกัด หรือในด้านการคมนาคม Thales ก็เป็นให้บริการระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA) สำหรับรถไฟสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และโซลูชั่นระบบบัตรโดยสารร่วมกันของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดิน และโครงการล่าสุดกับการเป็นผู้จัดทำ ePassport จำนวน 15 ล้านเล่มให้กับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับกลุ่ม DMG ที่มีเจมัลโต้เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ร่วมทำสัญญา

มาสสิโม ยังกล่าวอีกด้วยว่า “ธุรกิจ Thales ในประเทศไทยเติบโดอย่างน่าประทับใจ และเราเป็นบริษัทที่ลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2561 รายได้รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 19,000 ล้านยูโร แต่เราใช้งบประมาณทางด้าน R&D สูงถึง 1000 ล้านยูโร ปัจจุบันเรามีพนักงานทั่วโลกกว่า 80,000 คน (หลังจากเข้าซื้อกิจการเจมัลโต้ ที่มีพนักงานกว่า 15,000) และมีสำนักงานทั่วโลกใน 68 ประเทศทั่วโลก ในไทยเรามีพนักงานกว่า 100 คน ซึ่ง 90% เป็นคนไทย โดยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานถึง 50 ปี”

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended