บรรยากาศเริ่มต้นด้วย ต่าย อรทัย กับเพลง ”แก้วรอพี่” สลับกับการฉายภาพผู้ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพุ่มพวง ต่อด้วยคัฑลียา มารศรี ตั๊กแตน ชลดา แมงปอ ชลธิชา เอิร์น เดอะสตาร์ หลิว อาจารียา ฝน ธนสุนทร และ สุนารี ราชสีมา

 งานนี้ทีมคอนเสิร์ตแกรมมี่ ระดมพลังสมอง สร้างฉากและการแสดงได้อย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ แม้โจทย์การทำงานจะยากด้วยความหลากหลายของนักร้องและเพลง แต่ก็ได้ถูกเรียงร้อยตามยุค จังหวะ อารมณ์เพลง และมีช่วงละครเพลง ”คืนนี้เมื่อปีกลาย” ”ดาวเรืองดาวโรย” ที่ย้อนยุควงดนตรีลูกทุ่งได้อย่างกลมกลืน โดยมีพิธีกร กล้วย เชิญยิ้ม กับโน้ต เชิญยิ้ม สร้างเสียงฮาเป็นระยะ

 ด้านทีมแดนเซอร์ที่อลังการงานสร้าง ต้องยกให้แก่ทีมคอนเสิร์ต เอ็ม-150 ลูกทุ่งซูเปอร์โชว์ ที่ขนชุดใหญ่มาโชว์แบบไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย จริงๆ

 นักร้องสาวหลายคนดูจะเกร็งกับบทเพลงที่นางพญาลูกทุ่งร้องไว้เป็นต้นแบบกันไม่น้อย ทำให้หลายคนถ่ายทอดเพลงออกมาได้ดีพอใช้ ซึ่งเพลงช้าบางเพลงเสียงต่ำหาย เพลงเร็วก็ถูกกลบด้วยดนตรี

 นักร้องที่โดดเด่นโดยไม่ต้องพึ่งพาองค์ประกอบอื่นใด สามารถยืนร้องเดี่ยวสะกดคนดูให้นิ่งสนิท คือ สุนารี ราชสีมา และไม่น่าเชื่อว่า เธอจะเป็นสาวคนเดียวที่เรียกเสียงฮา ทำเอาบรรยากาศลดความ ”เกร็ง” ลงไปได้มาก โดยเฉพาะมุก ”8 วันเดอร์เกิลส์” และสุนารีเป็นนักร้องสาวที่อายุน้อยที่สุดในคอนเสิร์ต

 ส่วนสาวที่ทั้งเก่งและงามสุดๆ ที่บรรดาแฟนเพลงหลังจากชมการแสดงแล้ว ต่างพร้อมใจเทคะแนนให้ ฝน ธนสุนทร ชนิดที่เด่นสง่าท่ามกลางแดนเซอร์

 คอนเสิร์ตจบอย่างประทับใจด้วยเพลงหมู่ ”โลกของผึ้ง” กับ ”ขอให้รวย” หลังจากนั้นนักร้องสาวทั้งแปดออกมานั่งเรียงกัน แจกลายเซ็นให้แฟนเพลงหน้าศูนย์วัฒนธรรมฯ ทำเอาแฟนเพลงที่ไปชมคุ้มสุดคุ้มที่ได้สัมผัสนักร้องกันอย่างใกล้ชิด
 
 คอนเสิร์ตครั้งนี้ น่าจะเป็นการชี้ให้เห็นได้อย่างหนึ่งว่า ใครคือนักร้องลูกทุ่งสาวที่น่าจะเดินตามเส้นทางความสำเร็จอย่างพุ่มพวง ดวงจันทร์เคยทำไว้  แฟนเพลงเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน