จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุม นายเจเรมี่  สัญชาติอเมริกัน, นายลูอิส สัญชาติอเมริกัน อดีตทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา และนายเอกบดินทร์  ผู้ต้องหาก่อเหตุอุ้ม นายเวน ยู ซุง ผู้เสียหายชาวไต้หวัน ไปเรียกค่าไถ่จากในปมขัดแย้งทางธุรกิจจัดซื้อถุงมือทางการแพทย์ โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะถูกกลุ่มชาวต่างชาติอุ้มออกจากร้าน โดยมี พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี รอง ผกก.6 บก.จร. ร่วมกระทำผิดด้วย เหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้น 

 

จับเพิ่ม อีก 2 แก๊งอุ้มข้ามชาติ

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ รอง ผบก.น.5 รรท.ผกก.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี รอง ผบก.น.5 ได้สั่งการให้ กก.สส.บก.น.5 และ สน.ทองหล่อ บูรณาการกำลังออกสืบสวนจับกุม แก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวต่างชาติดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

กระทั่งวันนี้ นายโรเบิร์ต  สัญชาติอเมริกา หนึ่งในผู้ต้องหาขบวนการแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวต่างชาติ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา “ร่วมกันเรียกค่าไถ่, พยายามฆ่า, อั้งยี่, ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้านจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ ร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน"

 

จับเพิ่ม อีก 2 แก๊งอุ้มข้ามชาติ

 

เบื้องต้นเจ้าตัว ให้การปฏิเสธ อ้างว่าวันเกิดเหตุ ได้ถูกนายไมเคิลหรือไมค์  ผู้ต้องหาสัญชาติอิสราเอลอีกราย ชักชวนให้มาช่วยเจรจากับผู้เสียหาย เนื่องจากเจ้าตัวเป็นนักธุรกิจ เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้าถุงมือทางการแพทย์ ทำให้ทางผู้เสียหายเชื่อ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ปรากฎว่า ไม่เป็นไปตามที่ตกลง เพราะตนมีหน้าที่มาช่วยเจรจาเท่านั้น แต่กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์มาลงมืออุ้มผู้เสียหายไป ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวน คุมตัวส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ตลอดจนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจได้มีการจับกุมตัว นายอธิวัฒน์ ได้ที่บริเวณซอยโปโล แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของนายไมเคิล ได้รับค่าจ้างมาในวันเกิดเหตุ 1,000 บาท ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว

 

จับเพิ่ม อีก 2 แก๊งอุ้มข้ามชาติ

โดยจากแนวทางการสืบสวนในคดีนี้นั้น ทราบว่า กลุ่มคนร้ายมี จำนวน 18 คน ได้แก่ นายลูอิส (สัญชาติอเมริกา) นายไมเคิลหรือไมค์  (สัญชาติอิสราเอล) นายโรเบิร์ต(สัญชาติอเมริกา) นายเจเรมี่  (สัญชาติอเมริกา) ชายต่างชาติปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด นายแมทธิว (สัญชาติอเมริกา) พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี ชายปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด นายอธิวัฒน์ นายฉลาดหรือสตีฟ  นายชัชวาลย์หรือทิม นายธุวานนท์หรือวิว  ชายไทยตามภาพจากกล้องวงจรปิดชายต่างชาติปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด นายเอกบดินทร์หรือเคน ส.ต.ท.ยุทธสาน ส.ต.ท.ศตวรรษ น และนายแดนเงนหรือหรั่ง 
 
อย่างไรก็ดีทาง พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีนี้ไปแล้ว จำนวน 15 ราย สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไปแล้ว จำนวน 13 ราย ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตาม จำนวน 2 ราย โดยเฉพาะ นายไมเคิล ผู้ต้องหาที่ นั้น สืบทราบว่า ขณะนี้ได้หลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามตำรวจมีแนวทางการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ก่อเหตุในลักษณะนี่มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ หากผู้ใดมีข้อมูลคาดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุนี้ สามารถแจ้งรายละเอียดได้ที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ โทร. 023902245 ตลอด 24 ชม.

สำหรับผลการปฏิบัติในครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างผู้เสียหาย หน่วยงานระหว่างประเทศ รวมไปถึงข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของทั้งเอกชน และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ กทม. ซึ่งได้ใช้ในการพิสูจน์ทราบพฤติการณ์ และอัตลักษณ์ของผู้ก่อเหตุ จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้