เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 27 เมษายน 2564 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) กล่าวย้ำการจับดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกเคหสถาน 

     โดยยืนยันว่า ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย การปรับครั้งแรกต้องปรับขั้นต่ำ 6,000 บาท ความผิดครั้งที่ 2 12,000 บาท และ ความผิดครั้งที่ 3 สูงสุดเป็นเงิน 20,000 บาท 

     แต่ทั้งนี้ กฎหมายมีหลักเกณฑ์ลดค่าปรับได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นตามสภาพของบุคคล เช่น เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ผู้ที่มีภาพสังคมเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเสียค่าปรับ เป็นต้น  

     ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถพิจารณาให้น้อยกว่าที่กำหนดได้ โดยต้องไปต่ำกว่า 1 ใน 3 จ่ายไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท

     โดยตามหลักเกณฑ์ของกฏหมาย หากผู้ถูกกระทำผิดไม่ยินยอมให้ปรับขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท หรือ ไม่สามารถนำค่าปรับมาเสียตามที่เปรียบเทียบได้แล้ว พนักงานสอบสวนต้องทำสำนวนคดีส่งฟ้องศาล เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจพิจารณาต่อไป    
 
 

     พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนใช้วิจารณญาณในการดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย

     แต่ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการออกข้อบังคับเพื่อระงับยับยั้งโรคระบาด เนื่องจากข้อประกาศของแต่ละจังหวัดมีเจตนาที่เขียนไว้ชัดเจน ว่าเมื่อออกนอกเคหสถานให้สวมใส่หน้ากากฯ 

     "จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการพิจารณาปฏิบัติตามข้อประกาศ เพราะเชื่อว่า คงไม่มีตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปสอดส่องผู้กระทำผิด ได้อย่างทั่วถึง พร้อมกำชับตำรวจในจังหวัดที่ออกคำสั่งให้สวมหน้ากาก ให้บังคับใช้กฎหมายเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน" พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว

     พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า ซึ่งยอมรับว่าความเข้าใจคลาดเคลื่อนมีอยู่บ้าง แต่ไม่ทำให้ผลการปฏิบัติเสียหาย ตอนนี้ได้ทบทวนซักซ้อมทำความเข้าใจอัตราค่าปรับกันแล้ว ปัญหากฎหมายใหม่ที่เราไม่เคยใช้กันมาก่อน 

     "ตนคิดว่าต้องปรับตัวอีกสักระยะหนึ่ง แต่มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายแบบวิญญูชนทั่วไป ไม่จับตะพึดตะพือ โดยจะรับข้อคิดเห็นจากสังคม เพื่ออุดช่องว่าง" พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว