ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 55  เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนของทุกปี มักจะมีข่าวการป่วยและการเสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ซึ่งมักจะได้รับรายงานมากในช่วงเริ่มต้นของฤดูฝน ซึ่งจะมีเห็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คือช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึงมิถุนายน มักพบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตจะเกิดจากการรับประทานเห็ดธรรมชาติและเห็ดป่า โดยเฉพาะเห็ดที่ขึ้นตามภูเขา โดยที่เห็ดพิษมีหลายชนิดทำให้เกิดอันตรายถึงเสียชีวิตได้

          ในทุก ๆ ปี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก จะได้รับรายงานการป่วยเป็นกลุ่มก้อนและการเสียชีวิตจากเห็ดพิษมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงเริ่มฤดูฝน ในบริเวณพื้นที่ที่มีสภาพพื้นที่ของภูเขาเป็นส่วนใหญ่ และกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงอยู่ในช่วง 5 ถึง 14 ปี ผู้ที่รับประทานเห็ดพิษส่วนใหญ่จะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ง่วงนอน ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือท้องเสีย บางรายที่มีร่างกายอ่อนแอหรือเป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจจะเป็นอันตราย ถึงเสียชีวิตได้ เห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ในฤดูฝนมีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดที่มีพิษ แยกได้ยาก เห็ดที่รับประทานไม่ได้เนื่องจากมีพิษ ได้แก่ เห็ดตับเต่าบางชนิด เห็ดระโงกหิน เห็ดสมองวัว เห็ดน้ำหมึก เห็ดหิ่งห้อย เห็ดเกล็ด และเห็ดอื่น ๆ อีกหลายชนิด ลักษณะของเห็ดที่ไม่ควรบริโภค ได้แก่ เห็ดที่เป็นสีน้ำตาล เห็ดที่มีหมวกเห็ดสีขาว เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคน เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่ เห็ดที่มีปุ่มปม เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูปๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา เห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมองหรืออานม้า เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นที่มูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์

          ดังนั้นจึงขอเตือนให้พี่น้องประชาชนระมัด ระวังอันตรายจากการรับประทานเห็ด โดยให้เก็บแต่เห็ดที่มีรูปร่างลักษณะสมบูรณ์เท่านั้น หลีกเลี่ยงเก็บเห็ดที่แก่หรือเริ่มเน่าเปื่อย อย่ารับประทานเห็ดที่สงสัยไม่รู้จักและไม่แน่ใจ ควรรู้จักและจดจำเห็ดพิษที่สำคัญซึ่งมีพิษรุนแรงถึงตายได้ ถ้าจำเป็นต้องรับประทานเห็ดที่ยังไม่แน่ใจ ควรชิมเพียงเล็กน้อยเพื่อดูอาการเสียก่อน การปรุงอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ต้องระมัดระวัง คัดเห็ดที่เน่าเสียออกและระมัดระวังอย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา (แอลกอฮอล์) เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันที ถ้าหากดื่มสุราหลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง แม้แต่เห็ดพิษอื่นทั่วไป หากดื่มสุราเข้าไปด้วย ก็จะเป็นการช่วยให้ พิษกระจายได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นอีก

          เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวแนะนำต่อว่า อาการพิษของเห็ดจะแสดงอาการหลังกินหลายชั่วโมง ซึ่งพิษกระจายไปมากแล้ว จึงจำเป็นต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลก่อนส่งแพทย์ด่วน ต้องทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มาก และดูดพิษโดยใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน ที่เรียกว่าActivated charcoal ให้ดื่ม 2 แก้ว แก้วแรกให้ล้วงคอให้อาเจียนออกมาก่อน แล้วดื่มแก้วที่ 2 ล้วงคอให้อาเจียนอีกครั้ง นำส่งแพทย์พร้อมตัวอย่างเห็ดหากเหลืออยู่ ห้ามล้างท้องด้วยการสวนทวารหนัก หากรับประทานเห็ดแล้วมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศรีษะ หรือถ่ายเหลว ร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านทันที