จีนยุคสี่ จิ้นผิง ผู้นำรุ่นที่ห้า มีการปรับเปลี่ยนและสืบสานยุทธศาสตร์เดิมหลายอย่างที่ทำให้ดูแตกต่างจากผู้นำรุ่นก่อน พร้อมที่จะนำจีนพุ่งทะยานออกไปแผ่อิทธิพลและควบกล้ำผลประโยชน์มากกว่าเดิม หนึ่งในยุทธศาสตร์ใหม่ที่เขาใช้คือ “ไชน่าดรีม” หรือความฝันของจีน ซึ่งอ้างว่ามาจากการนำความฝันของคนจีนมาผนึกกันเพื่อเป็นเข็มมุ่งให้สู่เป้าหมายนั้นก็ได้ เช่น จีนต้องพ้นจากความเป็นชาติอดอยากสมัยเหมา เจ๋อตุง สร้างชาติปี 1949 ให้เป็นชาติพัฒนาแล้วภายในปี 2049 ให้ได้ และความยิ่งใหญ่เกรียงไกรนั้น ส่วนสำคัญเลยคือความมั่นคง

              ไชน่าดรีมนี้อาจเป็นความฝันของสี่ และเหล่าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์มากกว่าคนจีนอื่นก็เป็นได้ ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรอยู่เบื้องหลังแรงขับที่ทำให้จีนในยุคนี้ดูกร้าวในเวทีระหว่างประเทศมากกว่าในยุคเติ้ง เสี่ยวผิง หรือหู จินเทา ทำไมจีนต้องเร่งยึดเกาะแก่งในทะเลจีนใต้อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมที่จะเปิดศึกกับชาติใดที่ทำให้จีนต้องถอนตัวออกจากอธิปไตยเส้นประเก้าเส้น ขณะที่โครงการใหญ่อย่างเส้นทางสายไหมทั้งทางบกทางทะเลก็ดูกว้างยาวใหญ่โตเกินจริง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องอาศัยกำลังกองทัพที่ยิ่งฉกาจฉกรรจ์พันลึก จนทำให้จีนต้องปฏิรูปกองทัพเพื่อตามให้ทัน ยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยมากขึ้นก็อาจยั่วยุความขัดแย้งแรงขึ้นด้วย

              เหตุผลที่ว่าจีนต้องการใช้กำลังทางทหารคุ้มครองเส้นทางส่งกำลังบำรุงที่ยาวไกลจากแปซิฟิกไปแอฟริกาและยุโรป หรือจีนต้องการให้ตนมีขอบหน้าพื้นที่การรบไกลบ้านแบบสหรัฐ หรือเป็นฐานต่อระยะเวลาต้องทำศึก หรือคิดง่ายๆ ว่าก็เพราะตรงนั้นมีน้ำมัน จีนต้องการพลังงานมหาศาลไว้ใช้ ล้วนแต่เป็นเหตุเป็นผลได้ทั้งนั้น แต่ก็มีข้อแย้งว่า มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ พลังงานน้ำมันจะล้าสมัยในอีกไม่นานนี้แล้วเพราะโลกกำลังหาพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง อีก 33 ปีที่จีนจะเป็นประเทศพัฒนานั้น โลกและจีนอาจไม่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนอีกแล้ว จีนไม่มีความจำเป็นต้องยึดเกาะเล็กน้อยที่ถมสร้างอย่างไรก็อาศัยไม่ได้เท่าไหร่หรอก เรือรบหรือเครื่องบินจริงๆ นั้นแล่นออกมาจากไหหลำเป็นหลัก ไม่ใช่โขดหินกลางทะเลเหล่านี้ เสรีเดินเรือในพื้นที่นั้นไม่เห็นจะขัดขวางการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งทางบกและทะเลของจีนเลย

              แต่เพราะ “ไชน่าดรีม” ที่ทำให้จีนมาถึงจุดนี้ นั่นคือจีนต้องการทวงเกียรติภูมิจีนคืนมา ชาวจีนคิดอยู่เสมอว่าตนเองยิ่งใหญ่เหนือใครในทุกด้าน คิดมา 5,000 ปีแล้วและก็มีหลักฐานพยานสนับสนุนมากมาย แต่สักสองร้อยปีมานี้เองที่จีนตกต่ำ ยอมตกเป็นรองต่างชาติ แม้แต่คอมมิวนิสต์ยุคต้นจีนก็ยังล้าหลัง สมัยเติ้ง เสี่ยวผิงเคยบอกว่าปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ก็ให้ไปแก้ยุคหน้า ยุคนั้นมาถึงแล้วคือยุคที่ห้าของสี่ จิ้นผิง ที่จีนกินอิ่มอยู่ดีครบความต้องการพื้นฐานล้นเหลือ พวกเราจึงแสวงหาเกียรติภูมิที่เคยมีในอดีต ในเมื่อมีเงินแล้วต้องโชว์ต้องอวดโก้ให้คนเห็น นี่คือแนวคิดของฮั่นสิน ขุนศึกราชวงศ์ฮั่นเคยปรารภไว้ ยุคนี้พวกเขาจึงนำเอาความสำเร็จทางเศรษฐกิจมาแปลงเป็นความฮึกเหิมทางทหารและความกล้ายึดสิ่งที่คิดว่าเคยเป็นของจีน กลับสู่อ้อมอกครอบครองของจีนให้ได้

              ไชน่าดรีม แบบนี้เป็นเรื่องของการวางเป้าหมายด้วยอารมณ์มากกว่าตรรกะ เป็นการยึดอุดมการณ์แบบหนึ่งซึ่งเมื่อขัดเกลาบ่มเพาะถึงที่สุดแล้วก็อาจยากที่จะลดทอนด้วยผลประโยชน์หรือความเป็นเหตุเป็นผล เราคงต้องดูกันต่อไปนะครับว่าไชน่าดรีมจะบรรลุตามหวังได้ไหม หรือจะไปทับเส้นกับดรีมของใครจนเกิดวุ่นวายไปก่อน