13ธ.ค.2556 แหล่งข่าวจากรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแนวคิดจะตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นมา โดยจะพัฒนาจากเวทีที่มอบหมายให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำเนินการ โดยจะเชิญภาคส่วนต่างๆ เข้ามาเป็นกรรมการ ซึ่งจะให้มีประมาณ 400 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น และหลังจากตั้งคณะกรรมการขึ้นมาได้แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี อาจจะขอลากิจ เพื่อลดแรงกดดัน แล้วให้รองนายกฯ มาปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งคนที่ถูกหมายตาในตอนนี้คือ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี

               ทั้งนี้ แนวทางให้นายกฯ ลากิจนี้ จะเหมือนกับช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกกดดันอย่างหนักเมื่อปี 2549 จึงขอลากิจ แล้วให้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯ ช่วงนั้น มาทำหน้าที่แทน

 

ผบ.เหล่าทัพโยน'ผบ.สส.'ตัดสินใจปม'สุเทพ'ขอถก


               แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า วันที่ 24 ธ.ค. นี้ ผบ.สส.จะเป็นประธานในการประชุมผบ.เหล่าทัพที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในขณะนี้ที่ยังไม่มีข้อยุติด้วย" แหล่งข่าวระบุ

               รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ทาง พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้มีการหารือกับ ผบ.เหล่าทัพอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขอให้ทุกคนเสนอแนวทางว่า กองทัพจะดำเนินการและการวางตัวอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์
 
               "อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางผบ.เหล่าทัพมองว่า ไม่เหมาะสมหากให้นายสุเทพ (เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.) มาพูดคุยกับผบ.เหล่าทัพเป็นการส่วนตัว เพราะจะทำให้ถูกมองว่า กองทัพไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง โดยมีทางออกที่อาจจะเสนอให้นายสุเทพ พบกับทั้งผบ.เหล่าทัพ และตัวแทนส่วนราชการต่างๆ เพื่อเข้าร่วมหารือแก้ไขปัญหาพร้อมกัน ซึ่งทุกอย่างน่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ " แหล่งข่าวระบุ

               แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง เปิดเผยด้วยว่า  ในส่วนของผบ.เหล่าทัพยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากต้องรอพล.อ.ธนะศักดิ์เป็นผู้ตัดสินใจว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป และจะมีการนัดผบ.เหล่าทัพหารือกันก่อนหรือไม่ เนื่องจากผบ.เหล่าทัพไม่มีอำนาจตัดสินเองได้

 

'สุเทพ'บีบปชป.บอยคอตเลือกตั้ง


               ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ มีรายงานข่าวว่า เหตุที่แกนนำพรรคยังไม่มีมติชัดเจนว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากปัญหาเกี่ยวเนื่องกับแนวทางการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่ต้องการให้แกนนำพรรคบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้
 
               "สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้พรรคระส่ำระสาย เพราะหัวหน้าก็ยังไม่กล้าตัดสินใจชัดเจน แต่ท่าที ส.ส.จำนวนไม่น้อย ไม่เห็นด้วย และเตรียมจะแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของนายสุเทพ ในการประชุมพรรค เพราะ ส.ส.ไม่ยอมแน่ ไม่ใช่ว่าเราอยากลงสมัคร แต่ปัญหาคือต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ด้วยว่าเหตุผลอะไร คราวก่อนที่บอยคอตการเลือกตั้งนั้น สถานการณ์มันคนละอย่าง คราวนี้พรรคอื่นก็ลงกันหมด ถ้าประชาธิปัตย์ไม่ลงพรรคเดียวก็เสีย" แหล่งข่าวในพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
               แหล่งข่าวระบุด้วยว่า สมาชิกในพรรคประเมินสถานการณ์และแนวทางของนายสุเทพล่าสุดแล้วก็เห็นว่า ทหารคงไม่เอาด้วยแล้ว เพราะระดับนายสุเทพ ถ้าโทรศัพท์หาผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพเองแล้วเขาไม่ตอบรับ ก็คือสัญญาณชัดเจนแล้วว่าทหารไม่เอาด้วย โดยเฉพาะการออกคำสั่ง กปปส. ที่ให้ข้าราชการมารายงานตัว ก็ไม่มีใครมา การสรรหาสมาชิกสภาประชาชนที่จะเลือก ก็ไม่มีอำนาจ ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ เรื่องนี้ทั้งหัวหน้าอภิสิทธิ์  และท่านบัญญัติ (บรรทัดฐาน) ผู้ใหญ่ของพรรค ก็พยายามคุยกับนายสุเทพแล้ว แต่ก็ไม่เชื่อ
 
               ขณะที่แหล่งข่าวจากอดีต ส.ส.กทม.อีกผู้หนึ่ง กล่าวถึงการปรับโครงสร้างพรรคว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเรื่องใหม่ เพราะไม่ได้มีการร่างข้อบังคับพรรคใหม่ทั้งหมด เพียงแค่แก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อเพิ่มจำนวนรองหัวหน้าพรรคเป็น 10 คน และตั้งกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนเพิ่มขึ้นอีกชุด
 
               "ไม่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะข้อเสนอของกรรมการการมีส่วนร่วมฯ ที่ว่านี้ ก็ต้องเสนอความเห็นเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค หากกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นด้วย อย่างเช่นการคัดเลือกตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่มีประโยชน์ คือ เสนอเข้ามาได้ แต่ไม่เอาด้วย ก็เหมือนเดิม ก็ไม่ต่างจากโครงสร้างเดิม ซึ่งก็มีกรรมการชุดต่างๆ ครบถ้วนอยู่แล้ว ทั้งคณะกรรมการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส. กรรมการกลาง ก็มีหมดแล้ว" แหล่งข่าวกล่าว
 
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ภายในพรรคประชาธิปัตย์ มีกระแสข่าวการปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ว่า หากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ถอดใจ เพราะมีแนวทางต่างกับนายสุเทพ กลุ่มนายอภิสิทธิ์ ก็เตรียมเสนอชื่อนายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต ส.ส.พิษณุโลก ขึ้นมาชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่แทน

 

'ยังเติร์กปชป.'ถกเขี่ย'มาร์ค'ดัน'สุรินทร์'แทน


               ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ที่เป็นยังเติร์ก ได้พูดคุยกันถึงทางออกของพรรคและทางออกของประเทศในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน โดยเห็นว่า การจะแก้ปัญหาประเทศได้เบ็ดเสร็จ ควรที่จะให้คู่ขัดแย้งทางการเมืองเว้นวรรคทางการเมืองเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลง
 
               กลุ่มยังเติร์กจึงมีแนวคิดว่า หากมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เว้นวรรคทางการเมือง และให้นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคแทน จะสามารถตอบโจทย์ให้กับประเทศได้และส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของพรรคว่าพร้อมเปลี่ยนแปลง และหากถึงเวลาที่เหมาะสม นายอภิสิทธิ์ ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคได้อีก
          
               "แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ เพราะเชื่อว่ามีสมาชิพรรคส่วนใหญ่ยังให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เพราะเป็นผู้เหมาะสมที่จะนำพาพรรคได้ แต่ยังถูกฝ่ายตรงข้ามนอกพรรคใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง " แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ปชป.ที่เป็น "ยังเติร์ก ระบุ