ผู้ส่งออกข้าวชี้ข้าวขาขึ้น แนะไทยเจาะตลาดจีน

30 พ.ค. 2560
439
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ผู้ส่งออกข้าวชี้ข้าวขาขึ้น แนะไทยเจาะตลาดจีน

                 กระทรวงพาณิชย์จัดงานประชุมข้าวนานาชาติ “Thailand Rice Convention 2017” โดยมุ่งไปที่ทิศทางตลาดข้าวและนวัตกรรมเกี่ยวกับข้าวของไทย ซึ่งมีการเชิญนักธุรกิจจากหลายประเทศเข้าร่วม และมีการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างคู่ค้าอีกด้วย

                  งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ข้าวไทย ก้าวใหม่...ด้วยนวัตกรรม” เพื่อนำเสนอศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยในการผลิตและเป็นแหล่งซื้อขายข้าวคุณภาพดีของโลก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้แทนภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมข้าว ตั้งแต่ภาคการผลิต การค้า และการส่งออก ที่มาร่วมงานจากกว่า40ประเทศ

                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานหัวข้อ “การค้าข้าวไทย และทิศทางในอนาคต” โดยระบุว่านับเป็นโอกาสดีที่ทุกฝ่ายจะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนหาวิธีการแก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมข้าว ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยในส่วนของประเทศไทยได้มุ่งเน้นการระบายสต็อกข้าว ซึ่งกดดันราคาข้าวมานาน โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้รัฐบาลสามารถระบายข้าวออกไปได้แล้วจำนวน 13 ล้านตัน จากสต็อกที่มีอยู่ทั้งหมด 18 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า1แสนล้านบาท

                      “การที่ขายข้าวได้น้อยเงินกว่างบประมาณที่ใช้ในโครงการจำนำข้าว ก็เพราะส่วนหนึ่งมีการทุจริต ทำให้ได้ข้าวคุณภาพห่วย ส่วนคดีความที่ฟ้องร้องในคดีจำนำข้าวก็ยังยืดเยื้อเพราะต้องสู้กันหลายศาล ซึ่งผลจากการแบกสต็อกข้าวไว้ทำให้รัฐมีภาระค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสูงถึงเดือนละกว่า1พันล้านบาท อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือรัฐบาลจะต้องเร่งรัดการระบายข้าวในสต็อกให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากสต็อกข้าวเป็นอุปทานข้าวที่กดทับตลาด ทำให้กลไกการค้าข้าวปกติถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง" 

                    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเป้าหมายสำคัญคือการเร่งระบายสต็อกให้หมดภายในรัฐบาลนี้เพื่อไม่ให้รัฐต้องแบกรับภาระต่อไป และเพื่อให้กลไกตลาดกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ เป้าหมายต่อไปของข้าวไทยคือการเพิ่มมูลค่าและทำให้ไทยเป็นผู้นำการค้าข้าว มีนวัตกรรมสินค้าข้าวที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างกลไกข้าวให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้วางแผนยุทธศาสตร์ข้าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ20ปี ทั้งการปรับโครงสร้างการผลิต การลดพื้นที่เพาะปลูกเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและการส่งออก ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

                ทั้งนี้ ยังสนับสนุนการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างนวัตกรรมข้าว ตามแนวทางประเทศไทย4.0เป้าหมายต่อไปคือการผลักดันแผนงานให้เห็นเป็นรูปธรรม 

                 ด้านนายเจอเรมี่ ซวิงเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไรซ์ เทรดเดอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการค้าข้าวโลกว่าตลาดข้าวโลก กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและราคาข้าวจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกปริมาณข้าวในตลาดโลกค่อนข้างตึงตัวท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภค ทำให้หลังจากนี้ข้าวไม่ได้อยู่ในภาวะล้นตลาดแล้ว ในส่วนของไทยปัจจุบันพบว่าสต็อกข้าวได้ลดลงไปทำให้แรงกดดันในเรื่องราคาข้าวไม่มี อีกทั้งผู้ซื้อยังมีความต้องการต่อเนื่อง ทั้งจีนแอฟริกาและฟิลิปปินส์

                 “ตอนนี้ราคาข้าวขาวเวียดนามต่ำกว่าไทยประมาณตันละ 70-80 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาที่ถูกเกินไป แต่คาดว่าในช่วง3เดือนหลังจากนี้จากสัญญาณบวกต่างๆ ทั้งซัพพลายลดลง ดีมานด์เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาข้าวขาวเพิ่มขึ้นได้อีกตันละ 20 ดอลลาร์ และหลังจากนี้ตลาดจะกลายเป็นของผู้ขาย เป็นผู้กำหนดราคาได้ อุตสาหกรรมข้าวจะกลับเข้าสู่กลไกปกติ” 

                 เช่นเดียวกับนายอาร์มิท กุลราชาณี (Amit Gulrajani) รองประธานอาวุโส แผนกข้าว บริษัท โอแลม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประจำสิงคโปร์ กล่าวแนวโน้มการใช้นวัตกรรมถือเป็นความท้าทายของตลาดข้าวหลังจากนี้ คือ ปริมาณการบริโภคสูงกว่าการผลิต จะเห็นได้จากทั้งเอเชีย เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ที่บริโภคข้าวประจำ อีกทั้งจีนยังเป็นตลาดสำคัญที่ซื้อข้าวจากทั่วโลก รวมไปถึงแอฟริกา และตะวันออกกลางยังมีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าปีนี้ผลผลิตข้าวโลกอยู่ที่ 481.5 ล้านตัน การบริโภคของโลกอยู่ที่ 478.7 ล้านตัน ขณะที่ปี 2561 ผลผลิตจะลดลงเล็กน้อยที่ 481.3 ล้านตัน การบริโภคเพิ่มเป็น 480.1 ล้านตัน

                สำหรับตลาดค้าข้าวในครึ่งปีหลังนี้จากการประเมินคาดว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากสต็อกข้าวโลกกำลังเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากไทยไม่มีสต็อกข้าวเหลือแล้ว ทำให้ราคาข้าวอยู่ในแนวโน้มดีระดับเหมาะสม  ขณะนี้คาดการณ์ว่าตลาดโลกในปี2560จะมีปริมาณการซื้อขายมากถึง 41.3 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นในปี 2561 เป็นปริมาณ 42.2 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นราว 2.3% 

                    นายเคนเน็ท ชาน คิม นิน (Kenneth Chan Kin Nin) ประธานสมาคมผู้ค้าข้าวแห่งฮ่องกง กล่าวว่า ตลาดโลกผู้ค้าข้าวรายใหญ่ยังเป็น ไทยอินเดียและเวียดนามขณะที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ในอนาคตคือจีนเนื่องจากการเติบโตของประชากร และเศรษฐกิจโดยจีนมีการนำเข้าข้าวประมาณ 37,000 ตันจากทั่วโลกและคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต 

                    ไทยควรปรับตัวในการทำตลาดข้าวในจีน โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ เพราะต้องยอมรับว่าในขณะนี้ข้าวขาวไทยในตลาดจีนมีการซื้อขายลดลงการทำตลาดพรีเมี่ยมหรือตลาดข้าวหอมมะลิจึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งต้องปรับตัวเข้าไปทำตลาดจีนให้มากขึ้นผ่านการขยายออกไปสู่ตลาดในเมืองอื่นนอกจากปักกิ่งและเซียงไฮ้เพื่อเป็นการเพิ่มสัดส่วนตลาด นอกเหนือจากการพึ่งพาภาคส่งออกในเมืองใหญ่และฮ่องกง ที่ขณะนี้ ไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงประมาณ 70% และก็คาดหวังว่าจะขยายตัวได้ถึง 100% ได้ในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง