วันศุกร์ที่แล้วพูดถึงการปฏิรูปการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์ช่วงปี 2522-2524 และปี 2530 ทำให้ฟิลิปปินส์สามารถพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวได้อย่างสมบูรณ์ แต่ด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พื้นที่การเพาะปลูกมีจำกัด ทำให้การผลิตข้าวในฟิลิปปินส์ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในเวลา ประกอบกับการผลิตข้าวในฟิลิปปินส์มีต้นทุนการผลิตข้าวในระดับที่สูง ความมีจำกัดของที่ดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกข้าว รวมถึงการที่ฟิลิปปินส์ต้องประสบกับภัยธรรมชาติโดยเฉพาะพายุใต้ฝุ่นอยู่มากครั้งในแต่ละปี
 
                      สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่สร้างความแปรปรวนต่ออุปทานผลผลิตข้าวของประเทศและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟิลิปปินส์ต้องหันไปพึ่งพิงการนำเข้าข้าวเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารในประเทศและเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าข้าวภายในประเทศมิให้แปรปรวนมากเกินไป
 
                      นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อให้การปกป้องกับภาคการผลิตข้าวในประเทศ ถึงแม้ว่าฟิลิปปินส์จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในสิ้นปี 2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้อัตราภาษีนำเข้าข้าวที่รัฐบาลจัดเก็บยังคงไว้ในอัตราร้อยละ 40 สำหรับการนำเข้าภายในโควตาจำนวน 350,000 ตัน ส่วนการนำเข้าข้าวนอกโควตาได้จัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 50 อีกทั้งยังคงสินค้าข้าวไว้ในบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูงอีกด้วย
 
                      หลังจากที่ประธานาธิบดีเบนิกโน อากิโนที่ 3 ขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2553 ได้ให้คำมั่นในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารโดยเฉพาะสินค้าข้าวให้แก่ประชากรของฟิลิปปินส์ โดยจะดำเนินการให้เกิดการพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าวให้ได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2556
 
                      อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงแล้วในช่วงสองปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์ยังต้องนำเข้าข้าวและนำเข้าข้าวเพิ่มมากขึ้นจาก 1 ล้านตันในปี 2556 มาเป็น 1.8 ล้านตันในปี 2557 หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 โดยมีสาเหตุสำคัญเนื่องจากการประสบกับภาวะภัยแล้งและวาตภัยจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก
 
                      มีผู้วิเคราะห์ไว้ว่าการที่ฟิลิปปินส์จะพึ่งพิงตนเองได้นั้น จะต้องลงทุนเพื่อการพัฒนาด้านชลประทาน การสร้างความเข้มแข็งในการจัดการไร่นาให้แก่เกษตรกร การลงทุนวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการผลิต การพัฒนาในด้านเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการจัดการความสูญเสียในช่วงเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยวให้เกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าวรวมถึงการลดต้นทุนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
 
                      นอกจากนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์จะต้องปฏิรูปกลไกตลาดข้าวให้เอกชนเข้ามามีบทบาททดแทนบทบาทของสำนักงานอาหารแห่งชาติ รวมถึงการสนับสนุนด้านสินเชื่อการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรขนาดเล็กเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งภาคการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์จะต้องพัฒนาให้มีผลผลิตต่อเนื้อที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 19 จากสถานภาพที่เป็นอยู่ หรืออาจจะต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวให้ได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19 หรือมิฉะนั้นก็ต้องพัฒนาพื้นที่ที่ไม่มีชลประทานในฟิลิปปินส์ให้เป็นพื้นที่ชลประทานให้หมด ซึ่งโอกาสที่จะทำให้สถานการณ์ที่กล่าวถึงเกิดขึ้นได้จริงจึงเป็นไปได้ยาก
 
                      ฟิลิปปินส์จึงยังไม่สามารถพึ่งพิงตนเองในเรื่องข้าวได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลและจะต้องเป็นผู้พึ่งพิงการนำเข้าข้าวรายใหญ่ของอาเซียนต่อเนื่องไปทุกปี เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวจำกัด ทำให้การขยายตัวของอุปทานผลผลิตข้าวตามไม่ทันกับการขยายตัวของอุปสงค์เพื่อการบริโภคข้าวภายในประเทศ
 
 
 
----------------------
 
(ทำกินถิ่นอาเซียน : ฟิลิปปินส์ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ในอาเซียน (จบ) : โดย ... รศ.สมพร อิศวิลานนท์)