วันนี้ 18 ก.ค. 2563 พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวถึงกรณีข่าวแชทรุ่นพี่ ม.ดัง รับน้อง สั่งห้ามกลับบ้านทุกกรณี ว่า จากกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้น หากการจัดกิจกรรมมีการกระทำที่ส่งผลให้ได้รับความเสียหายต่อเสรีภาพ ร่างกาย ชีวิตหรือทรัพย์สิน ผู้เสียหายหรือผู้ปกครองสามารถเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้

 

ทั้งนี้การกระทำของรุ่นพี่หรือผู้ที่จัดกิจกรรมตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีสั่งห้ามไม่ให้กลับบ้านและอาจส่งผลต่อการไม่ผ่านกิจกรรมของสถาบัน ก็คงต้องให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร

 

โดยในเบื้องต้นการกระทำดังกล่าวนั้นก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามฯ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

รับน้อง, คุกคาม, รุ่นพี่, ห้ามกลับบ้าน

 

 

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า กิจกรรมการรับน้องในหลายสถาบันที่ผ่านมาจะจัดเพื่อแสดงถึงประเพณีหรือธรรมเนียมปฏิบัติของสถาบัน และจัดกิจกรรมที่เป็นไปในแนวสร้างสรรค์ เน้นถึงการรู้จักความมีอาวุโส ความรักความสามัคคีของหมู่คณะที่มีต่อสถาบัน แต่ในบางครั้งก็อาจจะมีรุ่นพี่บางกลุ่มบางรายที่จัดกิจกรรมไม่คำนึงถึงอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และไม่ปรึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครองหรืออาจารย์ที่รับผิดชอบ เพื่อช่วยกำกับดูแลถึงความเหมาะสมความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งหากทำไปโดยพละการไม่ว่าจะเป็นด้วยความคึกคะนอง หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียถึงขั้นชีวิต ตัวผู้กระทำเองก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เสียชื่อ เสียประวัติและอนาคต

 

รับน้อง, คุกคาม, รุ่นพี่, ห้ามกลับบ้าน

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชันจินดา ผบ.ตร. มีความห่วงใยและได้กำชับในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมามีความสูญเสียถึงแก่ชีวิตไปแล้วจำนวนหลายราย โดยขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องช่วยกำกับดูแลและเข้มงวดในการจัดกิจกรรมของนักเรียนนักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดขึ้น

 

รับน้อง, คุกคาม, รุ่นพี่, ห้ามกลับบ้าน

 

รับน้อง, คุกคาม, รุ่นพี่, ห้ามกลับบ้าน

 

รับน้อง, คุกคาม, รุ่นพี่, ห้ามกลับบ้าน