วันที่ 18 ธ.ค. 2555 เนื้อหอมไม่แพ้นักเตะรายอื่นสำหรับ 'เจ้าอุ้ม' ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายจอมบุกทีมชาติไทย จากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มได้สวยหรูทั้งฟุตบอลลีกและทีมชาติไทย และลูกยิงประตูย้ำชัยชนะต่อ มาเลเซีย ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสโมสรในเมืองไทยและต่างประเทศให้ความสนใจอยากได้ไปร่วมทีมนั้น

               'เจ้าอุ้ม' เปิดเผยว่า ดีใจหากมีสโมสรทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศให้ความสนใจอยากให้ไปร่วมทีม ซึ่งเรื่องนี้มีเพียงแต่กระแสข่าวเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่หากสนใจจริงก็ต้องไปเจรจากับต้นสังกัดเอง อีกทั้งตอนนี้ขอทุ่มเทให้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเพียงอย่างเดียว

               'แม้ว่าฟอร์มการเล่นจะยอดเยี่ยม แต่ยังต้องใช้เวลาในการสร้างกระดูกอีกพอสมควร ดังนั้นหากจะให้ไปเล่นในยุโรปตอนนี้ก็คงยังไม่ถึงเวลา แต่หากเป็นระดับเอเชียอย่าง เจลีก หรือเคลีก เชื่อว่าศักยภาพเล่นได้ เพราะจากที่เคยลงเล่นในศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฝีเท้าไม่ได้แตกต่างกันเลย เรื่องแพ้ชนะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทีมมากกว่า แต่ถ้าถามถึงความฝันในการเล่นฟุตบอลอาชีพ อยากไปมากที่สุดก็คือ เจลีก ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นในช่วงนี้ยังไม่คิดย้ายทีมไปเล่นที่ไหน ขอพาทีมปราสาทสายฟ้า ทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมาให้ได้อีกครั้งหนึ่ง'

 


'โค้ชป้ำ'ไม่กดดันคุมทัพ'อีสาน'

               ด้าน 'โค้ชป้ำ'วรรณ ชิตะวณิช กุนซือมากความสามารถ ได้เข้าไปนั่งเป็นเฮดโค้ชให้ทีม 'กูปรีอันตราย' อีสาน ยูไนเต็ด แทนที่ 'โค้ชยงค์' พยงค์ ขุนเณร ที่ย้ายไปคุมทีมสุพรรณบุรี

               'โค้ชป้ำ' กล่าวว่า ไม่หนักใจและไม่กดดันกับการเข้ามาคุมทีมอีสาน ยูไนเต็ดเลย เพราะทั้งผู้บริหารทีมและบรรดานักเตะให้ความร่วมมือเต็มที่ ทำให้มีความอบอุ่นมาก ส่วนเรื่องการเตรียมทีมนั้น แม้ว่ายังไม่มีการเตรียมทีมร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้จะฝึกซ้อม 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น แต่จะเริ่มเตรียมทีมเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.เป็นต้นไป นอกจากนี้กำลังพิจารณานักเตะตำแหน่งกองหน้าจากต่างประเทศมาเสริมทีมอีก 1 คน ก็น่าจะเพียงพอกับการทำศึกฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013 ส่วนเป้าหมายนั้นก็หวังว่าจะทำผลงานได้ไม่น้อยกว่าฤดูกาลที่แล้ว

               'ส่วนเรื่องของทีมชาติไทย ที่กำลังลงสู้ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศกับสิงคโปร์นั้น ในฐานะที่ผมเคยคุมทีมฟุตบอลลีกอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์มาร่วม 10 ปี ก็อยากฝากข้อคิดไปถึงทีมชาติไทย ให้ระวังลูกโยนจากด้านข้างและลูกตั้งเตะให้ดี เพราะมีประสิทธิภาพดีทีเดียว อีกทั้งทีมนี้เล่นกันมานาน เรื่องระบบทีมเวิร์คดีมาก แต่ยังมั่นใจศักยภาพชาติไทยมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์มาครองได้'


'น้าฉ่วย'รับ'ปลาทู'มีนักเตะแค่ 6 คน

               ส่วนทางด้าน 'น้าฉ่วย' สมชาย ชวยบุญชุม ตัดสินใจคุมทีม 'ปลาทูคะนอง' สมุทรสงคราม ลุยศึกไทยพรีเมียร์ลีก อีก 1 ฤดูกาล และเตรียมซื้อนักเตะจากทีทีเอ็ม อดีตแข้งลูกหม้อทีมปลาทูคะนอง มาเสริมทัพอีก 4 คนนั้น

               'น้าฉ่วย' กล่าวว่า การคุมทีมปลาทูคะนอง ฤดูกาลนี้เป็นเรื่องที่ลำบากใจมาก เพราะตอนนี้มีนักเตะอยู่ในมือแค่ 6 คนเท่านั้น โดยเป็นนักเตะเก่าจากฤดูกาลที่แล้วที่เหลืออยู่เพียง 4 คน และนักเตะที่ดึงเข้ามาใหม่อีก 2 คน และกำลังรอผลการเจรจากับทีทีเอ็ม เพื่อขอซื้อ 4 นักเตะลูกหม้อที่เคยเล่นให้ทีมปลาทูคะนอง ขณะเดียวกันก็กำลังเจารจาขอซื้อนักเตะจากทีมในลีกดิวิชั่น 1 และลีกภูมิภาค เพื่อให้ได้นักเตะอย่างน้อย 20 คน แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูท่าทีจากผู้บริหารทีมอีกครั้งว่ามีงบประมาณให้เท่าไหร่ จะได้วางแผนในการซื้อนักเตะได้ถูกต้อง


               'ยอมรับว่าฤดูกาลใหม่จะเป็นงานที่หนักมากๆ เพราะเวลานี้ยังได้นักเตะไม่ถึง 10 คนเลย แต่ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ วันที่ 19 ธ.ค.นี้ ก็จะเรียกนักเตะเข้ามาฝึกซ้อม แม้จะมีนักเตะแค่ 6 คนก็ตาม ซึ่งจากนี้ไปก็ต้องเร่งหานักเตะเข้ามาเสริมทีมให้เร็วที่สุด เพราะถ้าเราเตรียมทีมช้า จะทำให้เราลำบากมากยิ่งขึ้น'

 

'โค้ชเตี้ย'เล็งฉกแข้งสิงคโปร์ร่วมทีม

               ขณะที่น้องใหม่ที่น่าจับตามองไม่แพ้ทีมอื่น สำหรับ 'แข้งเทพ'แบงค็อก ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ 'โค้ชเตี้ย' สะสม พบประเสริฐ ที่สามารถพาทีมก้าวขึ้นมาสู่ไทยพรีเมียร์ลีกได้อย่างเหลือเชื่อ

               'โค้ชเตี้ย' ได้เปิดเผยถึงการเตรียมทีมว่า ตอนนี้ทีมมีการขยับการฝึกซ้อมกันบ้างแล้ว โดยใช้นักเตะจากชุดดิวิชั่น 1 เป็นส่วนใหญ่ และกำลังหานักเตะทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเพิ่มอีกไม่น่าจะเกิน 5 คน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะนักเตะที่มีอยู่ศักยภาพใช้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บให้เฉียบขาดมากขึ้นเท่านั้น

               'ยอมรับว่าฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013 ค่อนข้างแรงมากๆ เนื่องจากคุณภาพของแต่ละทีมแข็งแกร่งทั้งนั้น ดังนั้นเป้าหมายเราในฤดูกาลแรกสำหรับไทยพรีเมียร์ลีก ขอแค่ไม่ตกชั้นก็น่าจะประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนนักเตะในรายของ เฌเรมี เอ็นฌิตัป อดีตนักเตะเชลชี ตอนนี้ยังรอคำตอบอยู่ รวมไปถึงนักเตะทีมชาติซีเรีย แต่เรายังไม่รีบเซ็นสัญญาในตอนนี้ เพราะยังมีเวลา ส่วนที่น่าสนใจอีกคนคือนักเตะทีมชาติสิงคโปร์ ชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่ยอมลงทุนบินไปดูในเกมที่เล่นกับฟิลิปปินส์ หากยังไม่มีทีมไหนซื้อไปก่อน ก็พร้อมที่จะซื้อเข้ามาเสริมทีมอีกคน'