เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่หวัง คือเส้นทางในชีวิตจริงแม้ว่าจะต้องลำบากเพียงใดก็ตาม ดั่งเส้นทางชีวิตของ "พิบูลนนท์ ปาณะพรหมพิพัฒน์" เจ้าของธุรกิจกล้วยไม้ส่งออกใน จ.นครปฐม ภายใต้ชื่อนันทนาออร์คิด ต้องพลิกผันชีวิตอีกครั้งเพื่อความอยู่รอด หลังสถานการณ์กล้วยไม้ไม่ดีขึ้นด้วยการเล็งหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อมากอบกู้ธุรกิจกล้วยไม้ที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ส่งผลให้ธุรกิกล้วยไม้ซบเซาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
                    “เดิมทำธุรกิจสวนกล้วยไม้อยู่ที่ จ.นครปฐม ชื่อว่า นันทนาออร์คิด ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอยู่นะ แต่ปัญหาก็คือธุรกิจกล้วยไม้เริ่มซบเซา เริ่มมาตั้งแต่หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 แล้วที่สวนกล้วยไม้ได้รับผลกระทบจนได้รับความเสียหาย ถึงแม้จะฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิมได้ แต่ปัญหาตลาดไม่มี ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ก็คล้ายๆ กันทุกสวน ก็เลยคิดหาพืชตัวใหม่มาทดแทน จึงมองว่าปาล์มน้ำมันน่าจะเป็นพืชมีอนาคตที่สุดในขณะนี้และระยะยาว” พิบูลนนท์ เผยจุดเปลี่ยนทางธุรกิจ ก่อนจะตัดสินใจร่วมกับบริษัท ซีพิไอ อะโกรเทค จำกัด ลงทุนทำแปลงกล้าปาล์มน้ำมันบริเวณริมถนนสายบ้านบึง-บ้านค่ายใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ภายใต้ชื่อปาล์มดีลีลา เพื่อผลิตและจำหน่ายกล้าปาล์มน้ำมัน สายพันธุ์ซีพีไอ ไฮบริดในพื้นที่ จ.ระยอง และโซนภาคตะวันออก
 
                    บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ จึงถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงกล้าปาล์มน้ำมันขนาดย่อม ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานโครงการ บ้านพักอาศัยของคนงาน โรงเรือนเพาะเมล็ด แปลงเพาะกล้าและแปลงกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อรอการจำหน่ายที่วางเรียงรายจนสุดลูกหูลูกตา มีจำนวนกว่า 100,000 ต้น มีอายุ 3-8 เดือนที่นำกล้าพันธุ์มาจากบริษัทแม่เพื่อรอการจำหน่ายให้เกษตรกรที่สนใจ
 
                    พิบูลนนท์ เผยว่า การทำธุรกิจกล้าปาล์มครั้งนี้ลงทุนไปประมาณ 3 ล้าน ไม่รวมค่าที่ดินในการดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนเพาะชำอาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน ระบบน้ำในแปลงกล้าและในโรงเรือน ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ พร้อมทั้งกล้าพันธุ์ปาล์มจำนวน 1 แสนต้น ซึ่งจากการคำนวณต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วสามารถคืนทุนได้ภายในเวลา 1 ปี จากนั้นถึงจะมีกำไร เนื่องจากมีการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ในปีต่อไปจะลงทุนแค่เมล็ดพันธุ์มาเพาะชำรอวันเติบโตเป็นกล้าปาล์มเพื่อนำออกจำหน่ายต่อไป โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3-8 เดือน
 
                    “เราจะสั่งเมล็ดปาล์มน้ำมันจากบริษัทแม่ ซีพีไอ อะโกรเทค มาเพาะชำประมาณ 3-8 เดือนจึงจะสามารถจำหน่ายให้ลูกค้าได้ ฉะนั้นเกษตรกรที่สนใจสั่งกล้าปาล์มจะต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนถึงจะได้ สนนราคาจำหน่ายต้นละ 140-160 บาท พร้อมมีเจ้าหน้าที่ดูแลหลังการขายจนกว่าจะมีการเก็บเกี่ยวผลผลิต สนใจ 08-1939-5818 ได้ตลอดเวลา” เจ้าของสวนปาล์มดีลีลากล่าวย้ำ
 
                    นับเป็นก้าวย่างทางธุรกิจที่น่าจับของนักธุรกิจเจ้าของสวนกล้วยไม้อย่าง "พิบูลนนท์ ปาณะพรหมพัฒน์" ที่หันมาจับพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคอย่างปาล์มน้ำมัน
 
 
 
------------------------
 
(หนักเอาเบาสู้ : จากกล้วยไม้สู่ปาล์มดีลีลา เส้นทางชีวิต 'พิบูลนนท์' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)