ศาลแพ่ง พิพากษาคดีผู้บริโภค สั่ง เซปิง ชดใช้ พูดโฆษณาเกินจริง สาวลาวหลงเชื่อศัลยกรรมเฟซออฟ ทนายผู้เสียหาย เผย ใช้สิทธิอุทธรณ์เพิ่มค่าเสียหาย

 

               วัน่ที่ 20 มี.ค.2563 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ผบ.1570/2562 ที่ น.ส.คำหล้า อินดาวงศ์ อายุ 45 ปี ชาวลาว เจ้าของร้านนวดที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งได้รับความเสียหายจากการศัลยกรรมเชื่อว่าจะทำหน้าให้เด็กลง ยื่นฟ้อง ผู้จัดทำโฆษณาโครงการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า , เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน , สถานพยาบาลให้บริการเฉพาะทางด้านเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ และศัลยแพทย์ เป็นจำเลย ต่อแผนกคดีผู้บริโภค ในความผิดเรื่องละเมิด เรียกค่าสินไหมทดแทน 6,885,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2559

 

               กรณีสืบเนื่องจาก โจทก์ได้ดูโฆษณาผ่าน YouTube และเว็บไซต์ของ น.ส.เซปิง ไชยศาสน์ หรือที่รู้จักกันในนาม ดร.เซปิง จำเลยที่ 1 แสดงให้เห็นถึงโครงการผ่าตัดศัลยกรรม เมื่อเดือน ต.ค.60 แล้วหลงเชื่อคำโฆษณาที่ว่าผ่าตัดดึงหน้า ไร้รอยแผลเป็น ไม่เจ็บ หน้าจะเด็กอายุลง 44 ปีจะเหลือ 20 ปี โดยโจทก์ให้ญาติได้ติดต่อกับจำเลยที่ 1 ขณะนั้นโจทก์เข้าใจว่าเป็นแพทย์ เพราะจำเลยที่ 1 เรียกตัวเองว่าด็อกเตอร์ ที่ได้ติดต่อกันผ่านทางไลน์เพื่อจองคิวเข้าร่วมโครงการ โดยมีการโอนเงินค่าจองคิวเข้าร่วมโครงการจำนวน 50,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 

 

               และเมื่อพบกับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 60 ก็ได้จ่ายเงินในส่วนของโจทก์จำนวน 245,000 บาทให้ไป กับจ่ายในส่วนของเพื่อนอีก 2 คน รวม 90,000 บาท ขณะที่เมื่อไปสถานพยาบาลก่อนการผ่าตัดศัลยแพทย์ จำเลยที่ 4 และเจ้าหน้าที่กลับแจ้งว่าจะดึงหน้าเพียง 3 จุดเท่านั้น ซึ่งเดิมตกลงกับจำเลยที่ 1 ว่าจะดึงหน้า 3 จุดกับดึงหนังที่ห้อยบริเวณคางและคอ ค่าผ่าตัดรวม 295,000 บาท

 

               แต่เมื่อโจทก์แจ้งว่าจะไม่เข้ารับการผ่าตัดแล้วเพราะไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ สถานพยาบาลศัลยกรรมไม่ยอมคืนเงินและพูดจาไม่ดีใส่โจทก์ โจทก์จึงต้องจำยอมนำเงิน 90,000 บาท ส่วนที่จ่ายให้กับเพื่อน 2 คน มาจ่ายเป็นค่าศัลยกรรมแทน เป็นเงินรวม 385,000 บาท โจทก์ยังต้องจำยอมถ่ายคลิปโฆษณาชื่อว่า "สาวเวียงจันทร์ ย้อนวัยสาว บอกลาริ้วรอย" โดยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.60 จำเลยที่ 4 ได้ออกใบรับรองแพทย์ให้โจทก์เดินทางกลับประเทศเยอรมันได้ แต่หลังจากผ่าตัดปรากฏว่า ได้เกิดรอยแผลเป็นนูน มีอาการเจ็บแสบคันและร้อน ,  เป็นเชื้อราบนหนังศีรษะ , วิงเวียนศีรษะบ่อย กับตาพร่ามัว 

 

               ซึ่งปัจจุบันโจทก์หน้าตาเสียหาย อับอายผู้คน ทำงานแบบไม่มีความสุขต้องใช้ผมปิดบาดแผล เรื่องนั้นโจทก์จึงได้นำคดีมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิด และค่าเดินทางดำเนินคดี , ค่าเสียอิสรภาพและโดนบังคับให้ถ่ายคลิปเพื่อนำไปใช้และโฆษณาเท็จหลอกลวงผู้เสียหายอื่น , ค่าขาดรายได้ในชีวิตประจำวันในการประกอบธุรกิจที่ประเทศเยอรมัน รวมเป็นเงิน 6,885,000 บาท

 

               อย่างไรก็ดี ศาลพิจารณาคลิปโฆษณาซึ่งมีการเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมโครงการเฟซออฟ ที่มีเนื้อหาอันเป็นการโฆษณาเกินความเป็นจริง เป็นการใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริการ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22

 

               จึงพิพากษาให้ น.ส.เซปิง จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 50,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี นับต้องแต่วันฟ้อง (17 เม.ย.62) ส่วนจำเลยที่ 2-4 ศาลพิพากษายกฟ้อง

 

               ภายหลัง นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความโจทก์ กล่าวว่า ยอมรับคำตัดสินของศาล แต่ไม่อาจเห็นพ้องต่อคำพิพากษาด้วยในบางส่วน และด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาของศาล แต่เห็นว่าค่าเยียวยายังไม่คุ้มกับความเสียหายที่โจทก์ได้รับและยังไม่ได้รับค่าเสียหายเชิงการลงโทษ จึงต้องขอใช้สิทธิอุทธรณ์ในส่วนนี้ต่อไป โดยผู้เสียหายที่เป็นโจทก์คดีนี้เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการโฆษณาเกินจริง ก็มีความลำบากมากเช่นกันในการเดินทางมาดำเนินการต่อสู้คดีในประเทศไทย