เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 ธ.ค.  ที่ห้องมหามกุฏ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนาหัวข้อ "โลกแตก 2012!!! ในเชิงวิชาการ...จริงหรือหลอก?" โดยมีการรวบรวมข้อมูลที่โยงเข้าสู่ประเด็นโลกแตก อาทิ ดาราศาสตร์ ดาวเรียงตัว พายุสุริยะ แผ่นดินไหว วิทยาศาสตร์ลวงโลกเป็นต้น ภายหลังมีกระแสเรื่องวันสิ้นโลก คำทำนายการล่มสลาย รวมทั้งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมาคาดการณ์จะเกิดขึ้น รวมทั้งทำนายเกี่ยวกับผลกระทบด้านภัยพิบัติร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นโดยไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลทางวิชาการอ้างอิง

              ผศ.พงษ์ ทรงพงษ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เรื่องตื่นเต้นคงไม่พ้นวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.นี้ มีการตีความ มีการโยงจากหลายเรื่องทั้งแผ่นดินไหว พายุสุริยะ ซึ่งพายุสุริยะที่เกิดขึ้นในอดีตเกิดขึ้นเพราะสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์แปรปรวนมีการบันทึกได้ 24 ครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2001 ซึ่งพายุสุริยะที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง อาจจะกระทบกับสัญญาณดาวเทียม และระบบการรับสัญญาณของโทรทัศน์เท่านั้น แต่ดวงอาทิตย์เป็นสิ่งที่ทำนายล่วงหน้าไม่ได้ หากจะมาบอกว่าวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะเกิดพายุสุริยะรุนแรงก็เป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้พายุสริยะมีจริง มีผลเกิดขึ้นจริง แต่มนุษย์ได้พัฒนาและระบบป้องกันตัวไว้แล้ว

              ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิชาการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กล่าวว่า ดวงอาทิตย์มีวันหมดอายุใน 4.5 พันล้านปี ก็จะเป็นดาวแดงดวงใหญ่ หรืออาจจะทำให้โลกร้อนก็จะเป็นโลกแตกในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็มีอายุไม่เกิน 100 ปี ดังนั้น หากมีข่าวเรื่องพายุสุริยะประชาชนต้องไล่ไปว่าเป็นผลกระทบเป็นแบบไหน หรืออย่างไร หรือให้สอบถามจากคนให้ข่าวนั้น ถ้าคนให้ข่าวไม่ยอมตอบแสดงว่าคนให้ข่าวนั้นไม่ทราบเรื่องพายุสุริยะจริง

              ด้านดร.ไพบูลย์ นวลนิล อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มีผู้เปิดประเด็นไม่ว่าจะแหล่งไหนบอกว่าพายุสุริยะจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ จริง ๆ แล้วเรื่องแผ่นดินไหวมีมายาคติจำนวนมากทำให้คนเข้าใจผิดรวมถึงนักวิชาการที่ออกสื่อก็เข้าใจผิดเรื่องแผ่นดินไหว เพราะแผ่นดินไหวเกิดทุกวัน ทุกนาที เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ เป็นปรากฎการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดของมวลมนุษยชาติ นอกจากนี้เปลือกโลกมี 15 แผ่น การเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้งก็ไม่ได้เกิดสะเปะสะปะ ซึ่งแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขนาด 6 ริกเตอร์ขึ้นไปจะเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของเปลือกโลก ซึ่งแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมืองไทยคลื่นพื้นผิวจะเดินทางไปทุกตำบลภายใน 4 นาที แต่หน่วยงานไหนของไทยยังเตือนแผ่นดินไหวไม่ได้

              ดร.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนความเชื่อมโยงของพายุสุริยะเกี่ยวกับแผ่นดินไหวนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้อง เพราะสถิติไม่ได้สอดคล้องกับปฎิกิริยาของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ผ่านมาบนดวงจันทร์เคยมีบันทึกเกิดแผ่นดินไหว 2 พันกว่าครั้ง แต่แค่ขนาด 2 ริกเตอร์ หากพายุสุริยะมีผล เหตุใดดวงจันทร์ไม่แตกไปแล้ว นอกจากนี้ ความเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดเล็กดี ๆ ดีกว่าจะเกิดขนาดใหญ่ ๆ ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะหากเกิดขนาด 5 ริกเตอร์ ก็ต้องไหวพันครั้งถึงจะไหวเท่าขนาด 7 ริกเตอร์ จึงมาเทียบกันไม่ได้ว่าเกิดเล็ก ๆ จะไม่เกิดใหญ่ ทั้งนี้ปรากฎการณ์ธรรมชาติทั้งพายุสุริยะและแผ่นดินไหวเกิดขึ้นคนละปรากฎการณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

              "การเตรียมรับมือของหน่วยงานในสภาวะวิกฤติขณะนี้ยังไม่มี คนในพื้นที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ พอมีข่าวก็หวั่นไหวกันทั้งประเทศ เพราะไม่มีคนสนใจทางวิชาการ"ดร.ไพบูลย์กล่าว

              ขณะที่ดร.สธน วิจารณ์ลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ความเชื่อเรื่องโลกแตกไม่ได้มีเฉพาะชนเผ่ามายา เพราะเกิดขึ้นในทุกอารยะของมนุษย์ ซึ่งชนเผ่ามายาได้รับความสนใจมานาน โดยปฏิทินมายานั้นเป็นเครื่องมือในการนับวันของคน ไม่มีคนก็ไม่มีปฎิทิน การที่ปฎิทินจะเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติคงจะยาก เรื่องนี้เกิดจากนักเขียนคนหนึ่งบอกจะมีการสิ้นสุดของโลกวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012 ขณะที่การเกิดพายุสุริยะต้องใช้เวลามาถึงโลก 4 วัน ถ้าจะเกิดขึ้นวันที่ 21 ธ.ค. ต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ไม่มีรายงานการเกิดพายุสุริยะ ส่วนกระข่าวลือดาวเคราะห์นิบิรุใหญ่กว่าโลก 4 เท่าจะพุ่งชนโลกนั้น ถ้าวันนี้มีดาวเคราะห์นิบิรุบนท้องฟ้าเพื่อจะมาชนโลกเราจะต้องมองเห็นแล้ว ไม่ต้องกังวล

              "ส่วนประเด็นโลกถูกหลุมดำดูดเข้าไปนั้น ยังอยู่ห่างไกลออกไปมาก นาซาก็ประกาศมาว่าไม่เข้าใจทำไมคนเข้าใจว่าทำไมโลกจะเคลื่อนที่เข้าไป จึงเป็นเรื่องไร้สาระอย่างมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมาตามนัด โดยเฉพาะวันที่ 26 ธ.ค.ทุกปี มีคนพยายามพูดถึงเรื่องนี้ว่าภัยธรรมชาติมีอยู่ อาจเกิดขึ้นมาได้ ดังนั้น เรื่องโลกจะแตกเพราะคน ความแตกแยกของคน คนที่จะฆ่ากันเองก่อน"ดร.สธนกล่าว และว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะมีคนนำเรื่องนี้ไปหาประโยชน์ทั้งนั้น อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณก่อนจะเสียเงินเช่นกัน