royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
อาชญากรรม

แม่ร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกสาว หลังตร.ยิงพลาดโดนขา

วันที่ 3 ตุลาคม 2562 - 18:00 น.
สาว18,ถูกยิง,แม่ร้องขอความเป็นธรรม,เจ้าหน้าที่,กาญจนบุรี
Shares :
เปิดอ่าน 5 ครั้ง

แม่ของสาว18ที่ถูกกระสุนตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเจาะขา เดินหน้าขอความเป็นธรรม แม่ของสาววัย18ปี ที่ถูกกระสุนปืน ของตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าที่ขาซ้าย

กาญจนบุรี   แม่ของสาว18ที่ถูกกระสุนตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเจาะขา เดินหน้าขอความเป็นธรรม แม่ของสาววัย18ปี ที่ถูกกระสุนปืน ของตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าที่ขาซ้าย จนต้องนอนพักรักษาตัวนานนับปีและมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังตำรวจที่ลงมือยิง รับปากจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล แต่สุดท้ายให้เงินช่วยเหลือมาแค่30,000บาท
ตามที่ได้เกิดเหตุ นางสาวชนากานต์ คงนะ อายุ 18 ปี ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาญจนบุรี เข้าที่ขาด้านซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาแตก เส้นเอ็นขาดและเส้นเลือดใหญ่ขาด จนเดินไม่ได้ ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยเบื้องต้นคาดว่า จะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวนานนับปีและอาจจะไม่สามารถกลับมาเดดินได้เหมือนปกตินั้น ล่าสุด ในวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 นาฬิกา นางฉัตรสุวรรณ ดวงใจภักดี แม่ของนางสาวชนากานต์ ได้เดินทางที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อเข้าพบกับ พันตำรวจเอกธีรพงศ์ ฤทธิ์จรูญ กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาว โดยแม่ของนางสาวชนากานต์ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ คือวันที่ 24 สิงหาคม 2562 ขณะที่ลูกสาวของตนได้ออกไปทานข้าวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มาติดพันและหลังทานข้าวเสร็จ ได้แวะไปหาเพื่อนของชายหนุ่มคนดังกล่าว ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จู่ๆได้มีรถกระบะคันหนึ่งขับเข้ามาประกบและใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่รถคันที่ลูกสาวของตนนั่งอยู่ และกระสุนได้ถูกเข้าที่ขาซ้ายของลูกสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังลูกสาวของตนถูกยิง ชายหนุ่มที่มาติดพันลูกสาว ได้พยายามขับรถหลบหนีรถกระบะคันที่มาประกบยิง เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นรถของคู่อริ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะจอดรถทิ้งไว้และวิ่งหลบหนีไป โดยทิ้งลูกสาวของตนให้ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในรถ กระทั่ง กระบะคันที่ประกบยิง ได้เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดและนำตัวลูกสาวของตนส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา พร้อมทั้ง ทำการตรวจค้นรถคันที่ลูกสาวของตนนั่งมา แต่ก็ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ หลังลูกสาวของตนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ชุดที่ยิงโดนลูกสาวของตน ได้เข้ามาติดต่อพูดคุยและยอมรับว่า ยิงพลาดไปโดนลูกสาวตน พร้อมขอแสดงความรับผิดชอบในการดูแลจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ พร้อมจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด แลกกับการที่ขอให้ทางครอบครัวไม่ติดใจเอาความและไม่แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งในตอนนั้น ตนได้เรียกค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจำนวน3ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอเวลาพิจารณาสองวัน ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นมาให้จำนวน30,000บาท จากนั้น ก็ไม่เคยติดต่อมาอีกและไม่เคยเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งตนที่เป็นแม่ก็ไม่ได้มีเงินมากมาย เมื่อลูกสาวต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตนและสามีพร้อมด้วยลูกชาย ก็ต้องผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล จนไม่สามารรถทำงานหาเงินได้ตอนนี้ ครอบครัวก็ไม่มีรายได้ แถมเงินที่จะพาลูกสาวไปรับการรักษาเพิ่มเติมก็ไม่มี จึงอยากมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยสืบสวนดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา 

 เพื่อที่ตนจะได้สามารถพาลูกสาวไปรับการรักษาและเพิ่มโอกาสที่จะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติอีกครั้ง โดยหลังการพูดคุยกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งในวันเกิดเหตุเป็นการปฎิบัติหน้าที่ร่วมกันของชุดปราบปรามยาเสพติด ที่มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันปฎิบัติการ ซึ่งจนถึงตอนนี้ ได้มีการทำหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังแต่ละหน่วยงานแล้ว จากนี้ ก็จะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ ขณะที่ นายแพทย์สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาพร้อมคณะแพทย์ผู้ทำการรักษา นางสาวชนากานต์ ได้เปิดเผยถึงอาการล่าสุดของนางสาวชนากานต์ว่า จากการผ่าตัด แพทย์พบว่ากระดูกแหลก ต้องใส่เหล็กยึดกระดูกร่วมบริเวณใต้เข่าซ้ายและพบว่ามีเส้นเลือดขาด จึงต้องส่งตัวไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการรักษา โดยขณะนี้ ผู้ป่วยยังมีแผลที่ขาซ้าย  มีเหล็กยึดตรึงกระดูกอยู่  ยังมีอาการปวดแผล และปวดขา ได้รับยาแก้ปวดแบบมอร์ฟีนวันละ 6 เข็ม โดยระยะเวลาการรักษา คาดว่าไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งคนไข้มีภาวะความเครียดเฉียบพลัน ฝันร้าย หงุดหงิดง่าย โกรธ กังวล นอนไม่หลับ อาจกลายเป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง ขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่างให้ยาคลายเครียด คุมอารมณ์ และควบคุมการใช้ยาแก้ปวด ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการติดตามอาการเป็นระยะ โดยอาจมีผลต่อเนื่องระยะยาวเป็นปี

ข่าว-ภาพ/วันชัย แก้ววิลัย  ข่าวภูมิภาค กาญจนบุรี

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ