ดอกสลิดหรือดอกขจร เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมเพราะนำไปทำอาหารได้หลายเมนู ตลาดมีความต้องการ เกษตรกรหลายจังหวัดจึงปลูกขายเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้กว่าแสนบาทต่อปี

           นายสมัย ขวาลำธาร เกษตรกรบ้านหนองงูเหลือม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ปลูกดอกขจรมากว่า 10 ปี จากเดิมที่ปลูกพืชสวนครัว เช่น พริก ผักชี หน่อไม้ฝรั่งแต่ไม่ดีเท่าที่ควร ต่อมาเมื่อเข้าร่วมอบรมของสำนักงานชลประทาน ที่นำเกษตรกรมาพูดคุยในเวทีประชุม ทำให้รู้ว่ามีบางรายปลูกดอกขจรเป็นพืชแซมควบคู่ไปกับทำนา สร้างรายได้พอควรจึงสนใจ พร้อมกับขอไปศึกษาในพื้นที่จริง

           “เมื่อไปศึกษาในพื้นที่จึงรู้ว่ามีสายพันธุ์ที่ปลุกขายได้ มีช่อดอกใหญ่ มีให้เก็บขายทุกวัน หมุนเวียนตลอดทั้งปี และราคาส่งกิโลกรัมละ 50-60 บาท จึงเริ่มสนใจขอต้นพันธุ์เพื่อนบ้านมาเริ่มทดลองปลูกในพื้นที่กว่า 1 งาน ซึ่งปรับมาปลูกดอกขจรแทนการปลูกพืชสวนครัว"

           สำหรับดอกขจรเป็นไม้เลื้อยจึงต้องทำค้างให้ ชอบแดดจัด เริ่มให้ดอกในเดือนที่ 4 หลังปลูก เก็บผลผลิตขายได้ 8 เดือน อีก 4 เดือนคือช่วงฤดูหนาวผลผลิตจะน้อย ในช่วงที่ต้นขจรยังไม่ให้ผลผลิตสมัยจะพักต้นพันธุ์ พร้อมบำรุงต้นให้มีความสมบูรณ์เพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่เมื่อถึงฤดู

           โดยการปลูกในพื้นที่ 1 งานนั้น นายสมัยบอกว่า ปลูกได้ 200 ต้น ระยะห่าง 1.5 เมตรคูณ 1.5 เมตร สิ่งสำคัญคือการทำค้างให้เถาเลื้อย หลังทดลองทำ พบว่าเถาดอกขจรที่เลื้อยบนค้างในแนวตั้ง ให้ผลผลิตน้อยกว่าเถาเลื้อยบนค้างแนวนอน ฉะนั้นจึงรื้อทำค้างในแนวนอน พร้อมกับบำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ รดน้ำวันเว้นวัน

           "เป็นพืชอายุยาวเก็บผลผลิตได้หลายปีขึ้นกับการดูแล การตัดแต่งกิ่งจะช่วยให้ผลผลิตดี ศัตรูพืชมีน้อย ไม่ต้องใช้สารเคมี ทุกวันนี้มีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน ราคากิโลกรัมละ 50-60 บาท ”

           ดอกขจรจึงเป็นผักพื้นบ้านที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดยังต้องการต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรที่สนใจสอบถามได้ที่นายสมัย ขวาลำธาร 45 หมู่ 3 บ้านหนองงูเหลือม ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น