เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บช.สตม.)  หล้งจาก พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมนายตำรวจประจำ สตม. เปิดแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 คดี ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับผิดชอบโดยตรง จากนั้น พลตำรวจตรี สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) แถลงต่อถึงมาตรการการเข้มงวดกวดขันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

 

 

 

              พลตำรวจตรี สุรพงษ์ ระบุ หลังจากที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ทั้งภายในและนอกประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายในการติดตามคนจีน รวมถึงไฟลท์บินที่มาจากอู่ฮั่น และกวางโจว รวมถึงเมืองอื่นของประเทศจีน โดยได้สั่งให้ตรวจคัดกรองที่สนามบินทุกแห่ง พร้อมกวดขันด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งบนบกและในน้ำ โดยประสานงานร่วมกับหน่วยแพทย์ควบคุมโรค โดย ตม. ทุกจังหวัด จะตรวจสอบผู้เดินทางเข้าประเทศทั้งหมดว่าไปพักที่ใด และจะร่วมมือกับสาธารณสุขจังหวัดไปตรวจสอบ

              สำหรับยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาตั้งแต่เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีคนจีนกว่าหลักแสนคนเข้ามาอยู่ในประเทศก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อโรค มาจากเมืองกวางโจว 12,256 ราย มีชาวอู่ฮั่นเดินทางกลับจีนไปแล้ว 21,895 คน ยังเหลืออีก 2,038 คน ที่ไม่สามารถเดินทางกลับได้ เพราะไม่สามารถเข้าเมืองอู่ฮั่นได้ เนื่องจากทางการจีนได้สั่งปิดเมืองห้ามคนในออกห้ามคนนอกเข้า ขณะที่ จ.กระบี่ พบว่ามีผู้ป่วยต้องสงสัย 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการวินิจฉัยของแพทย์ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่ ส่วนคนจีนรายอื่นที่ยังอยู่ในไทยยังไม่พบการติดเชื้อ

 

 

 

สตม. แจงการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กระบี่แค่ผู้ต้องสงสัย

 

 

 

              ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายผ่อนผันค่าปรับ กรณีผู้ป่วยหรือนักท่องเที่ยวไม่สามารถกลับออกนอกประเทศได้ พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องมือที่ใช้งานตามด่าน ทุก 30 - 60 นาที และประสานตำรวจท่องเที่ยวให้แนะนำผู้ขับขี่รถสาธารณะสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเอง