แต่ก็มีอีกกระแสหนึ่งที่วิเคราะห์ว่าเป็นคนมีสี คนมีสีในที่นี้ คนเสื้อเหลืองบางคนบอกว่าเป็นสีที่มีอำนาจสั่งการได้ในทุกวันนี้ด้วยซ้ำไป ขณะเดียวกันก็มีอีกกระแสที่มองว่า อาจเป็นคนมีสีที่เคยมีอำนาจ หรือคนมีสีที่ต้องการอำนาจ

 ความน่าเชื่อถือของแนวทางวิเคราะห์แต่ละแนว มีเปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างกัน แนวแรกอาจจะมีถึง 70% แนวที่สองอาจมีถึง 70-75% แต่แนววิเคราะห์ที่ 3 ที่ 4 นั้น ต้องนำมาประกอบการพิจารณา เพื่อจะเสริมแนวทางที่ 1 และ 2

 แต่มีคนวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า ถ้าจะรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งให้สังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็ต้องตั้งคำถามว่า ใครจะได้ประโยชน์จากการเสียชีวิตของคุณสนธิ แน่นอนหนีไม่พ้นว่า คนกลุ่มที่ถูกมองก่อนเพื่อน คือกลุ่มทักษิณ ชินวัตร

 ขณะเดียวกันก็มีคนมองว่า กลุ่มคนมีสีที่มีอำนาจปัจจุบัน ก็มีความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่ทับซ้อนกับผู้มีอำนาจทางการเมืองปัจจุบัน ที่หวังว่าเมื่อคุณทักษิณไม่สามารถกลับประเทศได้ คนเสื้อแดงอาจจะอ่อนแรงลง สิ่งที่จะต้องจัดการต่อไปคือไม่ให้คนเสื้อเหลือง สนธิ ลิ้มทองกุล มีอำนาจต่อรองหรือสามารถจะสกัดกั้นการขึ้นมามีอำนาจของคนกลุ่มนี้ได้

 หรือเป็นไปได้ไหมว่า การเด็ดชีวิต "สนธิ" จะทำให้คนเสื้อเหลืองออกมาเผชิญหน้ากับคนเสื้อแดง ปั่นป่วนวุ่นวายถึงขั้นที่ผู้มีสีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถออกมาจัดการ เพื่อเถลิงอำนาจแทนกลุ่มอำนาจปัจจุบัน

 ที่ซับซ้อนกว่านั้นก็คือว่า คนมีสีกลุ่มที่ว่านี้กับกลุ่มการเมืองที่มีส่วนเสริมให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลขณะนี้ จับไม้จับมือกันทำในบางสิ่งบางอย่างที่หวังจะสร้างฐานทางการเมือง สำหรับตัวเองในอนาคตหรือไม่

 สลับซับซ้อนกว่านั้นก็คือว่า คนใส่เสื้อสีแดงบางคนกับคนใส่เสื้อสีน้ำเงินบางคน ถึงแม้ว่าต่อหน้าสาธารณะจะมีความขัดแย้ง ยืนอยู่คนละข้าง แต่ลึกๆ แล้วมีการแอบจับมือกัน เพื่อจะสร้างฐานอำนาจในอนาคต หลังจากรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่สามารถอยู่ได้หรือไม่

 ทั้งหมดนี้จึงเป็นหลายทฤษฎีที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ทบทวน ประเมิน และสังเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ชาวบ้านอย่างเราจึงต้องติดตามข่าวสาร และไม่เชื่อในทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งจนตัดทฤษฎีอื่นๆ ทิ้งไป เพราะความเป็นไปได้ของการที่จะรวบอำนาจจากคนหลายกลุ่ม โดยการกำจัด สนธิ ลิ้มทองกุล ให้ออกจากสมการทางการเมืองเสียวันนี้

 เป็นไปได้ไหมว่า "สนธิ" อาจจะกำความลับของคนบางกลุ่มบางพวก จนคนเหล่านั้นจำเป็นต้องเขี่ยสนธิออกจากแวดวงทางการเมืองอย่างถาวร เป็นประเด็นที่ไม่อาจจะตัดออกจากแนวทางการวิเคราะห์ได้

 วันนี้จึงยังเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ จนกว่าเราจะสามารถตรวจสอบเบื้องหลังของหลายฝ่ายอย่างละเอียด ลุ่มลึก รอบด้านต่อไป

สุทธิชัย หยุ่น