(27ม.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เวลา 09.45 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์พิพากษา คดีนายสุชาติ หรือชาติ ภูมี อายุ 39 ปี และนายสุเทพ ชะบางบอน อายุ 47 ปี สองสัปเหร่อวัดไผ่เงินโชตนาราม ในข้อหาซ่อนเร้นทำลายศพเด็กทารกจากการทำแท้ง โดยมีนายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ โดยนายสุเทพปฏิเสธขอต่อสู้ในชั้นศาล จึงนัดโจทก์ให้แยกส่งเรื่องฟ้องใหม่อีกครั้งภายใน 7 วัน
        
 ส่วนนายสุชาติให้การรับสารภาพ ศาลจึงอ่านคำพิพากษาตามโจทก์ยื่นฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 52 ถึง วันที่ 3 พ.ย. 53 ผู้ต้องหาช่วย น.ส.ลัญฉกร จันทมนัส และพวกที่ทำผิดฐานทำให้เกิดแท้งลูก ด้วยการรับศพทารกไว้ซุกซ่อนภายในช่องเก็บศพ วัดไผ่เงินโชตนาราม 1 ถุง 1 ซาก รวม 2002 ถุง ผู้ต้องหามีความผิดต่างกรรมต่างวาระรวม 2002 กระทง พิพากษาจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 8008 เดือน แต่จำเลยให้การสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 4004 เดือน และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำหนดลงโทษจำคุกไว้สูงสุดไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกผู้ต้องหาเป็นเวลา 20 ปี และมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายในเวลา 1 เดือน
         
 ด้านนายฤชา ให้สัมภาษณ์หลังศาลอ่านคำพิพากษาว่า นายสุเทพให้เหตุผลในการกลับคำให้การว่า เพราะรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด ซึ่ง เป็นสิทธิของจำเลยที่ทำได้ ขั้นตอนต่อไปต้องทำตามคำสั่งศาลที่ให้แยกฟ้องคดีจำเลยที่ปฏิเสธภายใน 7 วัน โดยการบวนการพิจารณาคดีต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง คาดว่าจะยื่นเรื่องฟ้องใหม่ได้ก่อนครบกำหนด 7 วัน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคม เบื้องต้นไม่ขอเปิดเผยแนวทางในการยื่นฟ้องเพราะจะกระทบต่อรูปคดี แต่มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนกว่า 300 หน้า จะสามารถผูกมัดผู้ต้องหาได้ นอกจากนั้นยังจะนำคำพิพากษาในวันนี้ไปประกอบด้วย เพื่อชี้ให้เห็นว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและฟ้องร่วมกันให้การรับสารภาพ