“เจ้าคุณเจือ”ยืนยันใช้หลักพุทธศาสนาแก้ปัญหากลุ่มอุทธิพลฮุบวัดอินทาราม ต.ซกะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช -หลังหลายฝ่ายเพิ่งตื่นระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนทุบกำแพงวัด ปักเสากั้นพื้นที่และตัดต้นไม้ -ในขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างข้าง ๆ คู ๆ ต้องการกั้นพื้นที่ไม่ให้รถวิ่งรบกวนการประกอบศาสนพิธีของพระสงฆ์

               จากกรณีที่ พระราชปริยัติเวที หรือ “เจ้าคุณเจือ” เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ช่วยเหลือพระพุทธศาสนากรณีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บุกรุกที่วัดอินทาราม หมู่ 3 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง  จ.นครศรีธรรมราช  ตัดต้นไม้ ทุบทำลายกำแพงวัด และนำเสาปูนไปปักกั้นพื้นที่ภายในวัดเป็นของตัวเองโดยพละการไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง  พร้อมมอบภาพถ่ายเหตุการณ์ที่กลุ่มอิทธิพลเข้าไปภายในวัดตัดต้นไม้ ทุบทำลายกำแพงวัด และนำเสาปูนไปปักกั้นพื้นที่ภายในวัดเป็นหลักฐาน ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

 

(28 เม.ย.) ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอทุ่งสง พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ ร่มโพธิ์ขวัญ ผกก.สภ.กะปาง นายอำเภอทุ่งสง สมาชิกสภาจังหวัด,กำนันฯ,ปลัดเทศบาลฯ รวมทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าภาพที่ปรากฏทางสื่อมวลชนเป็นเรื่องจริงทุกประการ  ทาง พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิต รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จึงประสานให้พระราชปริยัติเวที รักษาการเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้แจ้งความร้องทุกข์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามกฎหมาย แต่พระราชปริยัติเวทียืนยันทางวัดและคณะสงฆ์จะไม่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ขอให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามแต่จะดำเนินการได้

               ต่อมาในวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมเกียรติ ร่มโพธิ์ขวัญ ผกก.สภ.กะปาง ได้ทำหนังสือชี้แจงรายงานผู้บังคับบัญชาว่ากรณีมีการเสนอข่าวเดลินิวส์ และสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับกลุ่มบุคคลเข้าไปรื้อกำแพงวัด, ปักเสา, ตัดต้นไม้ ภายในวัดอินทาราม ม.3 ต.กะปาง อ.กะปาง จว.นครศรีธรรมราช นั้น  วันนี้ (28 เม.ย.64) เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ ร่มโพธิ์ขวัญ ผกก.สภ.กะปาง ,นายอำเภอทุ่งสง ,สมาชิกสภาจังหวัด,กำนันฯ,ปลัดเทศบาลฯ ตัวแทนวัด(ฝ่ายประชาชน) ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวปรากฎดังนี้ 1. กลุ่มชาวบ้าน(ตัวแทนวัดและประชาชน) ได้ทำการเข้าทำการรื้อกำแพงวัด-ตัดต้นไม้ เพื่อทำประตูวัดและป้ายโรงเรียนขึ้นมาใหม่เนื่องจากประตูเก่าชำรุดและรถที่เข้ามาในวัดและโรงเรียนอนุบาลวัดอินทาราม รบกวนกิจของสงฆ์ 2. กรณีปักเสา ตัวแทนประชาชนแจ้งว่าเพื่อกันรถที่จะเข้ามาโรงเรียนฯ ไม่ให้รบกวนผู้ประกอบพิธีทางศาสนา 3. ซึ่งการกระทำของตัวแทนประชาชน มิได้แจ้งให้รักษาการเจ้าอาวาส คือพระราชปริยัติเวที (ท่านเจ้าคุณเจือ) ทราบแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดปัญหาและปรากฎเป็นข่าวข้างต้น  4. จากการประสานกับเจ้าอาวาส นายอำเภอทุ่งสง ได้ความว่าจะนัดเจรจาเรื่องดังกล่าวในวันอังคาร ที่ 4 พ.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.กะปาง หากมีผลประการใดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป   จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

ทางด้านพระราชปริยัติเวที หรือ “เจ้าคุณเจือ” กล่าวว่า ตามรายงานชี้แจง 4 ข้อนั้นอาตมาขอเรียนว่าที่อ้างว่ามีกลุ่มตัวแกทนชาวบ้าน ตัวแทนวัดและประชาชน มาอ้างอย่างนี้ได้อย่างไร ใครเป็นคนแต่งตั้งตัวแทนวัด ตัวแทนประชาชน วัดเป็นนิติบุคคลเจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจในการบริการจัดการในวัด การแต่งตั้งตัวแทนวัดที่อ้างนี้นแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ใช้อำนาจอะไร เจ้าอาวาสจะเป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งอาตมาไม่ได้แต่งตั้งให้ใครมีอำนาจเข้าไปทุบกำแพง ปักปันกั้นแนวเขตและตัดต้นไม้ในวัด แค่การอ้างว่าเป็นตัวแทนวัด ตัวแทนชาวบ้านแบบเถื่อน ๆ ก็สามารถเข้าไปทำอะไรอย่างไรในวัดได้แล้วหรือ  เรื่องทั้งหมดมันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมีที่มาที่ไปและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่จะได้จากวัด กลุ่มผู้ก่อเหตุมาอ้างกับเจ้าหน้าที่ทางเจ้าหน้าที่ก็เชื่อทั้งหมดอย่างนั้นหรือ

               “แนวทางการแก้ไขปัญหานั้นถ้าเรายึดหลักพระพุทธศาสนาคือหลักความเมตตาธรรมให้ทุกคนมองทุกฝ่ายในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมเกิดแก่ เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ใครมีอำนาจหน้าที่ก็ทำตามอำนาจหน้าที่หรือบทบาทของตัวเอง อย่าไปละเมิดอำนาจ หน้าที่ของผู้อื่น มันก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้  ไม่มีปัญหาทะเลาะอะไรกัน แต่ที่มีปัญหาเพราะ มีคนที่เข้าใจผิดในบทบาทหน้าที่และมาจัดการนอกเหนือหน้าที่ของตน อย่างกรณีนี้กลุ่มบุคคลกลุ่มดังกล่าวอยู่ที่บ้านก็ควรจะจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อย แต่กลับมาจัดการเรื่องที่วัดมันผิดบทบาท หน้าที่ มันหลงประเด็นกันไปหมด ดังนั้นจะต้องมานั่งโต๊ะกลมทำความเข้าใจถึงกฎกติกาของบ้านเมืองของสังคมและต้องยอมรับในกฎกติกา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ มันจะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้  เราอยู่ร่วมกันก็ต้องยอมในฎกติกา ความคิดอาจจะต่างกันแต่ต้องไม่ทะเลาะ ไม่ประหัตประหารกัน นี่คือหลักการเบื้องต้น ต้องสงวนจุดต่างแสวงหาจุดร่วมกันให้ได้”

               เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันวัดอินทารามมีอาตมารักษาการเจ้าอาวาส และมีพระภิกษุ 4 รูปโดยอาตมาได้แต่งตั้งให้พระสมพร ดูแลวัดและให้บริการญาติโยมที่เข้ามาใช้บริการในวัด โดยยังไม่ได้สามารถแต่งตั้งเจ้าอาวาสได้ จากการที่อาตมาติดตามมา 4-5 ปี รู้ว่าที่พระอยู่ไม่ได้เพราะคนกลุ่มนี้แหระ หากพระไม่เอื้อ ไม่เข้ากับเขา พวกเขาจะกดดันสร้างสถานการณ์จนพระอยู่ไม่ได้ และจะอ้างว่าคณะสงฆ์ไม่รับผิดชอบอย่างโน้นอย่างนี้  ขอย้ำว่าถ้าทุกคนทุกฝ่ายยอมรับกฎกติกาก็จะไม่มีปัญหาที่มีปัญหาเรื่องแบบนี้ และพระไม่อยากมีปัญหากับชาวบ้านพระก็เลยต้องถอย เมื่อพระถอยก็เข้าทางคนกลุ่มนี้พอดี  พระราชปริยัติเวที กล่าวในที่สุด.

 

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค นครศรีธรรมราช