ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 55  ตำรวจชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงภูธร จ.อุบลราชธานี นำโดย พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เดชะคำภู รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้เข้าควบคุมตัว นายณรงค์ ชูทรัพย์ อายุ 43 ปี ชาวอำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของไม้พะยูงท่อนขนาดความยาว 2 เมตร จำนวนมากกว่า 600 - 700 ท่อน ที่ตำรวจตรวจยึดได้ขณะซ่อนอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มขบวนการได้เช่าที่ดิน และบ้านเรือนของชาวบ้าน สำหรับใช้เป็นแหล่งพักและเก็บไม้พยูงท่อน เพื่อรอการขนย้ายส่งไปประเทศที่สามด้วยเส้นทาง อ.บ้านแพง จ.นครพนม 

          สำหรับการตรวจยึดไม้พะยูงมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจตู้ยามศรีไค อ.วารินชำราบ ได้เรียกตรวจค้นรถยนต์กระบะ นิสสัน ฟรอนเทีย สีบรอน์เงิน ทะเบียน บง 6173 อ่างทอง ที่แล่นมาจาก อ.เดชอุดม มุ่งหน้าเข้า อ.วารินชำราบ ตรวจสอบพบว่า ดัดแปลงรถเป็นหลังคาสองชั้น ปิดเปิดได้ เปิดออกดูพบไม้พะยูงท่อน ซุกซ่อนอยู่ภายใน จำนวน 6 ท่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม

          ต่อมานายณรงค์ ชูทรัพย์ ได้อ้างเป็นเจ้าของไม้พะยูงพยายามให้สินบนตำรวจ จำนวน 150,000 บาท ซึ่งได้พาไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อเคลียร์คดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอม และได้ขยายผลการจับกุมได้ตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมจำนวน 5 คน รวมทั้งรถยนต์กระบะที่ดัดแปลงในลักษณะเดียวกัน รวม 4 คัน และได้ทำการตรวจยึดไหม้พะยูงท่อน ที่มีความยาวท่อนละ 2 เมตร ที่ทางกลุ่มขบวนการ ได้ทำการเช่าที่ดินไว้รวมทั้งได้ก่อสร้างรั้วคอนกรีตปิดล้อมเอาไว้ รวมทั้งได้เช่าบ้านเรือนของชาวบ้านที่บริเวณท้ายหมู่บ้านเอาไว้สำหรับการซุกซ่อนไม้พะยูง เป็นจุด ๆ รวม 4 จุดภายในพื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์ 

          นายณรงค์ รับสารภาพว่า เป็นเจ้าของไม้พะยูงทั้งหมด ทำมานานกว่า 6 - 7 เดือน โดยรับไม้พะยูงจากด้าน อ.น้ำยืน ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย พื้นที่ชายแดนด้านไทย - กัมพูชา แล้วนำมาพักไว้ในพื้นที่ อ.วารินชำราบ เพื่อรอการขนส่งและขนย้ายเพื่อส่งประเทศที่สาม ผ่านด้านอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเที่ยวละ 20,000 บาท

          พล.ต.ท ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 กล่าวว่า การจับกุมที่ผ่านมา มักจะได้เพียงบุคคลที่อยู่ปลายทางซึ่งเป็นผู้รับจ้างให้มาปฏิบัติการเท่านั้น การจับกุมครั้งนี้ จะต้องเป็นคดีตัวอย่าง ชุดจับกุมต้องขยายผลหาพยานหลักฐานเพื่อสาวถึงผู้บงการ ซึ่งเป็นขบวนการใหญ่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเป็นล่ำเป็นสัน โดยทางลับพบข้อมูลสำคัญมีเจ้าหน้าที่รัฐ รู้เห็นเป็นใจ เพราะฉะนั้นตำรวจอุบลฯ ต้องสืบสวนหาเส้นทางการกระทำผิดให้ได้ชัดเจนว่าทำไมไม้ของกลาง จึงสามารถลักลอบเข้ามาในพื้นที่ได้ หากมีการจ่ายส่วยรายทาง ก็จะต้องมีผู้ร่วมกระทำผิด เบื้องต้นได้สั่งการให้ พล.ต.ต กรกต  สาริยา รอง ผบช.ภาค 3 รับผิดชอบดูแลคดีนี้ พร้อมรายงานความคืบหน้ามาเป็นระยะ