วันที่ 24 ก.ค.61 นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกับอธิบดีกรมแรงงานเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางอธิบดีฯ เมียนมาได้แสดงความห่วงใยแรงงานเมียนมาที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้เข้าระบบประกันสังคม ซึ่งยังไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆ ระหว่างการเดินทาง จึงมีการหารือกันว่าน่าจะมีการซื้อประกันภัยระยะสั้นๆ  ซึ่งตนก็เห็นด้วย และเสนอให้ดำเนินการทำมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง โดยให้เป็นแบบสมัครใจ อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการหารือกันเท่านั้น และยังไม่ทราบว่าทางการเมียนมาจะดำเนินการอย่างไรต่อ 

            นายอนุรักษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตนได้นำเรียนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ทราบแล้ว ซึ่งในเรื่องของการทำประกันภัยแรงงานต่างด้าวนั้น ท่านรมว.ก็เห็นด้วยเพราะมองว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรคุ้มครองเลย เช่น ไฟไหม้รถแรงงานต่างด้าวที่อ.แม่สอด แล้วไม่ได้รับการชดเชย ดังนั้นคิดว่าควรมี และคิดว่าเป็นประกันภัยระยะสั้นระหว่างรอเข้าระบบประกันสังคมของประเทศไทย ดังนั้นราคาค่าประกันน่าจะไม่แพงมาก ไม่กี่ร้อยบาท เหมือนที่เราไปต่างประเทศ ก็จะมีระบบประกันภัยการเดินทางซึ่งเป็นแบบสมัครใจเหมือนกัน คนไหนทำก็ได้รับการคุ้มครอง ใครไม่ทำก็ดูแลตัวเอง  อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเข้าสู่ระบบประกันสังคม ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะมียกเว้นแรงงานอยู่ 2 กลุ่มที่ไม่ได้เข้าประกันสังคม คือ คนรับใช้ตามบ้าน และประมงทะเล แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็จะมีการซื้อประกันสุขภาพกับรพ.อยู่แล้ว

             เมื่อถามว่าเนื่องจากตอนนี้เมืองไทยนำเข้าแรงงานผ่านเอ็มโอยู ซึ่งรู้แน่ชัดว่าใครเป็นนายจ้าง พอมีกระแสข่าวนี้ออกมาทำให้นายจ้างกังวลว่าจะต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าทำประกันภัยด้วยหรือไม่ นายอนุรักษ์ กล่าวว่า ไม่มีใครบังคับ เรื่องการประกันภัย เป็นสิทธิของผู้เอาประกัน หากสมัครใจทำก็ทำ และได้รับการคุ้มครอง ถ้าไม่ทำก็ไม่มีสิทธิอะไร หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็รับผิดชอบตัวเอง เพราะฉะนั้นแรงงานต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าประกันภัยเอง ทั้งนี้เป็นการหยิบยกของทางเมียนมา ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่ได้คุย แต่คิดว่าน่าจะมีแนวคิดคล้ายๆ กัน อย่างไรก็ตามคงไม่ได้จะหยิบยกมาเป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วม 3 สัญชาติ