จากการจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพฯใต้ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายวิรัฐ กาเผือก หรือ ป๋อง อายุ 26 ปี  นายวัชระ เชียงฉิน หรือ โบ้ อายุ 22 ปี นายชาตรี ศรีสมบัติ หรือ โจ อายุ 18 ปี และนายนพเก้า อบถม หรือ ตูมตาม อายุ 26 ปี จากความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ หรือ มายด์ พนักงาน พีอาร์ สถานบันเทิง ย่านพระราม 3 และการได้รับบาดเจ็บของ น.ส.จันฑมาศ เมืองวัฒนะ หรือ พลอย เพื่อนของมายด์ จากฤทธิ์ของ ‘เคนมผง’ เหตุเกิดในบ้านพัก ถ.จันทร์ ซอย 31

ล่าสุด ช่วงเย็น วันที่ 13 มกราคม 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผกก.สน.วัดรพระยาไกร สั่งการให้พนักงานสอบสวน คุมตัว 4  ผู้ต้องหาในคดี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยในจุดแรก บ้านพักในซอยจันทร์ 31 ที่มีผู้เสียชีวิต​ การทำแผนประกอบสำนวนคดี'เคนมผง'ในวันนี้ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ตำรวจ​คุมตัว นายป๋อง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ นายโบ้ เพื่อนของนายป๋อง​ และเป็นเพื่อนของมายด์​ หญิงสาวที่เสียชีวิต​ ส่วนนายโจ และนายตูมตาม ผู้ต้องหาร่วม​ นั่งอยู่ในรถตู้​  จากนั้น ตำรวจนำตัวไปทำเเผนอีกหนึ่งจุด ย่านพระราม3 โดยการชี้จุดที่บริเวณใกล้ชุมชนโรงสี​ ซึ่งเป็นสถานที่ซื้อขายยา ​ 

คุม 4 ผู้ต้องหาทำแผนมั่วสุมเสพ "เคนมผง " ฝากขังพรุ่งนี้

ส่วนการทำแผนของ นายป๋อง​ เเละ​ นายโบ๋​ ซึ่งได้ชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณชั้นบนของบ้านพัก ที่รวมกันเสพ 'เคนมผง'​ จากนั้นตำรวจคุมตัวทั้ง 2 ลงมาบริเวณ​ชั้นล่าง​ จุดที่ร่วมนั่งดื่มเบียร์ โดยมีแม่ของผู้ต้องหาที่ปล่อยโฮ นั่งร้องไห้ ซึ่งนายป๋อม​ จึงเข้าไปกอด พร้อมปลอบให้เเม่ของตัวเองเข้มแข็ง 

ด้านพ่อของผู้ต้องหา เปิดใจกับทีมข่าว รู้สึกเสียใจที่เลี้ยงลูกไม่ดีเพราะต้องประกอบอาชีพขับเเท็กซี่​ หากตัวเองอยู่บ้านคงไม่เกิดเหตุ​ วันนี้ได้คุยกับลูกชาย ซึ่งก็พร้อมที่จะรับโทษ​ เพราะก่อนหน้านี้ได้บอกลูกเเล้ว ​อย่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด​ เพราะไม่มีเงินประกันตัวจึงต้องยอมรับโทษตามกฎหมาย

เเม่นายป๋อง​ เล่าว่า​ จากการพูดคุยกับลูก ลูกชายร้องไห้​ เพราะกลัวติดคุกนานหลายปี​ เเละ​กลัวว่าแม่จะเสียชีวิตก่อนพ้นโทษ​ และออกมมาจะไม่ได้เจอหน้ากันเพราะป่วยเป็นโรคมะเร็ง