9 ก.ย.58 เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง หลังจากไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็น เลขาธิการ สมช.คนใหม่ ว่า
 
       “ถ้าจะลาออกก็เป็นความต้องการของท่าน แต่อยากให้เข้าใจว่าเป็นห้วงเวลาที่เราจำเป็น เพราะต้องใช้ทหารเพื่อดูแลความมั่นคงทั้งหมด แนวคิดคือเพื่อให้เกิดความมั่นใจ และไม่ได้เป็นการเลือกที่รักมักที่ชัง ก็อยากให้เข้าใจตรงนี้ เพราะเราก็ตั้งใจที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
 
‘บิ๊กป้อม’ ขออย่ากังวลคัดคกก.ร่างรธน. อุบตอบ ‘อานันท์-มีชัย’ นั่งปธ.
 
 
       9 ก.ย.58 เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ จำนวน 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คนว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะคัดเลือก ก่อนจะส่งความเห็นชอบไปยังคสช. ในขณะที่สภาขับเคลื่อนปฎิรูปฯนั้น ต้องคุยกันในที่ประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนว่าจะคัดเลือกใครมาเป็น ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมีโควต้าอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุมแต่แต่อย่างใด จึงตอบไม่ได้ และไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไงก็ทันภายใน 30 วันแน่นอน
 
       เมื่อถามว่า มีชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้คิด แต่หลักๆต้องเป็นนักกฎหมาย และต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ทางด้านการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นใครตนไม่รู้ ส่วนจะมีนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือหลายๆสำนักมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ ต้องรอในที่ประชุมก่อนว่าจะคิดเห็นอย่างไร
 
       ส่วนที่มีการเสนอชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคสช. มาเป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ อย่าพึ่งไปเอ่ยถึงชื่อบุคคล อยากให้นึกถึงหลักเกณฑ์ก่อนที่จะคัดเลือกบุคคล เพื่อให้ถูกต้องตามกระบวนการ
 
       “อย่างไรก็ตามการคัดเลือก 21 คนที่จะมาเป็นคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่าต้องเป็นคนที่ประชาชนเชื่อมั่น และต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ผ่านประชามติ ตอนนี้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมือง ต้องมีบทเฉพาะกาล เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และเดินต่อไปได้ และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในอนาคต อาจจะต้องมีอย่างนี้ ผมพูดว่าอาจจะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า และก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม” พล.อ.ประวิตร กล่าว กล่าวและว่า สำหรับสูตรระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญ 6-4-6-4 ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีนั้น อยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่อาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้ แต่ไม่น่าจะยาวไปกว่านี้แล้ว
 
       เมื่อถามย้ำว่า บทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญจะร่างขึ้นมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนสมมุติเฉยๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ พร้อมทั้งมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะผ่าน ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องทำ
   
       พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า สำหรับสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯนั้น จะตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นมา พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความคิดอยากปฏิรูปเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ได้บอกว่าจะเอา สปช.ที่โหวตไม่รับร่างมาเป็นสมาชิก คงไม่ใช่ แต่จะเอาคนที่มีความรู้ ส่วนจะคัดเลือกคนที่เห็นต่างจาก คสช.มาร่วมด้วยหรือไม่ ตนอยากถามว่าเห็นต่างกับใคร อย่าพูดอย่างนี้ คสช.ไม่เห็นต่างกับใคร เราเป็นกลาง และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นของ คสช. แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
 
       ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เริ่มมีการทาบทามบุคคลเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ หรือยัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องทาบทาม เราตั้งใครขึ้นมาก็ได้ เพราะทุกคนก็อยากเป็นและอยากทำงานให้บ้านเมืองทั้งนั้น
 
 
‘พล.อ.ประวิตร’ เผยเครือข่ายบึ้มมีอยู่ในตปท. ยังไม่ฟันธงสาเหตุวางระเบิด
 
 
       9 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนหาตัวผู้บงการคดีระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และ สะพานสาทรทั้งในและนอกประเทศว่า มีความเชื่อมโยงและรู้ตัวบุคคล แต่ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไรบ้าง เพราะมีความเชื่อมโยงกันหลายคน และไม่สามารถพูดได้ ซึ่งจากต่างประเทศก็มี
 
       เมื่อถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในหรือภายนอกประเทศ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ และไม่อยากบอก ซึ่งยังตัดประเด็นใดทิ้งไปไม่ได้
 
       “เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเสียหายมาก มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล ตอนนี้ก็เริ่มกลับคืนมาแล้ว เราก็พยายามจับจนได้ แต่ต้องสืบเครือข่ายให้ได้ให้หมด เพราะไม่ใช่ทำแค่สองถึงสามคนเท่านั้น ตอนนี้ออกหมายจับไปสิบคนแล้ว ก็น่าจะมีเพิ่มอีก” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
 
‘พล.อ.ประวิตร’ ย้ำถอดยศ ‘ทักษิณ’ ไม่กระทบความมั่นคงใน 20 เดือนจากนี้
 
 
       9 ก.ย.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถอนยศตำรวจพ.ต.ท. ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะเป็นแรงกระเพื่อมทางการเมืองว่า ทุกอย่างมันจบไม่แล้ว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ชี้แจง ซึ่งทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย ทั้งนี้สถานการณ์ด้านความมั่นคงจากนี้ไปอีก 20 เดือน เราคุมสถานการณ์ได้ ทุกคนอยากให้เกิดความสงบ เศรษฐกิจจะได้เดินได้ ถ้ามีความขัดแย้งกันประเทศก็เสียหายหมด อีกทั้งมั่นใจว่าประชาชนจะไม่เบื่อ คสช. เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่แม้แต่ผลประโยชน์ส่วนตัวเราก็ไม่ได้ เนื่องจากเราทำงานให้กับประเทศชาติ ประชาชนอย่างแท้จริง
 
       “ผมคิดว่าประชาชนต้องช่วยกัน เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่าน ถ้าประชาชนทุกคนร่วมมือ ก็น่าจะเร็ว แค่ 10 กว่าเดือนก็คงไม่ช้าหรอก ในทำนองเดียวกันก็ต้องวางอนาคตของประเทศไทยให้มีความเชื่อมั่นว่าประเทศเราจะต้องดี เจริญทัดเทียมเท่ากับต่างประเทศ ซึ่งทุกคนมีความคิดความอ่านที่ดี และหวังดีต่อประเทศชาติ แต่ขณะนี้ต้องปล่อยให้คสช.ดำเนินการ” รองนายกฯ กล่าว